'พร้อมพงศ์' จี้ ฝ่ายค้าน-รัฐบาล อย่าให้เกมการเมืองกลบเสียง ปชช.ชี้น้ำมันแพง ชง 3 มาตรการลดต้นทุน-คุมราคาสินค้า หนุนฝ่ายค้านซักฟอก
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านหารือแนวทางอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 และการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตาม มาตรา152 ว่า สนับสนุนการตรวจสอบรัฐบาล แต่ไม่อยากเห็นรัฐบาลและฝ่ายค้านมัวแข่งขันกันเอาชนะทางการเมือง จนลืมปัญหาปากท้อง ประชาชนต้องแบกค่าครองชีพทุกวัน รัฐบาลลดราคาดีเซล B7 เหลือ 42.54 บาทต่อลิตร ลดแก๊สโซฮอล์ 91–95 ลิตรละ 50 สตางค์ เมื่อ29 ต.ค. แต่ราคาน้ำมันยังสูง กระทบต้นทุนการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ประกอบการขนส่ง พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องแบกทั้งค่าน้ำมันและค่าขนส่ง ล่าสุดมีรายงานจากจ.มหาสารคาม ผู้รับจ้างเกี่ยวข้าวบางรายปรับค่าบริการจากไร่ละ 700 บาท เป็น 800 บาท เพราะต้นทุนน้ำมันเพิ่ม ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายกังวลเรื่องการใช้ดีเซล B20 กับเครื่องยนต์ ทำให้ชาวนายังต้องแบกรับภาระค่าเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาค่าครองชีพ พลังงานยังเป็นปัญหาใหญ่ น้ำมันลดบาทเดียว แต่ภาระชาวบ้านไม่ได้หายไป รถขนส่งต้องเติมน้ำมัน ชาวนาต้องจ่ายค่ารถเกี่ยวข้าว พ่อค้าแม่ค้าต้องจ่ายค่าขนสินค้า รายได้ไม่เพิ่ม ต้นทุนยังสูง รัฐบาลต้องมองให้ถึงประชาชน หาวิธีทางช่วยเหลือ บรรเทา เพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชนให้ได้ ไม่ใช่มองแค่ตัวเลขราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ขอเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน
1. ลดต้นทุนน้ำมัน ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน ภาษี ต้นทุนและค่าการกลั่น โดยคำนึงถึงฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและวินัยการคลัง เปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบได้
2. ช่วยชาวนา ภาคขนส่งที่เดือดร้อน สำรวจต้นทุนค่ารถเกี่ยวข้าว ค่าขนส่งผลผลิต พิจารณาช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มใช้วงเงินที่มีอยู่ตามกฎหมาย
3. กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ติดตามต้นทุนค่าขนส่งและราคาสินค้าจำเป็น หากพบพฤติการณ์ที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาในเรื่องที่อยู่ในอำนาจ พร้อมรายงานผลให้ประชาชนทราบ
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่า ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบด้วยข้อมูลและหลักฐาน รัฐบาลต้องตอบด้วยผลงาน ไม่ใช่เพียงบอกว่าลดราคาน้ำมันแล้ว แต่ต้องพิสูจน์ว่าชาวบ้านมีภาระลดลงจริงหรือไม่ แก้ปัญหาให้ถึงกระเป๋าชาวบ้าน อย่ามัวแข่งกันว่าใครจะชนะในสภา แต่ต้องแข่งกันว่าใครทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นได้จริง
“การเมืองจะชนะกันกี่ยกก็ได้ แต่อย่าให้ประชาชนต้องแพ้ทุกยก เพราะคนเดือดร้อนไม่ได้รอฟังว่าใครชนะเกมการเมือง เขารอว่าชีวิตจะดีขึ้นเมื่อไหร่” นายพร้อมพงศ์ กล่าว





