"ปชป." ฐานะฝ่ายตรวจสอบโครงการโซลาร์ประชาชน ล่าสุดเปิดปม หักหัวคิว ทว่าก่อนจะเจอข้อเท็จจริง กลับถูก "ภท." ขย้ำคืน แฉปมประโยชน์ทับซ้อน -ดีลขึ้นราคา
KEY POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ว่าอาจเอื้อประโยชน์ให้นายทุนและมีค่าติดตั้งสูงเกินจริง พร้อมเปิดหลังฐาน ที่เข้าข่าย "หักหัวคิว" เอกชน
- พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้กลางสภาฯ โดยเปิดเผยว่าทีมเศรษฐกิจของ ปชป.ติดต่อเพื่อขอให้ปรับขึ้นราคาติดตั้ง ซึ่งสวนทางกับที่พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์
- ปุ๊น-ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ฐานะผู้ที่เปิดประเด็น หักหัวคิว และถูกพาดพิงกลางสภา ว่า เปิดดีลขึ้นราคา รีบออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง
- ทว่าประเด็นที่เกิดขึ้น สังคม ตั้งคำถามไปแล้ว ถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และปฏิเสธต่อผลกระทบเชิงลบต่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้
โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ของ “รัฐบาล” ถูกยกเป็นประเด็นเล่นงานการเมือง ทั้ง “พรรคประชาชน” และ “พรรคประชาธิปัตย์” จับจ้องถึงเงื่อนไขในโครงการที่ส่อเอื้อประโยชน์ให้ “เอกชนรายใหญ่-นายทุน” หรือไม่
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส" กรรมการทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษา กมธ.พลังงาน สภาฯ เปิดประเด็น “กินหัวคิว”
พร้อมแนบเอกสารสอบถาม “เอกชน” ให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมไฮไลต์ราคาติดตั้งที่ 1.1 แสนบาท ทั้งที่ราคาตั้งต้นตามโครงการรัฐบาล อยู่ที่ 1.4 แสนบาท
ต่อมาในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน “สส.จูรี นุ่มแก้ว” สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้สดถามความชัดเจน เจาะจงถาม “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส” รองนายกฯ รมว.คลัง ทว่าเมื่อถึงเวลา “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว. พลังงาน มาชี้แจงแทน
ไฮไลต์ของการตั้งถามประเด็นนี้ หนีไม่พ้นต่อการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานในส่วน “โซลาร์ภาคประชาชน” ที่ส่อเอื้อ เอกชนรายใหญ่ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด เช่น เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
โดยต้องวางหลักประกันป้องกันการทิ้งงาน เช่น แบงก์การันตี 50,000 บาท เงินประกันบริการหลังการขาย ผ่านวางเงินค้ำประกันวงเงิน 10,000 บาท เป็นเวลา 7 ปี รวมถึงต้องมีการตรวจเช็กระบบ ทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ ปีละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 7 ปี เป็นต้น
“จูรี” ยืนยันว่าหลักเกณฑ์นั้น คือการกีดกันผู้ประกอบการตัวเล็ก-ตัวน้อย ให้หมดโอกาสได้งานจากรัฐ ซึ่งไม่ตรงปกกับสิ่งที่ “รัฐบาล” โฆษณาก่อนหน้านั้นว่า เปิดโอกาสให้เกิดการจ้างงาน ไม่กีดกันผู้ประกอบการรายเล็กออกจากระบบ
ด้านคำชี้แจงของ “เอกนัฏ” กล่าวเฉพาะส่วนที่รับผิดชอบถึงกรอบแนวคิด ส่วนคำถามกลับโยนให้กับ “พลพีร์ สุวรรณฉวี” รมช.มหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลชี้แจง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการตั้งกระทู้ถามสดกลางสภาฯ ที่คำถามเดียว มี “2 รัฐมนตรี” มาตอบ
