ศึกใน‘พรรคส้ม’แบ่งขั้วร้าวลึก ‘สส.สปอตไลต์’ เปิดศึก ‘กุนซือห้องแอร์’ ‘บันเทิงธิปไตย’ แบ่งข้าง ‘โบลิตบูโร’ ส่อแยกทาง
KEY POINTS
- เกิดความขัดแย้งภายในพรรคส้มระหว่างกลุ่ม "สส.สปอตไลต์" เช่น สส.รักชนก ศรีนอก ที่เน้นทำงานผ่านโซเชียลมีเดีย กับกลุ่ม "กุนซือห้องแอร์" ที่ถูกโยงถึง "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เน้นการทำงานเชิงอุดมการณ์
- "ปิยบุตร" วิจารณ์แนวทางการทำงานของ สส. บางกลุ่มว่าเป็น "บันเทิงธิปไตย" ที่เน้นสร้างกระแสมากกว่าผลักดันนโยบายหลักของพรรค ทำให้ถูกมองว่าพุ่งเป้าไปที่ สส.รักชนก
- รอยร้าวในพรรคมีรากฐานมาตั้งแต่ความขัดแย้งเรื่องแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลในอดีต ระหว่างฝ่ายที่ต้องการเข้าร่วมรัฐบาลกับฝ่ายที่ต้องการเป็นฝ่ายค้าน จนสร้างความบาดหมางมาถึงปัจจุบัน
กลายเป็นปมร้อนที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง พลันที่มีกระแสข่าวว่า “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ หัวหมู่ทะลวงฟันของพรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งคำถามในไลน์กลุ่ม “พรรคส้ม” ถึง “กลุ่มคนกินไวน์” ที่มักตั้งวงเหล้าล็อบบี้สร้างวาทกรรมบั่นทอนคนทำงานในพรรค
“รักชนก” ตัดพ้อว่า เรื่องนี้ควรนำมาวิจารณ์ภายในเพื่อแก้ไข มากกว่าฉวยโอกาสสาดตรรกะวิบัติใส่คนอื่นเมื่อดื่มเหล้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ใช่การวิจารณ์ด้วยความสุจริตใจ หรือติเพื่อก่อ จึงอยากเห็น “คณะนำ” ออกมาปกป้องคนที่ตั้งใจทำงานและหาวิธีการสื่อสาร ที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มโหวตเตอร์
แถมในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ “รักชนก” ยังโพสต์ลอย ๆ อีกว่า “อย่างนึงที่เลิกได้แน่ ๆ แล้วในชีวิตนี้ คือ การบูชาตัวบุคคล” ทำเอา “ด้อมส้ม” เสียงแตกออกเป็น 2 ส่วนทันที
โดยฝ่ายหนึ่งมองว่า “สส.ไอซ์” ทำงานอย่างเต็มที่ มีความสามารถในการขุดคุ้ยหาประเด็น เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ แต่อีกฝ่ายมองว่า สิ่งที่เธอทำ มักเน้นไปทาง “หาแสง” ในโซเชียลมีเดีย มากกว่าผลักดันประเด็นการสื่อสารหลักของพรรค เช่น เรื่องการรื้อโครงสร้างอำนาจ หรือการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ เป็นต้น
ล่าสุด “รักชนก” ให้สัมภาษณ์วานนี้ (22 ต.ค.) ไม่ขอต่อความยาวสาวความยืดเรื่องนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวที่ควรจะจบตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อน ทำไมกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง ในช่วงที่กำลังจับผิดการลุแก่อำนาจของพรรคภูมิใจไทยอย่างหนัก และช่วงโค้งสุดท้ายก่อนซักฟอกรัฐบาลสีน้ำเงิน พร้อมตั้งคำถามว่า “แหล่งข่าวระดับสูง” ที่ให้ข่าวนั้นสูงแค่ไหน
ส่วน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่าในพรรคเกิดรอยร้าวขึ้น ยืนยันหลักการพรรคมวลชน วิพากษ์วิจารณ์ได้ เห็นต่างได้เป็นเรื่องปกติ สำหรับการสื่อสารทางการเมืองของพรรคนั้น เป็นเอกภาพ ไม่กังวลกระทบศึกซักฟอก แต่เตือนคนในพรรคอย่าเปิดช่องให้ “ฝ่ายตรงข้าม” โจมตีจุดนี้ได้
อย่างไรก็ดีต้องไม่ลืมว่า ประเด็นรอยร้าวในพรรคส้มนั้นเกิดขึ้นมาได้สักระยะแล้ว ล่าสุดคือช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ยกทฤษฎี “บันเทิงธิปไตย” คือสิ่งที่ สส.ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด
“ปิยบุตร” ถอดบทเรียนเมื่อครั้งร่วมก่อการตั้งพรรคอนาคตใหม่ มีความหวัง-ความฝันว่า หากต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศขนานใหญ่ จำเป็นต้องมีพรรคแบบนี้ ค่อย ๆ บ่มเพาะสร้างคน พัฒนาให้เป็นพรรคลักษณะนี้ให้ได้ จากวันนี้อนาคตใหม่ มาก้าวไกล จนถึง ปชน.ก็ยังหวังจะเป็นพรรคแบบนี้ให้ได้สักวันหนึ่ง
ทว่าด้วยกระแสแบบปัจจุบัน ด้วยตลาดทางการเมืองและผู้บริโภคแบบทุกวันนี้ อาจยั่วยวนหรือบีบบังคับให้พรรคต้องขยับออกจากแนวทางที่คิดฝันไว้มากขึ้น เพราะการสร้างพรรคให้เป็นพรรคยุทธศาสตร์ พรรคมวลชน พรรคที่มีอุดมการณ์ความคิดชี้นำ
โดยพรรคที่ทำงานทางความคิดนั้น อาจยาก เห็นผลช้า ไม่หวือหวา ไม่ตื่นเต้นเร้าใจ เป็นการทำงานเบื้องหลัง ซุ่มซ่อน ยาวนานที่คนไม่เห็นตรงหน้า หรืออาจไม่ถูกใจคนในวงกว้างหรือสื่อในยุคนี้ ที่ชอบอะไร ๆ เร็ว ๆ ด่วน ๆ เฉพาะหน้า
“ปิยบุตร” ยังออกโรงเตือนบรรดา “นักเลือกตั้ง-สส.” สายการแสดงทางการเมือง-คลิกเบต ที่กอบโกยเรตติ้งทางการเมือง จนพรรคไม่อาจต้านทานได้ จนปัจจุบันกลายเป็น “บันเทิงธิปไตย” และกำลังกลืนกิน “อุดมการณ์” ทางการเมืองของพรรคตัวเองที่ก่อร่างสร้างมาในอดีต
พลันที่ “ปิยบุตร” โพสต์ดังกล่าว ถนนทุกสายต่างพุ่งเป้าไปที่ “ไอซ์ รักชนก” ทันทีว่า สิ่งที่ “ปิยบุตร” โพสต์ออกมานั้น เป็นการวิพากษ์วิจารณ์เธอหรือไม่ เบื้องต้น “ณัฐพงษ์” เคยชี้แจงในช่วงเวลาดังกล่าว น้อมรับคำวิจารณ์ของ “ปิ“บุตร” แต่ปฏิเสธว่าการโพสต์ดังกล่าว เป็นการพุ่งเป้าไปยัง “สส.ไอซ์” พร้อมกับขอร้องสื่ออย่าขยายปมร้าวเรื่องนี้
หากขุดไปให้ลึกกว่านั้น ความขัดแย้งระหว่าง “กลุ่มปิยบุตร” และ “โปลิตบูโร” ภายในพรรค เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วง “ก้าวพลาด” ไปทำ MOA “ส้ม-น้ำเงิน” แล้ว เพราะเห็นต่างใน “ทางเลือก” ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเมือง
โดยฝ่ายหนึ่งมองว่า หากโหวตให้ “น้ำเงิน” แล้ว “ส้ม” ควรเข้าร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อเป็นรัฐมนตรีในบางกระทรวงที่เคยผลักดันตรวจสอบมาตลอด เช่น กระทรวงแรงงาน ดูแลประกันสังคม หรือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อผลักดันรัฐสวัสดิการ
อาจรวมถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันการโยกย้ายข้าราชการเอื้อประโยชน์เข้าทางฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น
แหล่งข่าวระดับสูงที่คลุกคลีตีโมงในองคาพยพส้ม เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันข้อเท็จจริงว่า ในช่วงเวลานั้น “บิ๊กเนมสีน้ำเงิน” ตอบรับ หาก “พรรคส้ม” จะเข้าร่วมรัฐบาลในช่วงทำ MOA และจะมีการหารือเพื่อแบ่งกระทรวงไปกำกับดูแลกันด้วย
ทว่าสุดท้าย “ผู้นำทางจิตวิญญาณ-โปลิตบูโร” ไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ โดยอ้างถึงหลักการต่าง ๆ และความพยายามในการ “คุมเกม” ซึ่งเป็นข้อเสียของพรรคนี้มาโดยตลอด นำไปสู่การโหวต “น้ำเงิน” เป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ส่วน “ส้ม” เป็น “ฝ่ายค้านข้างมาก” จนกลายเป็นหนึ่งในตราบาปประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยทุกวันนี้
เรื่องข้างต้นทำเอาเกิดความบาดหมางระหว่าง “กลุ่มปิยบุตร” และ “โปลิตบูโร” มาจนถึงทุกวันนี้ หากสังเกตในช่วงปราศรัยใหญ่พรรคส้มก่อนเลือกตั้ง 2569 ไม่ปรากฎ “ปิยบุตร” บนเวทีด้วยซ้ำ ทั้งที่ช่วยพรรคหาเสียงในพื้นที่อีสานมาหลายวันก่อนหน้า โดย “ปิยบุตร” เคยบอกว่า ตัวเขาไม่ได้รับเชิญให้ขึ้นเวที
รอยร้าวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง MOA ว่ากันว่าในช่วงหนึ่งมีเสียงเมาท์จาก สส.ในพรรคหลายคนว่า หากถึงจุดหนึ่งเมื่อจุดยืน-แนวทางของ “โปลิตบูโร” ไม่ตรงกัน อาจแยกตัวไปก่อตั้งพรรคใหม่ โดยยึดอุดมการณ์ “อนาคตใหม่เดิม” มาต่อสู้ในทางการเมืองอีกครั้ง ทว่าเรื่องนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน
ตัดภาพกลับมาสู่รอยร้าวในปัจจุบัน “กลุ่มกินไวน์” แน่นอนว่าหลายคนย่อมพุ่งเป้าไปที่ “ปิยบุตร” ที่ถูก “ด้อมส้ม” หลายคนมองว่าเป็น “กุนซือห้องแอร์” คอยสั่งการตามทฤษฎีการเมือง และมีส่วนสำคัญในการวิพากษ์วิจารณ์ “สส.ไอซ์” ที่คนในพรรคบางคนมองว่าเป็น “กลุ่ม สส.สปอตไลต์” เน้นทำงานการเมืองผ่าน “โซเชียลมีเดีย” เป็นหลัก
เมื่อกลุ่ม สส.สปอตไลต์ เครื่องร้อน เปิดศึก “กุนซือห้องแอร์” ท่ามกลางกระแสรอยร้าวหนักในพรรค ด้าน “คณะนำ” ที่มี “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นหัวหน้าพรรค ไม่อาจคอนโทรลได้มากนัก
การจะนำพา “ยานพาหนะคันที่ 3” ของ “พรรคส้ม” ไปอยู่จุดไหน เต็มไปด้วยอุปสรรคจากปัจจัยภายนอกรุมเร้า แต่ปมร้าวลึกบาดใจ “แกนนำส้ม” ยิ่งจะฉุดให้ “พรรคประชาชน” เดินถอยหลังไปอีกหลายก้าว





