วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอติม' จี้ ครม.เร่งเคาะวันซักฟอก หวังได้ใน พ.ย. จ่อถกใหม่อีกรอบ

'พริษฐ์' จี้ ครม.เร่งเคาะวันว่างให้ซักฟอก หวังได้ใน พ.ย. เชื่อยังจัดสรรเวลาได้ แม้ตารางงานแน่น ยินดีปรับ แต่ไม่ลดทอนเนื้อหา สัปดาห์นี้จ่อหารือรองรับทุกสถานการณ์ใหม่

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ยังไม่ได้มีการนัดหมายใด ๆ แต่เท่าที่ได้ยินจากประธานสภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่ายินดีทำตามข้อเสนอของฝ่ายค้านที่จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม. ) เพื่อสอบถามช่วงวันเวลาที่ครม.สามารถจัดสรรให้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นได้ในสมัยประชุมนี้ หวังว่าจะได้รับความชัดเจนจาก ครม.โดยเร็ว และจะสามารถหาช่วงเวลาได้เร็วที่สุดภายในเดือนพฤศจิกายน

ผู้สื่อข่าวถามว่า สัญญาณจากรัฐบาลอาจจะเป็นช่วงต้น ธ.ค.นายพริษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่เรามองว่าเดือนพฤศจิกายนน่าจะมีเวลาอยู่ และเข้าใจว่าในบางกรณี เช่น การประชุมเอเปค การประชุมเวทีสุดยอดผู้อาเซียน ที่มีการกำหนดการไว้ล่วงหน้าสำหรับหลายประเทศ แต่หากตัดช่วงเวลาดังกล่าวออกไป ตนคิดว่ายังเหลือช่วงวันอีกพอสมควรที่หวังว่าครม. จะบริหารจัดการได้ เช่น วันที่ 7-11 พฤศจิกายน หรือวันที่ 9-13 พฤศจิกายน ก็เป็นช่วงเวลาที่พรรคฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่อยู่แล้ว

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น หวังว่าจะสามารถหาข้อสรุปเรื่องสัปดาห์และช่วงวันที่จะอภิปรายได้โดยเร็ว และเราต้องรอความชัดเจนจากทางครม. แต่ส่วนของพรรคฝ่ายค้าน เราจะมีการประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการในช่วงสัปดาห์นี้เพื่อจัดสรรเรื่องเวลาในการอภิปราย เพื่อรองรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ข้อมูลการอภิปรายจะต้องมีการปรับลดหรือไม่ หากรัฐบาลให้เวลาเพียงแค่ 4 วัน นายพริษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องทำคือการปรับลดเนื้อหาสาระสำคัญ ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านเตรียมเนื้อหาบนกรอบเวลาอภิปราย 5 วัน 60 ชั่วโมง ซึ่งเวลาดังกล่าวถูกอิงจากมาตรฐานที่เคยใช้ในอดีต เมื่อรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นมาเป็น 18 คน ก็ควรจะมีตัวเลขที่สมเหตุสมผล เราวางแผนเนื้อหาบนกรอบเวลาดังกล่าวมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการพูดคุยกันล่าสุด หากต้องมีการทบทวนหรือเจอกันครึ่งทาง เราก็ยินดีพูดคุยหาทางออก แต่ก็ต้องขอเวลาเพื่อปรับเนื้อหาเพื่อทำให้ภายใต้กรอบเวลาใหม่ ไม่ลดทอนเนื้อหาสาระสำคัญที่จะอภิปราย

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า เพราะเมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว ส.ส. ทุกคนต้องลงมติรัฐมนตรีทั้ง 18 คนแยกกัน ซึ่งเนื้อหาที่เราเตรียมไว้และหลักฐานต่าง ๆ ที่มีต้องเพียงพอที่จะทำให้ส.ส.ทั้ง 500 คน สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจ ย้ำว่าสัปดาห์นี้พรรคฝ่ายค้านจะหารือเรื่องกรอบเวลาเป้าหมายคือทำจะอย่างไร ให้เราบริหารจัดการได้ แต่ต้องไม่ลดสาระสำคัญของข้อมูลหลักฐานที่จะนำเสนอ

  • ดักทาง รมต. เคลียร์ตารางซักฟอกแล้ว เข้าสภาตอบกระทู้ ‘ฝ่ายค้าน’ ด้วย

นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมในสัปดาห์นี้ว่า เป็นวาระทั่วไป โดยในวันที่ 28 ต.ค.จะเป็นการพิจารณากฎหมาย ทั้งกฎหมายที่ส่งกลับมายังคณะกรรมาธิการ และที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาใหม่ ส่วนในวันที่ 29 ตุลาคม จะเป็นเรื่องของกระทู้และรายงาน หวังว่าในส่วนของกระทู้เวลาฝ่ายค้านมีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาซักถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะสามารถทำหน้าที่ในการมาตอบในสภาได้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยิ่งสัปดาห์นี้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) บอกว่าเคลียร์เวลาไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในตอนแรก หวังว่าแบบนี้คงไม่มีเหตุผลอะไร ที่หากเราถามใครไปแล้ว จะไม่มีใครไม่สะดวกมาตอบกระทู้สด

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีเหตุการณ์น้ำท่วมใน จ.ภูเก็ต มองการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า ปัญหาเฉพาะพื้นที่รอให้ทาง สส.ที่อยู่หน้างานมาสะท้อนจะแม่นยำกว่า แต่ภาพรวมในการบริหารจัดการภัยพิบัติ เราก็อยากเห็นประสิทธิภาพทั้ง 3 ช่วงเวลา คือ

1.การแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่สามารถรับรู้ถึงข้อมูลและความเสี่ยงได้

2.การเผชิญเหตุเมื่อภัยมาแล้วทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

3.เรื่องการเยียวยาที่ต้องมีความรวดเร็วลดภาระเรื่องเอกสาร เป็น 3 สาระสำคัญหลักที่เราพยายามนำเสนอต่อรัฐบาลมาโดยตลอดในวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดมา