ปชป.ตอกกลับรองโฆษกรัฐบาล ลั่นภูเก็ตท่วมชัด ย้ำเตือนภัยไม่ใช่หิวแสง แขวะทำงานแต่ใน กทม. ไม่ได้ยินเสียงเดือดร้อนชาวใต้
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่ม พื้นที่ภาคใต้ ว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา นางสาวดวงฤทัย บัวแก้ว รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงแสดงความกังวลและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดตรังและภูเก็ต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนรับมือและมาตรการเยียวยาฉุกเฉิน แต่กลับถูกรองโฆษกรัฐบาล ออกมาตอบโต้ในลักษณะตัดรอนว่า พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวเพราะหิวแสง
นายพงศกร กล่าวว่า สถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกรัฐบาลเอง เป็นประจักษ์พยานชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์สะท้อนไม่ใช่เรื่องการหิวแสง แต่เป็นเสียงเตือนด้วยความห่วงใยจากความเดือดร้อนจริงของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมารองโฆษกรัฐบาลอาจปฏิบัติงานอยู่แต่ในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ยินเสียงความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวใต้ จึงขอให้รัฐบาลเปลี่ยนท่าที หันมารับฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจ และเร่งลงมือแก้ไขปัญหาโดยด่วน
นายพงศกร กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติน้ำท่วมภาคใต้บานปลายซ้ำรอยเหตุการณ์ในอดีตอย่างที่อำเภอหาดใหญ่หรือในกรุงเทพมหานคร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จึงเสนอ 2 ประเด็น ได้แก่
1.) ความชัดเจนของศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย แม้ทราบว่ามีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานในพื้นที่ภูเก็ตแล้ว แต่รัฐบาลต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงว่า ศูนย์ดังกล่าวมีขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างไร ประชาชนสามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องใดได้บ้าง และปัจจุบันยังมีสิ่งของหรือการสนับสนุนด้านใดที่ขาดแคลนอยู่ เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพตรงจุด
2.) การเยียวยาและสิทธิประโยชน์จากประกันภัยพิบัติ: ที่ผ่านมาผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯ เสียโอกาสในการเยียวยาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายเดิมที่กำหนดเกณฑ์ตายตัว เช่น น้ำล้อมรอบบ้านได้ 5,000 บาท น้ำเข้าท่วมในบ้านได้ 9,000 บาท ทั้งยังไม่ครอบคลุมโครงการประกันภัยพิบัติเพราะเกิดเหตุในช่วงรอยต่อก่อนวันที่ 1 ตุลาคม
อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ภูเก็ตและจังหวัดภาคใต้ในขณะนี้ เกิดขึ้นหลังวันที่ 1 ตุลาคมอย่างชัดเจน จึงมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สามารถเข้าถึงระบบประกันภัยพิบัติวงเงินของรัฐบาลได้ พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเร่งรัดขั้นตอนการสำรวจความเสียหาย ชดเชยเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม พร้อมกล่าวย้ำว่า เม็ดเงินของโครงการประกันภัยพิบัตินี้ ต้องมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตกเป็นผลประโยชน์แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการจัดการค่าเบี้ยประกัน
“พี่น้องชาวภูเก็ต พี่น้องชาวใต้ และพี่น้องในหลาย ๆ พื้นที่ กำลังประสบอุทกภัย ณ ขณะนี้ เกิดหลัง 1 ตุลาคม ดังนั้นอยากให้รัฐบาลพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ดูแลพี่น้องชาวใต้ พี่น้องชาวภูเก็ต รวมถึงพี่น้องพื้นที่อื่น ๆ อย่างรวดเร็ว เยียวยาให้ถึง ให้เขาได้รับประกันภัยพิบัตินี้ ขอให้เป็นประกันภัยพิบัติที่ส่งถึงมือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยอย่างแท้จริง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว





