เครือข่าย ตระกูล ส. ขยายแนวร่วมมายังสภาฯ ขอ "ฝ่ายค้าน" สกัดกั้นร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่ริบภาษีบาป จากกองทุน และยกเป็นประเด็น ซักฟอก "อนุทิน"
KEY POINTS
- พรรคภูมิใจไทยเสนอแก้กฎหมาย 4 ฉบับ เพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินทุนขององค์กรอย่าง สสส. และไทยพีบีเอส จาก "ภาษีบาป" (สุรา-ยาสูบ) ให้ไปอยู่ในงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน
- ภาคประชาชนร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านและ สว. กลุ่มอิสระ เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว
- ฝ่ายผู้คัดค้านกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงจะเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานและลดทอนความเป็นอิสระขององค์กรผ่านการจัดสรรงบประมาณ
- มีการเรียกร้องให้ฝ่ายค้านใช้กลไกสภาฯ สกัดกั้นร่างกฎหมาย และอาจหยิบยกประเด็นนี้ไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
กลายเป็นประเด็นที่ภาคประชาชนเดินเกมรุกไล่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผ่านการขยายแนวร่วมในสภาฯ โดยเฉพาะ “ฝ่ายค้าน” ที่มี “พรรคประชาชน” เป็นแกนนำ และ สว.กลุ่มอิสระ เพื่อต่อต้าน-คัดค้าน การแก้ไข “4 กฎหมาย” เพื่อเปลี่ยนแปลงรายได้จาก “ภาษีสุรา-ยาสูบ” ไปเป็น งบประมาณรายจ่าย
โดย 4 ร่างกฎหมาย ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เสนอโดย “อนุทิน” ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่างพ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ ร่างพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส เสนอโดย “ศุภชัย ใจสมุทร” และคณะสส.ภูมิใจไทย
เครือข่ายภาคประชาชน นำโดย บัณฑิต แป้นวิเศษ -สุนี ไชยรส - นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ยื่นข้อเรียกร้องกับ ตัวแทนพรรคประชาชน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานกมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ซึ่งสาระคือ ขอให้แสดงจุดยืนคัดค้าน 4 ร่างกฎหมายที่ “พรรคภูมิใจไทย” เสนอ
พร้อมยกข้อกังวลว่า หากเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนเงินทุน อาจเปิดช่องให้ “ฝ่ายการเมือง” ล้วงลูกการทำงานและ แทรกแซงผ่าน การอนุมัติงบประมาณ พร้อมขอให้ “ฝ่ายค้าน” ใช้กลไกสภาฯ สกัดการเดินหน้าแก้ไขโดยเสียงข้างมาก ผ่านช่องทาง โหวตคว่ำ เมื่อร่างกฎหมายผ่านเข้าสภาฯ หรือ ตั้งกลไก กมธ.วิสามัญ เพื่อศึกษาปฏิรูปองค์กร โดยมีภาคประชาสังคมเข้าร่วม
ต้องยอมรับว่าความกังวลต่อ “ฝ่ายการเมืองสีน้ำเงิน” ตามข้อกล่าวหาไม่สุจริตต่อการจัดสรรงบประมาณ ขอให้เพิ่มประเด็นริบภาษีบาป ใส่ไว้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “อนุทิน” ในคราวที่สภาฯ จะเปิดเวทีซักฟอกรัฐบาลสีน้ำเงินเร็วๆนี้
ภายใต้เหตุผลสำคัญคือ “อนุทิน” ผู้เสนอแก้กฎหมาย สสส. จงใจละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ ชิงเสนอแก้กฎหมายฉบับสำคัญ โดยไม่ผ่านความเห็นอย่างกว้างขวางของ “ประชาชน” หรือ “ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเป็นกรอบปฏิบัติไว้
ประเด็นนี้ “สุนี ไชยรส” ขยายความไว้ว่า การเสนอแก้กฎหมายที่มีผลกระทบวงกว้าง “นายกฯ” ไม่เคยหารือฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง ส่วนที่รับฟังผ่านระบบออนไลน์ของสภาฯ ที่กำหนดเวลารับฟังเพียงสั้นๆ ไม่ถือว่าเป็นการรับฟังความเห็นประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายรอบด้าน เป็นระบบ
ขณะที่ท่าทีของ “ฝ่ายการเมือง” มีความชัดเจน ทั้งจาก “ประชาธิปัตย์” และ “สว.กลุ่มอิสระ” ชูธงไม่เห็นด้วยกับ “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ที่เสนอแก้กฎหมาย-ริบภาษีบาป จาก “กองทุน สสส.-ไทยพีบีเอส” และเปลี่ยนแหล่งรายได้ไปเป็น “งบประมาณรายจ่าย” เพราะมองว่าขัดต่อเจตนารมณ์การก่อตั้ง สสส.-ไทยพีบีเอส รวมถึงหลักประกันของความเป็นอิสระต่อการตรวจสอบนโยบายรัฐ
ทว่าจะถึงขั้น หยิบเป็นประเด็น “ซักฟอก” รัฐบาลอนุทิน เลยหรือไม่ ในชั้นนี้ ทั้ง “ประชาธิปัตย์ และ พรรคประชาชน” ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เพราะเข้าใจว่า การเสนอแก้กฎหมายยังเป็นกระบวนการ ที่ พรรคการเมืองทำได้ ตามรัฐธรรมนูญรับรอง และไม่ถึงขั้นเกี่ยวข้อง-โยงตรงกับการบริหารราชการแผ่นดิน
แม้ “ภาคประชาชน” จะตั้งข้อสังเกตต่อการจงใจละเว้น ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่ในขั้นตอนนิติบัญญัติ ยังมีกระบวนการ-ฟังความเห็น หลังจากสภาฯ ผ่านวาระรับหลักการ ไปแล้ว
อย่างไรก็ดีในทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป เพราะสิ่งที่เป็นวาระสังคม เรียกกระแส-คะแนนทางการเมือง ไม่มีใครปล่อยให้โอกาสเรียกเรตติ้งหลุดมือ
ล่าสุดเมื่อวันนี้ 22 ตุลาคม “พรรคประชาชน” ใช้กลไกของ กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มี “ภคมน หนุนอนันต์” เป็นประธาน กมธ. ตรวจสอบ การเสนอแก้กฎหมาย ไทยพีบีเอส ของ “พรรคภูมิใจไทย” ในแง่ของ โครงสร้างรายได้ และ หลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
“พรรคประชาชน” ยังซ่อนเกมซ่อนกลไม่แสดงท่าทีชัดเจนจะค้านหรือสนับสนุนการปรับแก้กฎหมาย สสส. หรือ ไทยพีบีเอส ตามข้อเรียกร้องของ “ภาคีเครือข่ายประชาชน” แต่การใช้กลไก “กมธ. ตรวจสอบ” อาจเห็นร่องรอยบางอย่าง ที่สะท้อนเจตนาที่แท้จริงของ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ที่เสนอริบ “ภาษีบาป”





