วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

กระทรวงมหาดไทย’ร้าวลึก เปิดศึกรบคนคลองหลอดกันเอง ท่ามกลางคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำลังอยู่ในระหว่างไต่สวนและอาจไม่สาวถึงตัวนักการเมืองหรือรัฐมนตรีที่อาจเกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมสุมเชื้อไฟชำแหละผ่านเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ

KEY POINTS

  • ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่น หลักฐานยังเชื่อมโยงไม่ถึงนักการเมืองระดับสูง แต่โยงไปถึงระดับอดีตอธิบดีเท่านั้น จนเกิดข้อกังขา อาจเป็นการตัดตอนเพื่อช่วยให้ผู้มีอำนาจพ้นผิดหรือไม่
  • ผู้ต้องหาคนสำคัญ 3 รายในคดีได้รับการปล่อยตัว เนื่องจาก ป.ป.ช. ทำสำนวนส่งฟ้องศาลไม่ทันภายในกรอบเวลาฝากขัง 84 วัน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
  • ฝ่ายค้านใช้ทุจริต เดินเกมโจมตีรัฐบาลและเครือข่าย "สีน้ำเงิน" ปลุกกระแสสั่นคลอนความเชื่อมั่นรัฐบาล ผ่านเวทีซักฟอก

คดีโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นประจำปี 2568 ที่เป็นมหากาพย์สะเทือนรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย พอสมควร ที่ถูกตีคู่ขนานมากับคดีโกงเลือก สว. จากการขยายผลจากข้อสงสัยเรื่องการแก้ไขกระดาษคำตอบ ไปสู่การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง นายหน้า ผู้เข้าสอบ และเส้นทางการเงิน

กระทั่งล่าสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย  “นิติพันธ์ ประจวบเหมาะ” เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ออกมาแถลงผลความคืบหน้าของการตรวจสอบของคดีดังกล่าว

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

ภายหลัง 3 ผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาขบวนการคดีโกงสอบท้องถิ่น ถูกปล่อยตัวจากการคุมขังระหว่างไต่สวน เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังทำสำนวนส่งฟ้องต่อศาลไม่ทันกรอบเวลา 84 วัน ทำให้ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทันทีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่สามารถควบคุมตัวต่อไปได้ และพบความเชื่อมโยงใน “ระดับอดีตอธิบดี” เพียง 2 รายเท่านั้น ซึ่งถูกพัวพันมีความรับผิดชอบในกระบวนการจัดสอบ

นอกจากนี้ยังมี “ปลัดจังหวัด” แห่งหนึ่งในภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยังถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่นด้วย ส่วนจ่าพิชิต ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนน

ก่อนหน้านี้ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) ได้รวบรวมพยานหลักฐานกระทั่งขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง 3 ราย ประกอบด้วย

1.วิน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรมมหาวิทยาลัย

2.ศตพร ซึ่งเป็นน้องสาวของวิน

และ 3.จ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์

ในส่วนคดีทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังสอบพยานไม่ครบทั้ง 6,000 คน แต่มีพยานหลักฐานอาจกล่าวได้ว่า เพียงพอดำเนินการได้ในบางส่วน

เบื้องต้นตัวการใหญ่ที่สุดคือ นักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ปรากฏว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.กลับตัดจบ ในการไต่สวน เพราะอ้างว่าหลักฐานยังสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่ ซึ่งในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้จะมีการประชุมคณะไต่สวนและนำพยานหลักฐานมาวิเคราะห์อีกครั้ง

“คดีนี้ใหญ่มาก กระทบความรู้สึก สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล กระทบความเชื่อมั่นประชาชนมากว่า เรื่องแค่นี้ยังโกง โกงตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ทำงานเลย หน่วยงานรัฐทุกหน่วยจึงช่วยกันทำ หลักฐานไปในทิศทางเดียวกันหมด” รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ปช.ระบุ

