'โรม' ชี้ยึดทรัพย์เครือข่าย 'เบน สมิธ-ยิม เลียก' 2.6 หมื่นล้าน เป็นคดีประวัติศาสตร์ กังขาออกหมายจับช้า ไล่บี้ขยายผลเครือข่าย พัวพันนักการเมืองหรือไม่
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" ออกอาอากาศทางสถานีโทรทัศน์ "เนชั่นทีวี 22" ถึงกรณีการดำเนินคดีและยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มของ "เบน สมิธ-ยิม เลียก" กับพวก กว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มอง 2 มุม แง่บวกต้องยอมรับว่าไม่บ่อยที่เราเห็นคดีลักษณะนี้ที่นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์จำนวนมหาศาลแบบนี้ อันนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ อาจเป็นตัวอย่างในการใช้คดีลักษณะนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ใครต้องการใช้ตลาดทุนเพื่อการฟอกเงิน อันนี้คือราคาที่ต้องจ่าย
ในเชิงลบ จุดที่น่าเสียดายเมื่อการขยับช้า ไม่ได้หมายความแค่การหลบหนี แต่มีอีก 2 มุม คือการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินออกไป ถ้าเราสามารถยึดอายัดทรัพย์มากกว่านี้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะสแกมเมอร์ ก็มีโอกาสในการได้รับการเยียวยาที่มากกว่านี้ เราออกหมายจับและออกหมายแดงค่อนข้างช้า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ปปง.เปิดมายึดอายัดทรัพย์ก่อน แต่ไม่มีการออกหมายจับ ปกติต้องทำพร้อมๆกัน สุดท้ายออกหมายจับช้า และการขอหมายแดง ตนเคยกระทุ้งในสภาเมื่อไม่กี่เดือน ทำให้ขั้นตอนล่าช้า ทุกๆกระบวนการหรือโอกาสในการควบคุมตัว ก็มีปัญหามากยิ่งขึ้น
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวละครจริงๆไม่ได้มีแค่นี้ บางคน บางบริษัท ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ บางคนลงชื่อสนับสนุนให้เขาได้รับสัญชาติไทย ยังสามารถใช้ชีวิตสบายๆ หรือ ไม่ต้องตรวจสอบหรือ น่าจะต้องตรวจสอบและมีการขยายผลสาวไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเครือข่ายเหล่านี้จะถูกกวาดล้างจริง ๆ ตนพยายามกระทุ้งเรื่องนี้ รวมถึง นายยิม เลียก ที่หลบหนีไป เข้าใจว่าน่าจะอยู่กัมพูชา พี่ชายของเขาถ้าย้อนกลับไปก็ยังอยู่ในกัมพูชาและมีอำนาจใหญ่โต คำถามคือประเทศไทยน่าจะทำอะไรในการสืบสวนสอบสวนให้เห็นเบื้องหลังของนายยิม เลียก ในการใช้การดำเนินการตามกฎหมายไทย แม้ไม่ได้ตัว แต่อย่างน้อยถ้าออกหมายแดงได้ คิดว่าน่าจะได้เครือข่ายเบื้องหลังอีกเยอะ
“ผมสันนิษฐานว่ากระบวนการที่ทำให้ล่าช้า เกิดจากนายเบน สมิธ หรือนายยิม เลียก มีเครือข่ายคอนเน็กชั่นกว้างขวาง เขารู้เยอะ ถ้าเขาสวนกลับมา ทางผู้มีอำนาจในประเทศไทยก็แย่ได้ ยกตัวอย่างเครื่องบินเจ็ทที่ รัฐมนตรีคนหนึ่งเคยซื้อ แต่ปัจจุบันขายไปแล้ว หรือนักการเมืองอีกหลายคน และอีกคนที่ผมสนใจคือ อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน1 ที่มีรายชื่อ ที่ประธานคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ให้คว่ำบาตร” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความน่าสนใจคือถูกกล่าวหาว่าไปเกี่ยวข้องกับธนาคาร B.I.C. ถ้าเราดูการแถลงข่าวล่าสุด เป็นตัวจักรสำคัญในการทำให้เกิดการฟอกเงิน แต่กระบวนการตรวจสอบของเราทำไมดูเหมือนเลือกปล่อยผ่านกรณีของนักการเมืองคนนี้ไปเลย สิ่งที่ผมรู้สึกคือตกลงเราเอาจริงแค่ไหน กับการทำลายเครือข่าย นายเบน และนายยิม ระหว่างรัฐมนตรีบางคน กับนายเบน ปฏิเสธความสัมพันธ์ลำบาก ตรงนี้เป็นช่องโหว่ในการดำเนินการกับเรื่องนี้ต่อไป
"ส่วนตัวไม่อยากให้จบแค่นี้ มีคนเล่าให้ฟังว่ามันน่าจะมีอีก ต้องดูว่า ก.ล.ต. กับ ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไร เรื่องนี้น่าจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญในการทำให้ตลาดทุน ระบบธนาคาร ระบบการเงินของเราถูกใช้เป็นแดนสวรรค์ของการฟอกเงิน ถ้าเครือข่ายนี้ทำได้และจะมีเครือข่ายอื่นเข้ามา ทาง ก.ล.ต. ปปง. ต้องใช้กรณีนี้เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นความน่าเชื่อถือของเรา ที่ทำอยู่อาจถือว่าดี และต้องขยายต่อ" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยกระทุ้งเรื่องหมายจับ จากนี้กระบวนการต่อไปที่ต้องติดตามต่อคือ กรณีอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตกลงไม่ต้องตรวจสอบหรือ รวมถึง พล.ต.อ. นายหนึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ B.I.C. ล่าสุดยังไปเปิดงานกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมถึง อดีต สว.ที่เคยเป็นประธาน B.I.C. ตนงงว่าทำไมถึงไม่มีการชำระสะสางในเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุดต้องตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง สุดท้ายยังเกิดปัญหาความน่าเชื่อถือ และจะมีข้อกล่าวหาถึงรัฐบาล พอเป็นคนกันเองที่มีอำนาจก็ถูกปล่อย ถูกละเว้น
ทั้งนี้ ถ้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นไปตามแผนเดิมคือช่วงนี้เลย น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อวานมีข่าวนายเบน สมิธ พ่อทิพย์ ผมคิดว่า รัฐบาลต้องการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริง การที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทั้งๆที่ข้อมูลต่างๆเกิดมานานแล้ว และ บช.ก.ไปขอหมายแดงนานแล้ว แต่เพิ่งมาเปิดเผย อาจมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจทำให้รัฐบาลมีแรงจูงใจออกมาตีปี๊บให้เห็นว่ารัฐบาลขับเคลื่อนทำงาน เพราะรัฐบาลคงคิดว่าฝ่ายค้านจะเอาเรื่องทุจริต สีเทา มาโจมตี รัฐบาลเลยทำให้เห็นว่าทำงานจริงๆ
"การออกหมายจับ นายเบน สมิธ เป็นคีย์แมนสำคัญ กุมความลับและเครือข่ายเงินของหลายๆคน แต่การจับตอนนี้ยากมาก ถ้าจะออกหมายแดงในการตามล่าตัว ไม่รู้ว่าสุดท้ายเป็นไปได้แค่ไหน อย่างไรก็ตามถ้าจับได้จริง คงนำไปสู่การเปิดโปงอีกเยอะ" นายรังสิมันต์ กล่าว





