การขยับเกมของทหาอำนาจในอินโด-แปซิฟิก กำลังเพิ่มความสำคัญให้ไทย คำถามจึงไม่ใช่เพียงสหรัฐฯขออะไรจากไทย แต่รัฐบาลจะรักษาสมดุลโดยไม่สูญเสียผลประโยชน์ของชาติอย่างไร
KEY POINTS
- การแถลงเจตนารมย์ ผบ.ทอ. ต่อการขยายอิทธิพลของจีน การก่อสร้างสนามบินที่ “บ้านเกิน ” (สปป.ลาว.)ส่งผลกระทบสถานการณ์ภูมิภาค
- ไม่เพียงแต่ยุทธศาสตร์การรักษาสมดุลที่ไทยต้องยึดมั่น ความร่วมมือกับมิตรประเทศนับเป็นปัจจัยสำคัญ
- สหรัฐได้แจ้งข้อมูลประเทศไทยและขอการสนับสนุนบางอย่างอยู่ระหว่างการพิจารณา รัฐบาล กต.และ กองทัพ
"สหรัฐฯ"กำลังร้องขอการสนับสนุนเพิ่มเติมกับ"ประเทศไทย"บางอย่าง เพื่อแก้เกมการขยายอิทธิพลของ"จีน"ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ที่เป็นหัวใจสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของ"ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก" เส้นทางเดินเรือ จุดยุทธศาสตร์โลก เช่น ช่องแคบมะละกา เชื่อมต่อทะเลอันดามันเข้ากับทะเลจีนใต้
ส่งผลให้ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย ไทย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ติมอร์-เลสเต กลายเป็นผู้เล่นหลักที่มหาอำนาจโลกพยายามดึงเข้ามามีส่วนร่วมในยุทธศาสตร์นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
ในการแถลงเจตนารมย์ "พล.อ.อ. เสกสรร คันธา" ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ปี 2570-2571 ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เมื่อ 12 ต.ค. เพื่อทบทวนนโยบายที่เคยให้ไว้ จัดลำดับความสำคัญ ด้านยุทธศาสตร์ หลักนิยม ตามสมุดปกขาว
ต่อประเด็นที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การขยายอิทธิพลของจีน การก่อสร้างสนามบินที่ “บ้านเกิน ” (สปป.ลาว.) ห่างจังหวัดหนองคาย ประเทศไทยประมาณ 50-55 กิโลเมตร ห่างจากกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี ประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร ห่างจากฐานบินน้ำพอง จ.ขอนแก่น เกือบ 200 กิโลเมตร
ไม่เพียงแต่ยุทธศาสตร์การรักษาสมดุลที่ไทยต้องยึดมั่น ความร่วมมือกับมิตรประเทศนับเป็นปัจจัยสำคัญ โดยมีระดับความสัมพันธ์แตกต่างกันไป เช่น ประเทศที่คบได้อย่างเดียว ประเทศพูดคุยได้แต่ตกลงกันไม่ได้ ประเทศที่จำเป็นต้องไปพูดคุยเพราะไทยมีอำนาจต่อรองน้อย และประเทศที่ไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้
ทุกๆการตัดสินใจของไทยต้องเดินด้วยความระมัดระวัง ในทิศทางที่ประเทศชาติได้ผลประโยชน์สูงสุด โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความไว้เนื้อเชื่อใจ หรือผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือหรือทำให้ชาติตกอยู่ในภาวะที่ลำบากเมื่อเกิดภัยสงครามหรือภัยพิบัติต่างๆ
"ยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ ในการตั้งฐานบินในประเทศเพื่อนบ้านและการขอการสนับสนุนของมหาอำนาจต่อประเทศไทยนั้น
เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับทุกภาคส่วน ทั้ง กระทรวงต่างประเทศ นโยบายรัฐบาล เราอยู่โดดๆไม่ได้ ยกประเทศหนีไม่ได้
บางครั้งต้องยอมบางอย่างเพื่อให้ได้บางอย่างกลับมา บางครั้งเราก็ต้องขอบางอย่าง และต้องเอาบางอย่างไปแลก เราก็ต้องทำ ถ้าที่สุดแล้วมันคือผลประโยชน์ของชาติ ดังนั้นงานด้านต่างประเทศของกองทัพต้องสอดคล้อง และคู่กับนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ “ ผบ.ทอ.กล่าว
สอดรับจากการเปิดเผยของ "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ยอมรับว่า สหรัฐได้แจ้งข้อมูลประเทศไทยล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระหว่างลาวและจีน ประเทศไทยไม่อาจจะแทรกแซงได้
"จีนได้ขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน โดยฐานการบินที่สนามบินบ้านเกิน สปป.ลาวเป็นฐานทัพอากาศแห่งแรกในต่างประเทศของจีน ,ในกัมพูชาจีนก็มีฐานทัพเรือเรียม และในเมียนมา จีนก็มีอิทธิพลอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องผลักดันให้เมียนมาหวนคืนสู่อาเซียน เพื่อไม่ให้เป็นสนามประลองกำลังของชาติมหาอำนาจ
การขยายอิทธิพลของชาติมหาอำนาจมาในภูมิภาคนี้ จะทำให้ประเทศไทยยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะประเทศไทยไม่เลือกข้างมหาอำนาจชาติใด" รมว.ต่างประเทศ กล่าว
ทว่าในอีกด้านหนึ่ง การที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลการขยายอิทธิพลของจีน สร้างสนามบินที่ บ้านเกิน สปป.ลาว. เพื่อร้องขอการสนับสนุนบางสิ่งบางอย่างเพิ่มเติมจากประเทศไทย
คาดว่าจะเป็นการฟื้นฟูสถานกงสุลในจังหวัดสงขลา แม้สหรัฐอเมริกายังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เคยมีแนวคิดในอดีต พิจารณาได้จากการจัดงาน American Fair เฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา และ190 ปีความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ วันที่ 4-6 ก.ย.69 ที่ผ่านมา
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เลือก ลานโรงช้าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จัดงานดังกล่าวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมี "ฌอน โอนีลล์" เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมงาน
"ไทยเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย ด้วยความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 200 ปี จึงตั้งใจจัดงาน American Fair เพื่อแบ่งปันการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญกับชาวไทย สาเหตุที่เลือก อ.หาดใหญ่ เป็นจังหวัดแรก เนื่องจากมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ และเคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลสหรัฐฯ ในอดีต " เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ระบุ
สำหรับ "สถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดสงขลา" จัดตั้งขึ้นในช่วงสงครามเย็นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์ความมั่นคงและต่อต้านการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ภาคใต้ของไทยและคาบสมุทรมลายู
ภายหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลงและภัยคุกคามดังกล่าวหมดไป ความจำเป็นในภารกิจด้านความมั่นคงนี้จึงลดลง "สถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดสงขลา" ได้ปิดตัวลงพ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993)
ทั้งนี้หากพิจารณา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีความสำคัญต่อสหรัฐอเมริกาในฐานะ ศูนย์กลางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการทูตในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนผ่านมิติต่าง ๆ เช่น
ศูนย์กลางความร่วมมือและการทูตภูมิภาค จุดเชื่อมต่อองค์กรสหรัฐฯ เป็นที่ตั้งและเครือข่ายของหน่วยงานสหรัฐฯ
อีกทั้งยังเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน อ.หาดใหญ่ เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการคมนาคมที่เชื่อมโยงภาคใต้ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้
การฟื้นฟูสถานกงสุลสหรัฐในจังหวัดสงขลา จะเป็นหนึ่งในคำขอการสนับสนุนจากประเทศไทยหรือไม่ คงต้องรอความชัดเจนจากกระทรวงต่างประเทศและรัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ มีการร้องขอการสนับสนุนจากไทยหลายประการ ซึ่งผ่านการอนุมัติจากกระทรวงกลาโหมไทย แต่ยังคงปิดเงียบ
ท้ายที่สุดแล้ว การขยับเกมของมหาอำนาจในอินโด-แปซิฟิก กำลังเพิ่มน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันสกัดอิทธิพลจีนที่เข้มข้นขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงสหรัฐฯจะร้องขออะไรจากไทย
แต่รัฐบาลจะรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจ โดยไม่สูญเสียอำนาจต่อรองและผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งการฟื้นฟูสถานกงสุลสหรัฐฯ ในจังหวัดสงขลาอาจเป็นอีกหนึ่งหมากสำคัญที่ต้องจับตา ท่ามกลางคำขอความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการ





