วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ข้อเท็จจริงเปลี่ยนมีนัยสำคัญ! ป.ป.ช.ส่งคดี 'บิ๊กโจ๊ก' คืน ตร.สอบ

ข้อเท็จจริงเปลี่ยนมีนัยสำคัญ! ป.ป.ช.ส่งคดี 'บิ๊กโจ๊ก' คืน ตร.สอบ

ป.ป.ช.อัปเดตคดีกล่าวหา 'บิ๊กโจ๊ก' ปมเรียกรับผลประโยชน์ 'เว็บพนัน' ส่งเรื่องกลับให้ พนง.สอบสวนหมดแล้ว เหตุพฤติการณ์แห่งคดีมีข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าตามที่พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญามายังสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 3 สำนวน ได้แก่

(1) กรณีพนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 593/2566 ลงวันที่ 25 ต.ค.2566 ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 724/2566 กล่าวหาร้องเรียนพันตำรวจเอก ภาคภูมิ  พิสมัย กับพวก ซึ่งภายหลังได้นำมารวมพิจารณากับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนพลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์  หักพาล กับพวก

(2) กรณีพนักงานสอบสวนตามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ 58/2567 ลงวันที่ 1 ก.พ.2567 ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 391/2566 กล่าวหาร้องเรียนพลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล กับพวก

(3) กรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่งเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ พลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล นั้น

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 32/2569 วันที่ 30 มี.ค. 2569 ได้มีมติให้ส่งเรื่องกล่าวหา ทั้ง 3 เรื่อง ดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนความผิดไปแล้ว และลักษณะคดีมีความเกี่ยวพันกันในความผิดหลายฐาน ทั้งที่เป็นความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.  

มีการขยายผลความผิดจากการกระทำของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งลักษณะของคดีตามที่มีการกล่าวหาเกี่ยวพันกันและคดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร ประกอบกับข้อเท็จจริงอันเป็นพฤติการณ์แห่งคดีมีข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ลักษณะของคดีตามที่มีการกล่าวหาพนักงานสอบสวนจะต้องไปสอบสวน ขยายผลให้ปรากฏถึงตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด

ข้อเท็จจริงเปลี่ยนมีนัยสำคัญ! ป.ป.ช.ส่งคดี 'บิ๊กโจ๊ก' คืน ตร.สอบ

โดยหากมอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี จะเป็นผลดีต่อการอำนวยความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตามมาตรา 61 วรรคสอง และมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ประกอบระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561

ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนขยายผลและพบเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ในการยุติธรรม ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่มเติม ก็ให้พิจารณาดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาตามกฎหมาย

ข้อเท็จจริงเปลี่ยนมีนัยสำคัญ! ป.ป.ช.ส่งคดี 'บิ๊กโจ๊ก' คืน ตร.สอบ