“อนุทิน” กับศึกซักฟอก มีอะไรให้หวั่นไม่น้อย โดยเฉพาะท่าทีของเพื่อไทย จะโหวตไว้วางใจครบทุกคนหรือไม่ หรือมีโอกาสดัดหลังภูมิใจไทย ไปจับกับ กล้าธรรม ซึ่ง “เนวิน ชิดชอบ” ไม่ได้อยากเอามาร่วม ต่างกับ “เสี่ยหนู” ที่อยากได้เป็นพวก ปิดช่องเสี่ยง ใช้คานอำนาจบุรีรัมย์
KEY POINTS
- เกมวัดพลัง 2น. "หนู-เน" โดยมีกล้าธรรม เป็นเงื่อนไขร่วมรัฐบาล
- "อนุทิน" ไม่ไว้ใจสถานการณ์ช่วงซักฟอก จำเป็นต้องเอา "ธรรมนัส" แอนด์เดอะแก็งไว้ใกล้ตัว
- เผื่อว่าเพื่อไทย ไม่มาตามนัดในการโหวต เป็นการปิดช่องแดงจับเขียว และใช้คานอำนาจครูใหญ่
- "อนุทิน" ผนึก "ธรรมนัส" ท่ามกลางสัญญาณพิเศษ บายพาสบุรีรัมย์
ใครว่า พรรคเพื่อไทย ในสถานการณ์แบบนี้จะสบายอกสบายใจ ลอยตัวเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ชิวๆคงไม่ใช่ ยิ่งเมื่อเข้าสู่จังหวะที่ฝ่ายค้าน ลับดาบเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ และยังมีพรรคกล้าธรรม เป็นปัจจัยแทรกซ้อน พร้อมเข้ามาเสียบ
ความไม่ลงตัวในการหารือของ วิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดจำนวนวันซักฟอก ตามที่ฝ่ายค้านต้องการ ทำให้เกมยืดเยื้อ ทอดเวลาออกไป และหากไม่สามารถลากนายกรัฐมนตรี และ 17 รัฐมนตรี ขึ้นเขียงในสมัยประชุมนี้ได้
“อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “ไชยชนก ชิดชอบ” น่าจะโล่งอกที่สุด อย่างน้อยก็มีเวลาทำใจอีกหลายเดือน เพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นเป้าใหญ่ในการถูกถลกหนังครั้งนี้ ท่ามกลางข้อสังเกตว่าลึกๆแล้ว “นายกฯ หนู” ก็หวั่นๆไม่น้อย แม้เสียงในสภาจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยก็ตาม
ถึงต้องพยายามให้มีภาพปรากฏหรือข้องแวะกับ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” และ “ขุนพลกล้าธรรม” อย่างต่อเนื่อง มุมหนึ่งก็เพื่อให้ความหวังกล้าธรรม ว่ามีโอกาสร่วมรัฐบาลแน่ๆ ไม่แห้วเหมือนรอบที่แล้ว แลกกับความมั่นใจของ “อนุทิน” ว่า 58 เสียง “ค่ายเขียว” จะโหวตไว้วางใจนายกฯ ฝ่าด่านซักฟอก และยังเป็นการสกัดไม่ให้ “กล้าธรรม” ไปจับมือกับ “เพื่อไทย” ทำอะไรไม่เข้าท่า
เพราะ อนุทิน เองก็อาจจะไม่มั่นใจหรือไม่ว่า สส.เพื่อไทย จะโหวตไว้วางใจ ครบ100% เอาเป็นว่า “สส.ค่ายแดง” บางกลุ่ม บางคน ถูกเพ่งเล็งจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพิเศษ หากถึงเวลาแล้วงดออกเสียงแม้แต่คนเดียว อาจเกิดเรื่องใหญ่
ก่อนเข้าโหมดซักฟอก ผู้มีอำนาจจึงต้องปิดทุกประตูที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหมดไป “เพื่อไทย” ก็ดูเหมือนจะโล่งอกในเกมยื้อซักฟอก มีเวลาไปจัดการภายในพรรคไม่ให้เสียงแตก เพราะจะเป็นเหตุให้ถูกเขี่ยพ้นรัฐบาล แล้วเอากล้าธรรมมาแทน
