เจตนาของ "โสภณ" ที่ดึงเรื่อง สอย ป.ป.ช. เหตุยกฟ้องคดีซุกหุ้น ของ "ศักดิ์สยาม" ฝ่ายค้านตีความคือการประวิงเวลา และจากนี้จับตาการหาช่องเอาผิดต่อ ประมุขนิติบัญญัติ
KEY POINTS
- ฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้สอบสวน ป.ป.ช. กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ แต่ถูก โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ประวิงเวลามานานกว่า 4 เดือน
- ฝ่ายค้านเชื่อว่าการดองเรื่องดังกล่าวเป็นเจตนาเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง และเตรียมยื่นเอาผิดนายโสภณ ซารัมย์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากสุดท้ายมีการปัดตกคำร้อง
- ต้นเหตุของเรื่องมาจากการที่มติของ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินว่ามีความผิดจริงจนต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี
กว่า 4 เดือน ที่คำร้องขอให้ “ศาลฎีกา” ตั้งกรรมการไต่สวนอิสระเพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ “กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” (ป.ป.ช.) ของ “ฝ่ายค้าน” ร่วมกับ “สว.อิสระ” กว่า 140 คน นำโดย “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ที่ยื่นผ่าน “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ยังไม่ถึงมือ “ประธานศาลฎีกา”
“ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ” ขอรอผลพิจารณาของ “คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” ที่ตัวเองตั้งขึ้นมา เพื่อกลั่นกรอง ก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ โดย “กรรมการชุดดังกล่าว” ถูกตั้งขึ้นเมื่อ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา เวลาล่วงเลยมา 2 เดือน แต่ “โสภณ” กลับบอกว่ายังไม่สามารถบอกรายชื่อได้ว่ามีใครบ้าง ไม่มีธง-ไม่มีกรอบเวลาทำงาน เนื่องจากไม่ต้องการกดดันการพิจารณา
ทำให้ “ฝ่ายค้าน” โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.พรรคประชาชน ต้องตั้งคำถามดังๆ ว่า เป็นความจงใจถ่วงเวลาเพื่อช่วยพวกพ้องหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีต รมว.คมนาคม ฐานะ น้องชาย “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ และ “กรรมการ ป.ป.ช.” ที่อย่างน้อย 4 คน ถูกแต่งตั้งทำหน้าที่ในสมัย “สว.สีน้ำเงิน”
หากย้อนรอยจุดตั้งต้นที่ “ฝ่ายค้าน และ สว.อิสระ” ต้องยื่นเรื่องนี้ เป็นเพราะ “ป.ป.ช.” มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ในกรณีปกปิดการถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เมื่อ 23 เมษายน โดยเหตุผลสำคัญ คือ ไม่มีเจตนาปกปิด สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตัดสินเป็นความผิด พร้อมลงโทษให้พ้นจาก รมว.คมนาคม ตัดสิทธิการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี 2 ปี (ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2566-มีนาคม 2568)
“ฝ่ายค้าน” จึงเชื่อว่า เหตุที่ “ป.ป.ช.” ยกคำร้องคดีซุกหุ้นนั้น คือ การทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือ ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
อีกทั้งมีรายละเอียดการพิจารณาคดีของ “ป.ป.ช.” ที่ผิดปกติวิสัย เพราะ “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล” สส.พรรคประชาชน ฐานะผู้ร้องเรียน “ศักดิ์สยาม” ว่ามีพฤติกรรมซุกหุ้น ไม่เคยรับทราบต่อกระบวนการตรวจสอบของ “ป.ป.ช.” หรือถูกเชิญให้เข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ล่าสุด “พริษฐ์” ตั้งคำถามกับ “โสภณ” อีกครั้ง พร้อมขอคำตอบให้ชัดเจนถึงความคืบหน้า หลังพบความเคลื่อนไหวเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้นำฝ่ายค้านได้รับหนังสือซึ่งสอบเพียงว่า ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ไม่ระบุประเด็นหรือรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม ทั้งที่ข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฎชัดเจนในคำร้อง
“ขอให้ประธานสภาให้ความชัดเจนว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตอนนี้ทำงานถึงไหนแล้ว และกรอบระยะเวลาที่ต้องใช้หลังจากนี้เพื่อตัดสินใจว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ และจะยื่นต่อประธานศาลฎีกาในกรอบเวลาใด อย่าใช้วิธีนี้เพื่อประวิงเวลา”
เหตุผลที่ “ฝ่ายค้าน” ต้องตั้งคำถามซ้ำๆ และดักคอเช่นนี้ เป็นเพราะไม่อยากเงียบ และปล่อยให้เป็นเหตุซ้ำรอย “ปัดตกคำร้อง” เหมือนสมัย “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” เป็นประธานรัฐสภา ประวิงเวลา จนปัดตกคำร้องที่ “พรรคประชาชน” ทำเรื่องส่งศาลฎีกา ให้ตั้งกรรมการไต่สวนอิสระ สอบ “ป.ป.ช.” ทุจริตต่อหน้าที่ ในคดีนาฬิกาหรู ของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” อดีตรองนายกฯ
ในรอบนั้น “วันนนอร์” ปัดตกคำร้องตามความเห็นของ “ฝ่ายกฎหมายของรัฐสภา” ที่สรุปผลพิจารณาว่า “คำร้องไม่มีมูล หรือ ไม่พบพฤติกรรมที่ผิดตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน” โดยรอบนั้น “ฝ่ายค้าน” ไม่ทันใช้สิทธิ์โต้แย้ง เพราะ “รัฐบาล” ประกาศยุบสภาเสียก่อน
ดังนั้นในสถานการณ์การเมืองที่ “สีน้ำเงิน” ครอบอำนาจทั้งฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ และมีพวกพ้องใน “องค์กรอิสระ” สิ่งที่ “ฝ่ายค้าน” ต้องการ คือ ความชัดเจนว่า “โสภณ” จะทำอย่างไรต่อเรื่องนี้ เพราะหากท้ายสุดปัดตกคำร้อง “ฝ่ายค้านและสว.อิสระ” ในเร็ววัน ยังพอมีเวลามากพอ ต่อการหาช่องทางอื่น เพื่อตรวจสอบ “ป.ป.ช.” เอาผิด “โสภณ”
อย่างไรก็ดีในประเด็น “ศักดิ์สยาม” กับ “ป.ป.ช.” มีความพยายามรื้อคดี โดย “พรรคประชาธิปัตย์” เดินหน้าไปแล้ว โดย “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รองหัวหน้าพรรค ยื่นให้ “ป.ป.ช.” รื้อคดี “ศักดิ์สยาม” อีกครั้ง
เนื่องจากพบหลักฐานใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะ “จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ” เท่านั้น แต่ยังมี “ความขัดกันแห่งผลประโยชน์” เพราะพบข้อเท็จจริงว่า “หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น” เข้าไปรับงานในกระทรวงคมนาคม เมื่อครั้งที่ “ศักดิ์สยาม” นั่งรมว.คมนาคม
อีกทั้งยังมีหนังสือคำสั่งที่ลงนาม โดย “ศักดิ์สยาม” ที่สั่งการหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม ว่า ก่อนประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ต้องแจ้งให้รัฐมนตรีให้ทราบก่อน ถือว่าเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรม เข้าข่ายแทรกแซง หรือ มีผลประโยชน์ขัดกันกับกฎหมาย ถือเป็นข้อห้ามสำคัญที่ “รัฐธรรมนูญ” กำหนดไว้ ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐ ดำเนินกิจการหรือถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทาน หรือ เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐที่ตนเองกำกับดูแล
ที่สำคัญ ประเด็นนี้ เป็นขอบเขตที่ “ป.ป.ช.” มีหน้าที่และอำนาจ ตรวจสอบ และ ไต่สวน แม้ประเด็นนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า “ป.ป.ช.” ดำเนินการอย่างใดหรือไม่
ความพยายามของ “โสภณ” ที่ขันอาสาเป็นเกราะแก้วคุ้มภัย ให้ “ป.ป.ช.” เพื่อการันตีความปลอดภัยของ “ศักดิ์สยาม” หากเลือกทางปัดตกคำร้อง “ขั้วค้าน” เตรียมมุ่งเอาผิด “เครือข่ายน้ำเงิน” จนอาจขยายผลไปถึง “โสภณ” ที่มีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำสิ่งที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์
ปฏิบัติการ “น้ำเงิน” อุ้ม “น้ำเงิน” อยู่ในการจับตาจากทุกขั้ว เมื่อเลือกปกป้องกันเอง ทำให้ “ขั้วค้าน - ขั้วแค้น” ต้องจับตาทุกย่างก้าว และจะยิ่งทำให้ “ขั้วน้ำเงิน” เข้าสู่สภาวะเสื่อมถอยได้เร็วยิ่งขึ้น





