นิด้าโพล เผยผลสำรวจ 33.03% ค้านริบภาษีบาป ไทยพีบีเอส หวั่นไร้อิสระ แต่หนุนให้ปรับปรุงองค์กร ยอมรับการตรวจสอบ-เผยแพร่ใช้จ่ายงบประมาณ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “Thai PBS สื่อสาธารณะ ?” สำรวจระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปลี่ยนแหล่งที่มาของ งบประมาณ Thai PBS นิด้าโพล ถามถึงการรับชมรายการจากช่อง Thai PBS พบว่า 45.80% ระบุว่า ไม่เคยรับชมรายการเลย
รองลงมา 31.76% ระบุว่า รับชมรายการ เป็นบางครั้ง ขณะที่ 12.82% ระบุว่า เคยแค่เปิดผ่าน แต่ไม่ชมรายการจริงจัง ส่วน 6.18% ระบุว่า รับชมรายการ บ่อยครั้ง และ 3.44% ระบุว่า รับชมรายการ เป็นประจำ
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่า รับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อความเป็นอิสระของการรายงานข่าวและรายการต่าง ๆ ของ Thai PBS จากการถูกครอบงำทางการเมือง
พบว่า 42.99% ระบุว่า ค่อนข้างมีความเป็นอิสระ รองลงมา 25.46% ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเป็นอิสระ ขณะที่ 22.32% ระบุว่า มีความเป็นอิสระมาก ส่วนอีก 8.49% ระบุว่า ไม่มีความเป็นอิสระเลย
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่า รับชมรายการ ช่องThai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณ Thai PBS จากภาษีบาป เป็นงบประมาณรายปีที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
พบว่า 33.03% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่มาของงบประมาณ รองลงมา 24.72% ระบุว่า Thai PBS อาจขาดความเป็นอิสระในการเสนอข่าว หรือข้อมูล
ขณะที่ 24.54% ระบุว่า Thai PBS อาจถูกครอบงำโดยรัฐบาล หรือ นักการเมือง ส่วน 22.14% ระบุว่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่มาของงบประมาณ
ขณะที่ 18.27% ระบุว่า ฝ่ายการเมืองอาจใช้อำนาจแทรกแซง Thai PBS เนื่องจากขาดอิสระทางการเงิน ส่วน 16.42% ระบุว่า Thai PBS อาจกลายเป็นสื่อของรัฐ
อีก 16.05% ระบุว่า ช่วยให้เกิดการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของ Thai PBS ขณะที่ 14.21% ระบุว่า ทำให้ Thai PBS ต้องพยายามใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่ามากขึ้น
9.78% ระบุว่า ทำให้ระบบงบประมาณของ Thai PBS จะเหมือนกับองค์กรอื่น ๆ ที่ของบประมาณจากรัฐ และ 8.86% ระบุว่า ช่วยให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับสื่อช่องอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐ
ส่วนอีก 7.56% ระบุว่า อาจส่งผลกระทบต่อรายการเพื่อสังคมที่ไม่สร้างผลกำไร และ 1.48% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อแนวทางการปรับปรุงองค์กร Thai PBS
พบว่า 60.33% ระบุว่า เสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง
รองลงมา 38.38% ระบุว่า ยอมรับการถูกตรวจสอบการใช้งบประมาณ
ขณะที่ 38.19% ระบุว่า เปิดเผยการใช้งบประมาณต่อสาธารณะ ทางด้าน 15.13% ระบุว่า บริหารแบบเอกชนมากขึ้น ที่เน้นกำไรและความอยู่รอดขององค์กร
ส่วนอีก 13.47% ระบุว่า ลดขนาดองค์กรลงเพื่อประหยัดงบประมาณ 11.81% ระบุว่า เสนอประเด็นด้านสังคมให้มากขึ้นแม้ว่าจะไม่มีผลกำไรตามมา 10.33% ระบุว่า ลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐ 3.51% ระบุว่า ให้ความสำคัญกับการแข่งขันเพื่อเป็นที่หนึ่งในวงการสื่อและ 2.03% ระบุว่า เปลี่ยนไปเป็นสื่อของรัฐ
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ในการมีสื่อสาธารณะของประเทศไทยที่เป็นอิสระจากการครอบงำของรัฐ หรือกลุ่มทุน พบว่า 37.32% ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย
รองลงมา 24.66% ระบุว่า เป็นไปไม่ค่อยได้ ทางด้าน 23.82% ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ส่วนอีก 12.75% ระบุว่า เป็นไปได้มาก และ 1.45% ระบุว่า ไม่ตอบ หรือไม่สนใจ
ท้ายที่สุด เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อความสำคัญระหว่างความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ กับประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของสื่อสาธารณะ พบว่า 69.92% ระบุว่า ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
รองลงมา 27.94% ระบุว่า ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของสื่อสาธารณะ




