"ไทยพีบีเอส" ออกแถลงการณ์แจง 3 ปมร้อน ชี้แก้กฎหมายเปลี่ยนรายได้ หวั่นกระทบอิสระสื่อ ยันจัดซื้อจัดจ้างถูกต้อง ไร้กลิ่นทุจริต ถ้าเจอผิด พร้อมทำตาม กม.-วินัย
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ "ไทยพีบีเอส" ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อกรณีการยื่นแก้กฎหมายและประเด็นข่าวที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการยื่นเสนอร่างกฎหมายเพื่อปรับเปลี่ยนแหล่งที่มาของเงินรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ไปใช้ระบบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงกรณีการนำเสนอผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงของ ส.ส.ท. นั้น
ส.ส.ท. ขอขอบพระคุณในความห่วงใยจากทุกภาคส่วน และขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน ดังต่อไปนี้
- หลักประกันความเป็นอิสระทางการเงินของสื่อสาธารณะ (FINANCIAL INDEPENDENCE GUARANTEE)
ส.ส.ท. ขอเรียนยืนยันถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่สื่อสาธารณะต้องมีแหล่งที่มาของรายได้ที่ไม่ผูกโยงกับงบประมาณแผ่นดินประจำปี ทั้งนี้ เพื่อเป็น “หลักประกันความเป็นอิสระ” (Financial Independence Guarantee) ตามหลักสากลของการดำเนินกิจการสื่อสาธารณะทั่วโลก และตามเจตนารมณ์ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551
การรับงบประมาณผ่านช่องทางที่แยกต่างหากจากงบประมาณแผ่นดินปกติ เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการแทรกแซงจากการเมืองและกลุ่มทุน ทำให้สื่อสาธารณะสามารถรายงานข้อเท็จจริง ตรวจสอบ และนำเสนอเนื้อหาเพื่อประโยชน์สาธารณะได้อย่างตรงไปตรงมา ปราศจากอคติ และเป็นอิสระ
ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแท้จริง สมดุลรอบด้าน อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
กลไกที่ทำให้รายได้ของ ส.ส.ท. ไม่ผูกกับงบประมาณแผ่นดินประจำปี คือ "เงินบำรุงองค์การ" ซึ่งเป็นรายได้หลักขององค์การตามมาตรา 11 ที่จัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตราร้อยละหนึ่งจุดห้าของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ
และมีรายได้สูงสุดปีงบประมาณละไม่เกินสองพันล้านบาท ตามมาตรา 12 โดยมาตรา 11 วรรคสี่ บัญญัติว่ารายได้ขององค์การ "ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ" และมาตรา 13 ให้กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเป็นผู้เรียกเก็บเงินบำรุงองค์การเพื่อนำส่งเป็นรายได้ของ ส.ส.ท.
ส่งผลให้ ส.ส.ท. เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่ดำเนินการภายใต้ทุน ทรัพย์สิน และรายได้ขององค์การ ตามมาตรา 5
นอกจากการรับเงินผ่านกลไกที่แยกต่างหากจากงบประมาณแผ่นดินปกติจะเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการแทรกแซงทางการเมืองและกลุ่มทุน ทำให้สื่อสาธารณะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระแล้ว ส.ส.ท. ยังมีกลไกการบริหารงานภายในที่มุ่งคุ้มครองความเป็นอิสระของ ส.ส.ท. ไว้โดยตรง
โดยมาตรา 28 (2) กำหนดให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองรักษาความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริหาร ผู้อำนวยการ และพนักงาน ให้ปลอดจากการแทรกแซงใด ๆ
รวมถึงมีกลไกป้องกันการแทรกแซงจากภายนอกตามมาตรา 56 ที่กำหนดให้การกระทำใด ๆ ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ขัดขวางหรือแทรกแซงองค์การให้เผยแพร่รายการที่ขัดหรือแย้งต่อวัตถประสงค์ ให้ถือเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลบังคับใช้
ส.ส.ท. ขอเรียนว่า หากมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินรายได้ของ ส.ส.ท. ไปเป็นระบบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ย่อมกระทบต่อรากฐานของหลักประกันความเป็นอิสระทางการเงิน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
- ข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง
กรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลใจเกี่ยวกับวิธีการจัดซื้อจัดจ้างของ ส.ส.ท. น้อมรับฟังทุกข้อติติงด้วยความขอบคุณยิ่ง และขอชี้แจงข้อเท็จจริงทางกฎหมายว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมา ส.ส.ท. ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบของ ส.ส.ท. ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน รวมถึงจัดทำบันทึกรายงานผลการพิจารณา รายละเอียดวิธีการและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างโดย "วิธีเฉพาะเจาะจง" นั้น เป็นวิธีการจัดซื้อจัดจ้างวิธีหนึ่งตามมาตรา 55 ที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 56 (2) มิใช่เป็นวิธีที่หน่วยงานจะเลือกใช้โดยดุลพินิจ กล่าวคือ กฎหมายบัญญัติหลักการให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อน เว้นแต่เข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้
รวมถึงกรณีพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียวหรือตัวแทนโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นทดแทน กรณีมีความจำเป็นต้องใช้โดยฉุกเฉิน กรณีพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้วและจำเป็นต้องจัดซื้อเพิ่มเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่อง ตลอดจนกรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตามมาตรา 56 (2) ประกอบกฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. 2560 ข้อ 1 ซึ่งกำหนดวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกินห้าแสนบาท สำหรับสินค้า งานบริการ และงานก่อสร้างทั่วไป
ทั้งนี้ ด้วยภารกิจของสื่อสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะทางเทคนิค จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนตามกรอบเวลาปฏิบัติงาน จึงอาจเข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้เป็นรายกรณี ซึ่งกระบวนการทั้งหมดได้ดำเนินการสอดคล้องกับแผนงาน กรอบงบประมาณ และได้รับการอนุมัติหลักการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบภายในอย่างถูกต้อง
การกำหนดราคากลาง ส.ส.ท. ได้ดำเนินการสืบราคาและเปรียบเทียบจากผู้มีอาชีพในท้องตลาดอย่างเป็นธรรม ตามนิยาม "ราคากลาง" ในมาตรา 4 ซึ่งมีหลักเกณฑ์การคำนวณจากราคาตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการราคากลาง จนถึงการสืบราคาจากท้องตลาด และได้จัดให้มีการประกาศรายละเอียดข้อมูลราคากลางและการคำนวณราคากลางในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ตามมาตรา 63 รวมทั้งได้ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างและเหตุผลสนับสนุนในระบบของกรมบัญชีกลาง ตามมาตรา 66
ในส่วนของการคัดเลือกคู่สัญญา ส.ส.ท. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นข้อเสนอ ตามมาตรา 64 ซึ่งรวมถึงความสามารถตามกฎหมาย เช่น การไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และการไม่เป็นผู้ทิ้งงาน รวมถึงได้ตรวจสอบตามหลักการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามมาตรา 13 ที่บัญญัติให้ผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในงานนั้น
โดยจากการตรวจสอบ ไม่ปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ดำเนินการ เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญา และไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยถึงความเชื่อมโยงที่ส่อไปในทางทุจริต อีกทั้ง กระบวนการตรวจรับงาน ได้ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 100 โดยมีองค์ประกอบ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระตามที่ได้รับมอบหมาย
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันในความโปร่งใส ส.ส.ท. พร้อมที่จะนำเสนอเอกสารหลักฐานการดำเนินการแต่ละขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หากปรากฏหรือตรวจพบว่า มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างรายการใดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ มีการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การ ส.ส.ท. พร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายและวินัยให้ถูกต้องต่อไป
- การปฏิรูปองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)
ทีมผู้บริหารชุดปัจจุบัน ซึ่งได้เข้ามาบริหารงานเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ตระหนักดีว่าที่ผ่านมา ส.ส.ท.มีข้อจำกัดและปัญหาบางประการในการบริหารจัดการ ซึ่งทีมผู้บริหารมิได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นมาโดยตลอด
ส.ส.ท. มีความพร้อมและอยู่ระหว่างเตรียมการปฏิรูปองค์กร เพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้มีความโปร่งใส เปิดเผย และตรวจสอบได้ในทุกมิติ ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good Governance) ซึ่งประกอบด้วยหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า
ส.ส.ท. ยินดีอย่างยิ่งในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการพัฒนาและขับเคลื่อน ส.ส.ท. ให้เป็นสื่อสาธารณะที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่ไว้วางใจของสังคมและประเทศชาติตลอดไป





