ความพยายามกลืนพรรคการเมืองอื่น ของ “ระบอบสีน้ำเงิน” เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ผ่านปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “พรรคประชาชาติ” ที่ภายในแบ่งเป็น2ก๊ก รวมถึง “พรรคกล้าธรรม” ให้มารวมมุ้งไว้ที่เดียวคือ “ภูมิใจไทย” เพื่อขยายฐานอำนาจ
KEY POINTS
- ระบอบสีน้ำเงิน อำนาจล้นมือ พยายามกลืน "ประชาชาติ-กล้าธรรม" เข้ากับ "ภูมิใจไทย"
- ภายในประชาชาติ แบ่งแยกชัด2ก๊ก ฝ่าย "วันนอร์-ซูการ์โน" พันธมิตรเหนียวแน่นพรรคบุรีรัมย์
- ฝ่าย "ทวี สอดส่อง" ยืนตรงข้าม หนู-เน กระทุ้ง "เขากระโดง-โกง สว." มาตลอด
- ดีล "กล้าธรรม" ร่วมรัฐบาล อาจเป็นเกมวัดพลัง 2น. "อนุทิน" อยากได้เสริมขุมกำลังตัวเอง ไว้คานบุรีรัมย์
- "เนวิน" ลึกๆ ไม่ได้อยากได้ แต่สุดท้าย อาจเจอเงื่อนไขที่ปฏิเสธไม่ได้
เจ้าของ “พรรคภูมิใจไทย” ที่ก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดทางการเมือง ที่มาพร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยม ส่งให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ครองอำนาจฝ่ายบริหาร และยึดกุมกลไกที่ช่วยหนุนนำให้ระบอบสีน้ำเงิน ยืนอยู่ได้
“ภูมิใจไทย” ในวันที่เป็นหัวแถว แม้จะเผชิญวิกฤติศรัทธา ความเชื่อมั่น และมรสุมที่เกิดขึ้นกับลูกพรรค ซึ่งแอ็กชั่นต่างๆ ของบรรดาองคาพยพ ที่ออกโรงปกป้อง “ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ ยิ่งสร้างความคลางแคลงใจ
เรื่องที่เกิดขึ้นกับ “สามีไอเดียร์” อาจจะใหญ่กว่าที่คิด และโยงลึกกับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าที่เห็นหรือไม่ ปฏิบัติการหลายอย่างทั้งในและนอกสภา รวมถึงหน่วยงานตรวจสอบบางแห่ง ขยับแบบสอดรับกันหมด เพราะเดิมพันอาจถึงขั้นว่าพรรคจะอยู่หรือไปเลยทีเดียว
เรื่องทำนองนี้ที่เกิดกับ “ลูกพรรคภูมิใจไทย” มีให้เห็นค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะการโดน ป.ป.ช.ฟัน เรื่องต่างๆ ตั้งแต่จริยธรรม การถือครองที่ดินของรัฐมิชอบ เสียบบัตรแทนกัน จนศาลตัดสินจำคุก หรือโดน กกต. แจกใบเหลือง ใบแดง เนื่องจากพบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง
กรณีเหล่านี้เป็นเรื่องตัวบุคคล พรรคก็อุ้มไม่ไหว ก็ต้องปล่อยตามมีตามเกิด แต่กับกรณีไอเดียร์และสามี อาจมีความแตกต่าง เพราะเรื่องมันซับซ้อน เกี่ยวข้องผลประโยชน์มหาศาล และที่ต่างชัดเจนคือขุมข่ายอำนาจสีน้ำเงินวันนี้ อิทธิพลสูงมาก ต่างกับเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว
ปรากฏการณ์ในโซเชียลมีเดีย สะท้อนความเป็นไปได้อย่างดี เสียงกระแนะกระแหนว่า ใส่เสื้อสีน้ำเงินวันนี้ ทำอะไรก็ไม่ผิด หรือการนิยามเนวิน ชิดชอบ ขึ้นชั้นสมเด็จในทางการเมือง ว่าไปก็พอเข้าใจได้ ในเมื่ออำนาจล้นมือขนาดนี้
ท่าทีของพรรคการเมืองที่เคยต่อสู้ขับเคี่ยวกันแทบเป็นแทบตาย พอสถานการณ์เปลี่ยน หลายพรรคเลือกไหลตามน้ำไปกับสีน้ำเงิน โดยเฉพาะเพื่อไทย รวมถึง “พรรคประชาชาติ” ที่มีฐานเสียงสำคัญในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
จากที่เคยผนึกกำลังกับ “เพื่อไทย - ทักษิณ” มาวันนี้ “ประชาชาติ” ท่าทีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากที่ต่อสู้กับนโยบายกัญชาเสรี มุ่งทวงคืนที่ดินเขากระโดง สถานการณ์วันนี้ในประชาชาติ เหมือนแบ่งเป็น2ฝั่ง
ฝั่งหนึ่งคือ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีของ “อนุทิน” และยังเป็นที่ปรึกษาคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่ามีบทบาทชัดเจนในรัฐบาลภูมิใจไทย
อีกฝั่งคือ “ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรค ที่มีจุดยืนสู้กับภูมิใจไทยไม่เปลี่ยน ตั้งแต่เรื่องที่ดินเขากระโดง จนถึงกรณีล่าสุดเรื่องโกง สว.
ส่วน ซูการ์โน มะทา สส.ยะลา ในฐานะเลขาฯพรรคประชาชาติ ท่าทีก็ชัดเจนว่ายืนข้างบุรีรัมย์ทั้งใจ ช่วงวันเกิด “เนวิน” ใส่เสื้อฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ไปร่วมอวยพร ซึ่งน้องชาย วันนอร์ คนนี้ถูกคาดหมายว่าจะขึ้นมารับช่วงต่อทางการเมืองในพื้นที่แทนพี่ชายในอนาคต ตอนนี้ก็แสดงออกชัดเจน ว่า ประชาชาติปีกบ้านศรียะลา เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของภูมิใจไทยไปแล้ว
พื้นที่ชายแดนใต้ต่อจากนี้หาก “ภูมิใจไทย” ผนึกกำลังกับประชาชาติ เต็มตัว ไม่ว่าจะถึงขั้นยกก๊วนเข้าพรรคน้ำเงินเหมือนก๊วนสุพรรณบุรี หรือตกลงเป็นแค่พรรคพันธมิตร เอื้อเฟื้อกันในเชิงพื้นที่ ก็วินวินทั้งสองคู่ เพราะต่างมีที่ทางของตัวเอง จบศึกก็มาร่วมรัฐบาลกันใหม่
ไม่ต่างจาก “พรรคกล้าธรรม” ที่มีฐานเสียงสำคัญในชายแดนใต้ โดยเฉพาะนราธิวาส ท่ามกลางการจับตาว่าเจอเงื่อนไขที่ปฏิเสธไม่ได้ หากอยากร่วมรัฐบาล กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ก็ต้องยอมสละบ้านเก่า แล้วไปสวามิภักดิ์กับบุรีรัมย์
ทว่าอีกกระแส ดีลร่วมรัฐบาลของกล้าธรรมรอบนี้ เผลอๆเป็นเพราะบารมี “อนุทิน” เป็นผู้เลือก “ธรรมนัส” ซึ่งต่างมีแบ็กดีทั้งคู่ ไม่ใช่จะรอบุรีรัมย์ตัดริบบิ้น กดไฟเขียว ด้วยเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ อย่ามองข้ามอำนาจแฝงของเสี่ยหนู แบบที่บางคนกำลังประมาท
หากสูตรนี้เกิดขึ้นจริง “ภูมิใจไทย” สามารถกลืน “ประชาชาติ - กล้าธรรม” ขุมกำลังในชายแดนใต้จะเข้มแข็งเป็นเอกภาพอย่างมาก ปัจจุบัน สส.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวม13ที่นั่ง ก็มีแค่3พรรคนี้ครองพื้นที่ แล้วถ้า3พรรคนี้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน กินรวบพื้นที่ที่อัดแน่นไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลแน่นอน
จังหวะก้าวทางการเมืองของ “ครูใหญ่” และ “อนุทิน” ตอนนี้หนุนให้ “ภูมิใจไทย” เติบโตขยายไซส์ใหญ่ขึ้น เพราะกุมทุกอย่างในมือเบ็ดเสร็จ มีอำนาจต่อรองสูง นักการเมือง พรรคการเมืองไม่มีใครอยากสู้หรืออยู่ตรงข้ามผู้มีอำนาจ สูตรร่วมหอลงโรง จึงตอบโจทย์กับทั้ง “ประชาชาติ - กล้าธรรม” และอาจรวมถึง “เพื่อไทย” บางส่วนในอนาคต