สำหรับผู้ต้องหา 3 คนได้รับการปล่อยตัวหลังครบกำหนดฝากขังสูงสุด 84 วัน เนื่องจากการดำเนินคดียังไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช.ย้ำว่า การปล่อยตัวไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุด หรือผู้ต้องหาพ้นผิด เพราะการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานยังสามารถดำเนินต่อไปได้ตามกระบวนการกฎหมาย

คดีโกงสอบท้องถิ่น ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อคดีมีความซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก

หากปล่อยให้กระบวนการไต่สวนล่าช้าจนผู้ต้องหาต้องได้รับการปล่อยตัว ย่อมกระทบความเชื่อมั่นของประชาชน และทำให้สังคมต้องการคำอธิบายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจัดสอบแข่งขันข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่นประจำปี 2568 ที่อื้อฉาว เกิดขึ้นท่ามกลางการระบุว่ามีตำแหน่งเปิดรับ 87 สายงาน รวม 6,669 อัตรา มีผู้มีสิทธิสอบจำนวนมากกว่า 4 แสนคน

หลังการสอบ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบและกระแสข่าวการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในห้วงวันที่ 22-23 มิ.ย. 2569 มีการตรวจค้นและยึดหลักฐาน โดยตำรวจและหน่วยงานปราบปรามการทุจริตเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย รวมถึงบ้านพักในพื้นที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี ตรวจพบเอกสารและข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนสอบ ตลอดจนการตรวจยึดกระดาษคำตอบจำนวนมาก มีการยึดกระดาษคำตอบตัวจริงกว่า 860,000 แผ่น เพื่อนำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลการประมวลผลคะแนน

เมื่อเรื่องลุกลามใหญ่โต เวลาต่อมา เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569 “รัชพงศ์ ชูแก้ว” ได้ยื่นหนังสือลาออกจากเลขานุการ รมว.คมนาคม (พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม)

ต่อมา 1 ก.ค. 2569 พิพัฒน์ได้ลงนามอนุมัติหนังสือลาออก ซึ่งกระแสสังคมและฝ่ายการเมืองขณะนั้นกำลังมองว่าอาจเป็นการตัดตอนในคดีดังกล่าว

ทั้งนี้ “รัชพงศ์” ให้เหตุผลลาออกเพราะต้องการดูแลครอบครัวและการถูกพาดพิงในกรณีสอบท้องถิ่น ขณะที่มีรายงานกระแสสข่าวทำนองว่า ญาติของรัชพงศ์ ที่มีนามสกุลเดียวกัน สอบได้คะแนนลำดับต้นๆ ใน จ.สงขลา

ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติรับคดีดังกล่าวไต่สวน มีผู้เกี่ยวข้องในขบวนการกว่า 6,000 ราย แบ่งการตรวจสอบออกเป็น 4 กลุ่ม

1. ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

2. เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบและประกาศผลสอบ

3. บุคคลภายนอกที่ถูกกล่าวหาว่าแก้ไขคะแนน นายหน้าเรียกรับเงิน และผู้ที่ได้รับการแก้ไขคะแนน

4. กลุ่มผู้เข้าสอบ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังประสานความร่วมมือกับตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อช่วยในการไต่สวนด้วย

ขณะที่บทบาท “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย เคยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีคลิปเสียงอ้างว่าเป็นภรรยาของตนเองเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยกล่าวหากระบวนการเผยแพร่คลิปเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของตนเอง

ล่าสุด 13 ต.ค. 2569  "สุทธิพงษ์ จุลเจริญ" อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาขยี้ปมร้อนในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการทุจริตการสอบท้องถิ่น ว่า สมัยที่ตนเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็มีการจัดสอบ และร้องเรียน ซึ่งมีการตรวจสอบกัน ตนรู้สึกอายเวลาเจอคนแล้วรู้ว่าตนเป็นข้าราชการบำนาญกระทรวงมหาดไทย แต่เรื่องเกิดแล้วก็ต้องช่วยกันแก้ไข

“อรรษิษฐ์” ยังตอบโต้ “สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า ยุคก่อนหน้านี้น่าอายมากกว่า โดยย้ำยุคของตนเองพยายามสร้างให้ข้าราชการมีขวัญและกำลังใจ รวมทั้งยังเตรียมข้อมูลให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ชี้แจงได้ในเวทีซักฟอกที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

“ถ้าบอกว่ากระทรวงมหาดไทยน่าอาย ก็ต้องถามว่าน่าอายตรงไหนเพราะเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยหลายท่านได้โทรมาชื่นชมและให้กำลังใจกับผมที่แก้ปัญหาทุกอย่างรวดเร็วที่สุด” อรรษิษฐ์ ระบุ

อย่างไรก็ตาม การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีผลการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีนักการเมืองรายใหญ่เกี่ยวข้อง ทั้งที่กระแสข่าวก่อนหน้านี้เรื่องอื้อฉาวนั้น กลับมีเครือข่ายที่เกี่ยวพันกับนักการเมืองรายใหญ่ในรัฐบาล ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า กระบวนการไต่สวนขององค์กรอิสระในยุคเครือข่ายพรรคการเมืองสีน้ำเงินนั้น มีการใช้มาตรฐานการตรวจสอบเดียวกันกับทุกคนหรือไม่

ซึ่งหากมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นายหน้า ผู้เข้าสอบ หรือนักการเมือง ก็ต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนกระบวนการตรวจสอบข้อมูลการได้มาซึ่งคะแนน การติดตามเส้นทางการเงินและการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ย้ำว่าจะได้ผลในเดือน พ.ย. 2569

คดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ใช่เพียงเรื่องความไม่เป็นธรรมต่อผู้เข้าสอบที่สุจริต แต่ยังเป็นบททดสอบความน่าเชื่อถือของระบบราชการและกระบวนการปราบปรามการทุจริตขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.ภายใต้ยุคที่เครือข่ายสีน้ำเงินเรืองอำนาจ ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

อีกทั้ง การเอาผิดเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการทุจริตมีขอบเขตเพียงเจ้าหน้าที่และนายหน้า หรือมีบุคคลระดับสูงกว่าเป็นเพียงแค่ระดับอธิบดีที่เกี่ยวข้อง ทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยตามมา กระทั่งผลการแถลงของ ป.ป.ช.ล่าสุดก็ยังไม่มีหลักฐานที่หน่วยงานเปิดเผยว่าสามารถเชื่อมโยงไปถึงบิ๊กนักการเมืองหรือระดับรัฐมนตรีได้

ปฏิเสธไม่ได้ในสถานการณ์ที่การเมืองกำลังเดินมาถึงจุดที่ฝ่ายค้านเดินเกมเขย่ารัฐบาล ล่าชื่อ สส.ฝ่ายค้าน 145 คนขึงข้อกล่าวหาซักฟอก 18 รัฐมนตรี ปลุกกระแสมหากาพย์โกงรวบยอด เพื่อใช้ตัดแต้มคะแนนนิยมของรัฐบาลผ่านเวทีซักฟอก

ฉะนั้น หากผลการไต่สวนของ ป.ป.ช.มีการตัดตอนนักการเมืองรายใหญ่ ออกจากสารบบกระบวนการไต่สวนคดีอื้อฉาวนี้ ก็จะยิ่งเร่งอุณหภูมิทางการเมืองทั้งในและนอกสภาเพิ่มขึ้น

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

'โกงสอบ'สุมไฟปลุกแนวต้าน 'น้ำเงิน' กังขา ‘ป.ป.ช.’ ตัดตอน ‘นักการเมือง’ พ้นผิด

เกมของฝ่ายค้าน ไม่มีทางเลือกอื่น เสียงในสภาล้มรัฐบาลไม่ได้ก็จริง แต่ก็ต้องปลุกเร้ากระแสสังคมให้คล้อยตามผ่านกฐินซักฟอก พุ่งเป้าไปที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โดยหยิบยก วาทกรรมองคาพยพเครือข่าย “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย ที่กำลังกินรวบประเทศนี้