'พลพีร์' เผยปกครอง-ดีเอสไอ ลุยสอบทายาท 'โจเซฟ' ผู้นำยิวในไทย หลังนายกฯเพิกถอนสัญชาติ พบถือครอง 19 บริษัท ถ้าเกินสัดส่วนตีเป็น 'นอมินี' พร้อมอายัดทรัพย์-บังคับจำหน่าย
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการเพิกถอนสัญชาติ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ (Rabbi Joseph Heim Kantor) ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทยว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในหนังสือคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสำนวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งมาที่กรมการปกครอง และเราก็พิสูจน์แล้วว่าหลังจากที่เขาไปรับสัญชาติไทยมาแล้วก็ยังมีการใช้สัญชาติอเมริกาอยู่ โดยตอนนี้ในส่วนของกรมการปกครองเราก็ไปดูว่าทายาทและผู้ที่ได้สัญชาติไทยต่อจากนายโจเซฟเป็นใครบ้าง ในเมื่อนายโจเซฟก็ทำความผิดแล้ว เราก็ต้องไปดูว่าลูกหลานและเครือญาติที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในประเทศไทยและถือครองสัญชาติไทยด้วยมีความผิดด้วยหรือไม่ หากมีความผิดเราก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน
นายพลพีร์ กล่าวว่า ส่วนทรัพย์สินของนายโจเซฟที่ถือครองในขณะที่มีสัญชาติไทยนั้น เมื่อครอบครองแล้วผิดกฎหมายของประเทศไทย เราก็ต้องดูว่าพื้นที่ดินแต่ละแปลงถือครองเมื่อไหร่ หากถือครองในขณะได้รับสัญชาติไทยและกระทำความผิดด้วย ทางกรมที่ดินก็จะบังคับขายที่ดินต่อไป ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในระหว่างการสืบสวนของกรมการปกครอง ซึ่งสืบสวนได้ว่าตอนนี้มีทั้งหมด 19 บริษัท โดยกรมที่ดินและกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการร่วมกัน และรีบสรุปสำนวน
"หากพบว่าการถือครองหุ้นเกินในอัตราส่วนที่ผิดกฎหมายก็จะถือว่าเป็นบริษัทนอร์มินี ส่วน19 บริษัทของนายโจเซฟจะมีแตกออกไปในบริษัทอื่นๆที่ถือครองอีกหรือไม่ ตอนนี้ทางดีเอสไอ และกรมที่ดินกำลังทำข้อมูลอยู่ หากพบว่ากระทำความผิดเราก็จะตามยึดทรัพย์ อายัดและบังคับจำหน่ายต่อไปตามกฏหมาย" นายพลพีร์ กล่าว





