“พร้อพงศ์” จี้รัฐบาล–ฝ่ายค้าน เร่งยุติปมวันซักฟอก ชี้ชาวบ้านช้ำหนัก น้ำมันแพง–หนี้ท่วม–ค่าครองชีพสูง ชี้เลื่อนซักฟอกได้ แต่วันสิ้นเดือนชาวบ้านเลื่อนไม่ได้ จี้ นายกฯ-ครม.ทำงานครบ 7 เดือน ถึงเวลาวัดผลงานจากชีวิตจริงประชาชน ชง 3 มาตรการเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลและฝ่ายค้านยังไม่สามารถตกลงกรอบวันและเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 18 คนว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย เห็นข่าวฝ่ายค้าน รัฐบาลกำลังตกลงกรอบวันเวลาอภิปราย ตนไม่อยากเห็นการต่อรองเรื่องวันเวลา กลายเป็นประเด็นบดบังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นายกรัฐมนตรี ได้รับแต่งตั้งมาครบ 7 เดือนแล้ว ถึงเวลาที่ประชาชนต้องเห็นผลงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่กดดันคนทำมาหากิน เห็นข่าวผู้ประกอบการรถสองแถวจังหวัดขอนแก่นได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนดีเซลที่สูงขึ้นแล้วรู้สึกเห็นใจอย่างยิ่ง เพราะน้ำมันแพงไม่ได้กระทบแค่คนขับรถ แต่กระทบต้นทุนขนส่งและชีวิตประชาชนเป็นลูกโซ่ ไหนจะภาระหนี้สิน ค่าเช่าบ้าน ค่างวดรถ รวมถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ยังรอการฟื้นฟูบ้านเรือน อาชีพ และรายได้
“ชาวบ้านไม่ได้ถามว่า รัฐบาลกับฝ่ายค้านจะอภิปรายกันกี่วัน แต่ถามว่าพรุ่งนี้จะหาเงินที่ไหนมาเติมน้ำมัน จ่ายหนี้ จ่ายค่าเช่าบ้าน และเลี้ยงครอบครัว บ้านต้องเช่า รถต้องผ่อน น้ำมันแพงก็ไม่เติมไม่ได้ เพราะต้องใช้รถทำมาหากิน รายจ่ายเพิ่ม แต่รายได้ไม่เพิ่ม ชาวบ้านตัดพ้อกันว่า แพงไม่ไหวแล้ว”นายพร้อมพงศ์กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องตอบให้ตรงคำถาม ไม่ใช่แข่งกันประดิษฐ์วาทกรรมหรือเล่นเกมการเมือง สิ่งที่ประชาชนต้องการคือความจริงและการแก้ปัญหา ไม่ใช่เกมการเมือง เสียงโหวตในสภาอาจรักษาเก้าอี้รัฐบาลได้ แต่เสียงประชาชนต่างหากที่ตัดสินศรัทธา วันอภิปรายเลื่อนได้ แต่วันสิ้นเดือนชาวบ้านเลื่อนไม่ได้ เจ้าหนี้ไม่เลื่อนวันเก็บเงิน ข้าวของแพงก็ไม่รอให้การเมืองตกลงกัน
นายพร้อมพงศ์ ระบุว่า ตนขอเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 มาตรการ
1. บรรเทาภาระราคาพลังงาน โดยเร่งพิจารณามาตรการช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ รถสองแถว และผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลกระทบอย่างตรงจุด พร้อมกำหนดระยะเวลาและหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน
2. เร่งแก้ปัญหาหนี้สินประชาชน โดยประสานสถาบันการเงินปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระผ่อนชำระตามความสามารถของลูกหนี้ และเพิ่มช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรายย่อยที่กำลังขาดสภาพคล่อง
3. เร่งฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยลดขั้นตอนราชการ เร่งเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือน อาชีพ และรายได้ เพื่อให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้โดยเร็ว ไม่ใช่รอดจากน้ำท่วมแล้วต้องมาจมกองหนี้อีก
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ศึกซักฟอกจะเกิดขึ้นวันใด เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหาข้อยุติร่วมกัน แต่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องรอให้การอภิปรายจบก่อนจึงลงมือแก้ปัญหาปากท้อง เพราะมีทั้งอำนาจและกลไกบริหารประเทศอยู่ในมือ ฝ่ายค้าน หากมีข้อเสนอใดเป็นประโยชน์ ควรผลักดันอย่างจริงจัง รัฐบาลต้องเปิดใจรับไปพิจารณา ไม่ว่าข้อเสนอนั้นจะมาจากฝ่ายใด
“รัฐบาลมีหน้าที่บริหาร ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ร่วมกันคือรับผิดชอบต่อประชาชน การเมืองรอได้ ปากท้องรอไม่ได้ อย่าให้ชาวบ้านต้องจ่ายราคาแพงเพราะการเมืองมัวแต่เถียงกัน ประชาชนไม่ได้ต้องการแค่คำพูดสวยหรู แต่ต้องการเห็นผลงานจริงในชีวิตประจำวัน”นายพร้อมพงศ์กล่าว