“พลพีร์” ลุกชี้แจงนั้นยืนยันในภาคปฏิบัติว่า ไม่ล็อกสเปกผู้ติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน เพราะการเลือกจ้างบริษัทเอกชนรายใด คนที่ตัดสินใจคือ “ประชาชน”
ส่วนราคา 1.4 แสนบาทนั้น เป็นราคาที่สมเหตุสมผลต่อมาตรฐานอุปกรณ์และการให้บริการ ทั้งนี้ไม่ติดใจหากประชาชนจะเลือกใช้บริการเอกชนที่เสนอราคาต่ำกว่า
ทว่าก่อน “พลพีร์” จะลงจากเวทีชี้แจง ได้วางระเบิดชุดเล็กต่อสภาฯ โดยบอกว่า “น้องปุ๊น-ตรีรัตน์ ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ไลน์หาผมตลอดเวลา แต่สวนทางกับท่านจูรี ท่านจูรีบอกว่าทำได้ 8 หมื่น แต่ท่านตรีรัตน์บอก ให้เพิ่มราคาได้หรือไม่ เพราะราคา 1.4 แสนบาท ผู้ประกอบการทำไม่ได้”
ทำให้เกิดกระแสต่อสังคมและตั้งคำถามชุดใหญ่ต่อ “พรรคประชาธิปัตย์” โดยทันทีว่า สุดท้ายแล้วเจตนาที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดประเด็นเรื่องหัวคิวโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อประโยชน์ประชาชน หรือ หาช่องเพื่อให้โกยประโยชน์ให้พวกตัวเองกันแน่
หากพลิกประวัติ “ตรีรัตน์” นอกจากสวมบท ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงานของพรรคประชาธิปัตย์แล้วยังทำหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท New Energy Plus Solutions (NEPS) ที่รับติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงที่พักอาศัย
แม้ในเวลาต่อมา “ตรีรัตน์” จะแถลงชี้แจง ปฏิเสธ “ดีลขึ้นราคาติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน” แต่ยอมรับได้ส่งไลน์ไปถึง “รมช.มหาดไทย” เพราะมีข้อเสนอที่อยากให้รัฐบาลปรับปรุง
โดยเฉพาะ “การรับช่วงหัวคิว” และเลิกเงื่อนไขแบงก์การันตี ประกันหลังการขาย 7 ปี พร้อมกับเสนอให้เปิดตลาดโซลาร์ภาคประชาชนเป็น “ตลาดเสรี” เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม
“ราคาโซลาร์เซลล์มีหมดทุกราคา ตั้งแต่ 8 หมื่นบาทถึง 1.8 แสนบาท แต่หากบอกว่าการไฟฟ้าให้เลือกผู้รับเหมาไม่เกินราคา 1.4 แสนบาท แปลว่าอาจจะเอื้อให้กับบริษัทอินเวอร์เตอร์ที่สินค้าราคาถูก บริษัทที่ไม่ได้มีมาตรฐานสูง แต่ไม่มีตัวเลือกสำหรับสินค้าพรีเมียม ดังนั้นสิ่งที่อยากเสนอคือปล่อยให้กลไกตลาดแข่งขันได้เสรี ผู้ที่เข้าโครงการมีสิทธิ์ว่าจะเลือกเจ้าใด ส่วนผมไม่เคยบอกว่าให้เพิ่มราคา” ปุ๊น-ตรีรัตน์ ชี้แจง
ทว่าสิ่งที่ออกมาชี้แจง ยิ่งถูกตั้งคำถามจากสังคมว่า เป็นข้อเรียกร้องเพื่อเปิดทางให้ธุรกิจในเครือข่ายของตนเองมีโอกาสเข้าถึงโครงการของรัฐด้วยหรือไม่
แม้เรื่องนี้จะไม่มีข้อสรุปในตอนท้ายที่ชัดเจนว่า นายทุนรายใด-กลุ่มใดผูกขาดประโยชน์จาก “โซลาร์ภาคประชาชน” ทว่าสิ่งที่ “พลพีร์” ใช้เวทีสภาฯ ตีกลับ “พรรคประชาธิปัตย์” ปฏิเสธไม่ได้ว่า สร้างคะแนนลบ กระทบภาพลักษณ์ ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ -กรณ์ จาติกวณิช” แกนนำพรรค พยายามกอบกู้
สนามการเมืองก้าวพลาดไม่ได้แม้แต่จังหวะเดียว ทว่า “ตรีรัตน์” กลับสร้างบาดแผลให้ “ค่ายสีฟ้า” แถมยังโดน “ค่ายน้ำเงิน” แท็กทีมกันรุมสกรัม