“สัญญาณพิเศษ” ที่หนุนนำ “อนุทิน” และ “ธรรมนัส” ให้สปอตไลต์จับเป็นข่าวไม่เว้นวัน จนมีข้อสังเกตว่า คือเกมของรัฐพันลึก ที่ต้องการเสริมขุมกำลังให้นายกฯ หนู ที่ช่วงหลังมานี้ แบ็คของอนุทิน ดูเหมือนจะห่างๆ บุรีรัมย์ไปหรือไม่
“เจ้าของพรรคภูมิใจไทย” ตัวจริง ใครก็รู้ว่าไม่ใช่ “อนุทิน” แถมยังมีอิทธิพลอย่างสูงต่อ สส.ส่วนใหญ่พรรค ช่องว่างที่อาจถูกมองข้ามคือ สส.ภูมิใจไทย สายตรง “อนุทิน” จริงๆมีกี่คน ที่พร้อมแตกหักกับอีก“1 น.” แบบไม่ต้องรอสัญญาณพิเศษ
“อนุทิน” จึงต้องเติมในส่วนที่ขาด คือขุมกำลัง สส. เส้นทางลัดที่สุดคือ “ก๊วนธรรมนัส” นี่เอง เพื่อวัดพลังหรือคานอำนาจบุรีรัมย์ หลังจากชนะศึกในมหาดไทย ฝ่ายครูใหญ่ถูกมองว่าต้องกลืนความเจ็บปวด กัดฟันยอมให้อีกฝ่ายปฏิบัติการบล็อกคนของตัวเองเสร็จสรรพ เพราะมีข้ออ้างสำคัญคือแบ็คดีขั้นเทพ
“ฝ่ายบุรีรัมย์” ลึกๆ ไม่ได้อยากได้กล้าธรรม เข้ามาร่วมรัฐบาลตั้งแต่ต้น เพราะรู้ดีว่าถ้าให้พรรคนี้มีอำนาจ สะสมพลังมีทรัพยากรจะโตจนคุมไม่อยู่ แล้วก็รู้จุดอ่อนเป็นอย่างดีว่า ดีเอ็นเอพรรคสีเขียว ไม่ได้เกิดมาเป็นฝ่ายค้าน เลยเสียเหลี่ยมบุรีรัมย์ในเกมอำนาจไปรอบหนึ่ง ถูกดองยาวให้เป็นฝ่ายคอย
นาทีนี้ “ครูใหญ่” กับเงื่อนไขที่มีต่อ “กล้าธรรม” ถ้าอยากร่วมฯ ต้องมารวมกันก่อน จนเป็นที่พูดกันอย่างกว้างขวาง ว่าเสนอในสิ่งที่เป็นไปได้ยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ เป็นการกดดันธรรมนัส ที่เหมือนจะยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ท่าทีของ “กล้าธรรม” ไม่ได้เต้นไปตามเงื่อนไขของบุรีรัมย์ เลือกวางตัวในเกมที่ “อนุทิน” ได้ประโยชน์ เพราะมีการ “ธรรมนัส - ขุนพลค่ายเขียว” ถ้าดีลร่วมรัฐบาลสำเร็จ เป็นเพราะ “อนุทิน” มีส่วนสำคัญมากกว่า “คนบุรีรัมย์”
สัญญาณการเชื่อมต่อระหว่างสองผู้ยิ่งใหญ่พะเยาและบุรีรัมย์ ก็ค่อนข้างมีช่องว่างมากพอสมควร พูดง่ายๆ เดินกันคนละวงโคจร ยังจูนกันได้ไม่ง่าย และถ้าข้อสังเกตว่าอนุทิน ถือหางกล้าธรรม เพื่อวัดพลังบุรีรัมย์เป็นจริง
ว่ากันว่า “เนวิน ชิดชอบ” อาจจำเป็นต้องถือหาง “เพื่อไทย” เอาไว้คาน “หนู-นัส” ด้วยหรือไม่ เนื่องจากช่องทางเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างแดงกับเขียว ค่อนข้างริบหรี่ “นายหญิงน้อย” ไม่เอากล้าธรรม บริหารจัดการพรรคเบ็ดเสร็จ ขนาด “พ่อ - อา” ไม่ต้องมายุ่ง สส. ได้แต่มองตาปริบๆ ลุ้นว่าพรรคจะต้องเจอกับอะไรอีก
เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ระหว่าง “อนุทิน” กับ “เนวิน” คนเป็นนายกฯ ย่อมมีภาษีดีกว่า ถืออำนาจตามกฎหมาย แต่ประมาทชื่อชั้น “ครูใหญ่” ไม่ได้เช่นกัน ปั้นนายกฯได้ ก็คว่ำนายกฯได้เหมือนกัน “อนุทิน” น่าจะรู้ดีกว่าใคร “ยี่ห้อบุรีรัมย์” ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด





