วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทอ.’วางเกมรบ ปั้นกำลังรบเหนือ AI สมรภูมิกัมพูชา 'ชิงไฮกราวด์'

ทอ. ปรับโครงสร้างฝึกกำลังรบใหม่ ให้ดำรงขีดความสมารถในห้วงอากาศและอวกาศ สอดรับเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในสนามรบ ทั้ง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดรน AI สมรภูมิกัมพูชารอบหน้า คือชิงไฮกราวด์

KEY POINTS

  • พื้นที่ชายแดนไทย มีปัญหาสัญญาณแอนตี้โดรนฝ่ายกัมพูชาส่งมารบกวนล้ำเขตแดนไทยต่อเนื่อง 
  • เครื่องมือพิเศษ มาจากการสนับสนุนกลุ่มทุนในกัมพูชา จัดกันมาป็นแพ็กเก็จ ระบบแอนตี้โดรน บุคลากรเชี่ยวชาญ จากเหตุปะทะรอบ2
  • นอกเหนือปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์  ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ "กองทัพอากาศ" เร่งเสริมสร้างกำลังรบ
  • หากดํารงขีดสามารถในห้วงอวกาศและอวกาศไม่ได้ จะนำไปสู่ความพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว

เจตนารมณ์การเมืองที่ไม่เป็นมิตรของกัมพูชายังคงมีอยู่ต่อเนื่อง การยั่วยุด้วยข้อมูลข่าวสาร ปฏิบัติการไซเบอร์ โดรน ทดสอบขีดความสามารถของฝ่ายไทยตลอดเวลา ผนวกกับการเสริมสร้างขีดอำนาจกำลังรบต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนกลุ่มทุนที่มีผลประโยชน์ภายในประเทศ 

สายการบังคับบัญชาของกัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายแดนติดกับไทย แบ่งความรับผิดชอบตามผลประโยชน์กลุ่มทุน ที่ใช้หล่อเลี้ยงข้าราชการ ฝ่ายปกครอง กำลังทหาร ในพื้นที่ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง

หลายพื้นที่ชายแดนไทย มีปัญหาสัญญาณแอนตี้โดรนฝ่ายกัมพูชาส่งมารบกวนล้ำเขตแดนไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฝั่ง จ.ตราด จนฝ่ายไทยไม่สามารถใช้โดรนบินขึ้นปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยตัวเองได้ 

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี  ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาไทย เคยหารือกับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อดำเนินการกับกัมพูชาทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศกรณีปล่อยสัญญาณแอนตี้โดรนเข้ามาฝั่งไทย

แน่นอนว่า เครื่องมือพิเศษเหล่านี้ มาจากการสนับสนุนกลุ่มทุนในกัมพูชา จัดกันมาป็นแพ็กเก็จ ระบบแอนตี้โดรน บุคลากรเชี่ยวชาญ พิจารณาได้จากห้วงการปะทะรอบ 2 ฝ่ายกัมพูชาได้นำโดรนรบและโดรนพลีชีพ ติดลูกกระสุน ค.82 มม. เข้ามาใช้โจมตีทหารไทยบริเวณช่องอานม้า และช่องบกอย่างเป็นระบบ

ในขณะนั้น หน่วยงานความมั่นคง ตั้งข้อสังเกตุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่มีการจ้างวานหรือดึงผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ หรือ บริษัททหารรับจ้าง เข้ามาช่วยฝึกสอน วางระบบ หรือควบคุมการบินโดรนขั้นสูง 

เนื่องจากรูปแบบการใช้วิทยุสื่อสารทางทหารและการควบคุมโดรนผ่านระบบไฟเบอร์ออปติกหรือการเปลี่ยนคลื่นความถี่ ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญสูงกว่ากำลังพลท้องถิ่นทั่วไป

นอกเหนือปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์  ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ "กองทัพอากาศ" เร่งเสริมสร้างกำลังรบ ผ่านการเปิดเผยในเวทีแถลงเจตนารมย์ "พล.อ.อ. เสกสรร คันธา" ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ปี 2570-2571 ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

"ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศยังมีอยู่ เมื่อใดที่ประเทศมีภัยจากสงคราม เราไม่มีโอกาสลองผิดลองถูก เพราะเดิมพันคือธิปไตย อาณาเขต ดินแดน เกียรติยศ เกียรติภูมิของชาติ รวมถึงชีวิตของประชาชน พวกเราจึงต้องฝึกฝนอย่างหนัก ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชา ฝ่ายเสนาธิการ ลงไปถึงผู้ปฏิบัติ เพื่อให้แน่ใจได้ว่ายามที่ต้องรบ ศัตรูของเราคิดได้ทันทีว่าพวกเขาคิดผิด“ ผบ.ทอ. กล่าว

กองทัพอากาศ เร่งปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ โดยหมุดหมายเพื่อเอาชนะสงครามครั้งต่อไป กำลังรบกองทัพอากาศ จำต้องมีความสามารถทั้งทางด้านไซเบอร์ อวกาศ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาวุธที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เช่น ระบบขีปนาวุธ  โดรน อากาศยานไร้คนขับ 

ครอบคลุมเครือข่ายการเชื่อมโยงข้อมูลที่แข็งแกร่งกับทุกเหล่าทัพ เพื่อให้มีความเหนือกว่าในการตัดสิน ตกลงใจ และการปฏิบัติการร่วม เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทําให้การปฏิบัติการทางทหารยุคใหม่เป็นการปฏิบัติการหลายมิติ 

บทเรียนการปะทะกับกัมพูชาที่ผ่านมา ทําให้กองทัพอากาศ เรียนรู้ว่า ชัยชนะไม่ได้เกิดขึ้นจากการใช้อาวุธ แต่ขึ้นอยู่กับ ข่าวกรองการเชื่อมโยงข้อมูล ระบบอาวุธ ขีดความสามารถในทุกมิติ 

โดยเฉพาะการครองความได้เปรียบทางอากาศและอวกาศ ที่ไม่สามารถแยกการปฏิบัติออกจากกันได้อีกต่อไป เพราะเป็นปัจจัยพื้นฐานความสําเร็จสนับสนุนหลายด้าน เช่น  การสื่อสาร การตรวจจับการเฝ้าตรวจ ระบุเป้าหมายและการนําร่อง ตลอดจนสร้างความแม่นยําการระบบอาวุธยุคใหม่

ดังนั้นการดํารงขีดสามารถในห้วงอวกาศและอวกาศ ป้องกันไม่ให้ขีดความสามารถดังกล่าวถูกลดทอน เป็นส่วนหนึ่งของความพร้อมรบของกำลังทางอากาศโดยตรง เพราะหากไม่สามารควบคุมได้จะนำไปสู่ความพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว

การครอบครอง ควบคุมอากาศ หรืออวกาศ ที่เรียกว่า ไฮกราวด์ (High Ground) และ ไฮเอ้อร์ กราวด์ (Higher Ground)  คือ การครองความได้เปรียบในพื้นที่ที่อยู่สูงกว่า   เกี่ยวข้องกับความสามารถการใช้ จีพีเอช การต่อต้านการรบกวน เช่น  แอนตี้โดรน เจมมิ่ง (Jamming System) จะมีผลต่อความอยู่รอดและประสิทธิภาพของกําลังรบ

โดย ผบ.ทอ. วางกรอบ กองทัพอากาศ ให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ  5 ข้อ 

1.ต้องมีความรักในสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ภูมิใจในรากเหง้าเกียรติภูมิของความเป็นไทยและความเป็นทหารอากาศของไทย

 2. ต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อป้องกันและป้องกันประเทศ และช่วยเหลือประชาชน 

3. ต้องมีความมืออาชีพในการปฏิบัติงาน  

4. ต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ 

5.ทหารอากาศ จะต้องเป็นทหารอาการยุคใหม่ เราจะสร้างคนในอนาคต

ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศ จะหล่อหลอมกำลังพล ตระหนักถึงภาวะผู้นำ มีวินัย มีคุณธรรม เสียสละ ถือเป็นสิ่งที่เทคโนโลยี  เอไอ  ทำไม่ได้  โดยกำหนดให้มนุษย์ต้องอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจเสมอ
 
เหตุเพราะกองทัพ ทำในสิ่งที่ มีความอ่อนไหวสูง มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ความอยู่รอดกับประเทศชาติมีผลต่อความเสียหายและการทำลายชีวิตให้เกิดความสูญเสียเกินความจำเป็น

"แม้ว่าเทคโนโลยีจะดีแค่ไหน เราไม่สามารถที่จะให้ เอไอ หรือหุ่นยนต์ มาทำหน้าที่แทนเราได้ทั้งหมด ฉะนั้นทักษะ บุคลากรนักเรียนทหาร จึงไม่ใช่ทักษะแบบเดิมอีกต่อไป ต้องดำรงความเป็นมนุษย์ให้ได้มากที่สุด อันตรายไม่ใช่ เอไอ จะคิดเหมือนมนุษย์ แต่คือ มนุษย์ที่จะคิดเหมือนเอไอ ทุกคนต้องรักษาความเป็นมนุษย์ไว้

เราจะไม่ทําลายเกินเหตุผลความจําเป็น ศัตรูที่ถือปืนที่เป็นเด็ก เราจะไม่ยิง การประหัตประหารด้วยอาวุธที่ทําลายล้างสูง เราจะไม่ทำ
สิ่งที่ทําให้เกิดความเจ็บปวดอย่างไร้คุณธรรม ไร้มนุษยธรรมเราจะไม่ทํา สิ่งเหล่านี้ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ประมวลผลหรือเอไอ ถ้ามันนํามันสู่วัตถุประสงค์ของชัยชนะ ก็ไม่ลังเลที่จะใช้อาวุธ นิวเคลียร์ หรืออาวุธทำลายล้างสูง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ต้องตัดสินใจ" ผบ.ทอ.กล่าว

บทเรียนจากการเผชิญหน้ากับกัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่า สงครามยุคใหม่ไม่ได้ตัดสินกันด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเหนือกว่าด้านข่าวกรอง ไซเบอร์ อวกาศ และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 

กองทัพอากาศจึงเร่งยกระดับขีดความสามารถรอบด้าน ควบคู่กับการพัฒนากำลังพลให้พร้อมรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยยึดหลักความเป็นมืออาชีพ ความโปร่งใส และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ 

เพราะท้ายที่สุด แม้อาวุธและ AI จะก้าวหน้าเพียงใด การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์และความสูญเสียในสงคราม ยังต้องอยู่ภายใต้คุณธรรมและวิจารณญาณของมนุษย์เสมอ