ป.ป.ช.แจงละเอียด ปัดตัดตอนคดีโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่ล่าช้า มี 6 พันคนโดนสอบ คาดต้น พ.ย.แจ้งข้อหาได้ คอนเฟิร์มยังไม่ถึง ‘นักการเมือง-สส.-รมต.’ สุดแค่ ‘อธิบดี’
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริต การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ถูกปล่อยตัวจากการคุมขังระหว่างไต่สวน เนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช.ยังทำสำนวนส่งฟ้องต่อศาลไม่ทัน
นายนิติพันธ์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นที่ติดตามของสื่อ ตนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานโฆษกขึ้น เมื่อเช้านี้ ตั้งแต่ตนรับตำแหน่งเลขาธิการฯ จะทำหน้าที่ และรายงานความก้าวหน้าของคดีนี้ต่อสื่อมวลชนเป็นระยะ ให้เป็นระบบ จะมีการแถลงข่าวให้บ่อยขึ้น เพื่อให้ความเข้าใจทั้งในข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายของคดี
คดีของ ป.ป.ช. ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายของ พ.ร.ป.ป.ป.ช. เป็นระบบไต่สวน องค์กร ป.ป.ช. ถูกดีไซน์มาลักษณะของกึ่งตุลาการ ทำให้การทำงานของ ป.ป.ช. มีขั้นตอนค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามคดีนี้เราทำอย่างเต็มที่ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ ปปง..ในเรื่องติดตามเส้นทางการเงินต่าง ๆ รวมถึง ป.ป.ท.
“ต้องบอกว่าในส่วนตัว ความเป็นข้าราชการ เราก็รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ การเข้ามาเป็นข้าราชการแล้วมีการทุจริตหรือต้องให้สินบนตั้งแต่แรก เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะฉะนั้นความที่เราเป็นข้าราชการ เราตั้งใจอยู่แล้วต้องทำคดีนี้ให้สำเร็จ” นายนิติพันธ์ กล่าว
นายนิติพันธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนคดีของ ป.ป.ช. แน่นหนาและรอบคอบในการทำสำนวน สำนวนที่ ป.ป.ช. เสนอสู่ศาล 90% ศาลพิพากษาลงโทษ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของ ป.ป.ช. ให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน เราจะทำอย่างดีที่สุด ในส่วนรายละเอียด
ส่วนนายเกียรติศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อธิบายว่า เรื่องนี้มี 3 ประเด็นหลักที่สังคมตั้งคำถาม หรืออยากทราบว่า ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวไป ถือว่าคดีจบเลยหรือไม่ มีการตัดตอนกันหรือไม่ และมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่อย่างไร โดยยืนยันว่า 1.ป.ป.ช. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด และทุกคน 2.ในส่วนของกฎหมาย ป.ป.ช. ต้องปฏิบัติตาม และเคารพกฎหมายอยู่ เราต้องทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ อย่างไร 3.ประสิทธิภาพในการไต่สวนคดีทุจริต
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า โจทย์ที่รับฟังในสัปดาห์ที่ผ่านมา ป.ป.ช. พยายามที่จะตัดตอนหรือไม่ ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นจากเวลาควบคุมขังหรือไม่ มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เรื่องแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ กฎหมายออกแบบให้การดำเนินการทุจริต มาอยู่ที่ ป.ป.ช. แต่ว่าไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ แต่เมื่อไหร่ที่รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต ต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน
ปัญหาคือ เมื่อส่งสำนวนมาแล้ว กระบวนการมีการคาบเกี่ยวระหว่างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) คือมีอำนาจในการจับ ค้น คุมขัง กฎหมาย ป.ป.ช. ก็มีแต่ต่างกันตรงที่การเริ่มเรื่อง เพราะเรื่องนี้เริ่มที่พนักงานสอบสวนดำเนินการมาระยะหนึ่ง แต่มาเห็นภายหลังว่า น่าจะเป็นเรื่องทุจริตเลยส่งมาที่ ป.ป.ช. เรามีเวลาทำเหลือ 3 ผัด ผัดละ 12 วัน ต้องนำเรียนว่า หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วย โดยเฉพาะองคาพยพของรัฐบาล รวมถึง ป.ป.ช. เมื่อมีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำ และดำเนินการให้รวดเร็ว ต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องร้องดำเนินคดี และลงโทษให้ได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่หน่วยงานรัฐต้องทำ ทำอย่างไร ต่างที่กฎหมายและอำนาจหน้าที่
“ยกตัวอย่างคดีนี้ บริบทของรัฐบาล หรือ ป.ป.ท. ปปง. หรือพนักงานสอบสวน จะรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ทำเองไม่ได้ก็ส่งให้ ป.ป.ช. แต่ข้อสำคัญที่เกิดจากการรวบรวมหลักฐานเหล่านั้นเร็ว คือการถูกรวมในสำนวนอย่างสมบูรณ์ค่อนข้างมาก เช่น เส้นเงิน การยึดอายัดทรัพย์สิน” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
นายเกียรติศักดิ์ อธิบายว่า เมื่อส่งถึง ป.ป.ช. ข้อแตกต่างคือ ป.ป.ช. ใช้ระบบการไต่สวนคือ พอเรื่องมา ป.ป.ช. ต้องมาดูก่อนว่า รูปเรื่องการทุจริตคดีนี้ ใครเกี่ยวข้องบ้าง พาดพิงถึงใคร ออกแบบการไต่สวนว่า จะใช้กระบวนการไต่สวนอะไร เช่น คณะกรรมการไต่สวนทั้งคณะ มีคณะไต่สวนเบื้องต้นหรือไม่ เป็นกฎหมายของ ป.ป.ช.
ในหลักการสำคัญของการดำเนินคดีอาญา มีหลักว่าแม้ว่ารัฐ ซึ่งรวมถึง ป.ป.ช. จะมุ่งที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้เพียงใดก็ตาม ต้องไม่กระทบสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกกล่าวหาเกินสมควร ในที่นี้คือ ป.วิอาญา มาตรา 87 โดยโทษสูงสุดคดีนี้เกิน 10 ปี ควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ไม่เกิน 84 วัน ถ้าเกินต้องปล่อยทันที เป็นอย่างนี้ทุกคดี
รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า คำถามต่อมาคือ ถือว่าเขาพ้นผิดหรือไม่ คือไม่พ้น ไม่เกี่ยว ในส่วนการดำเนินคดีจนกว่าพบว่าใครกระทำผิด ในส่วนของกฎหมายตัวนี้ ถามว่าเมื่อปล่อยตัวไป ไม่กลัวผู้ต้องหาหลบหนีหรือ ในกฎหมาย ป.ป.ช. กำหนดในมาตรา 39 ถ้าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือมีพฤติการณ์หลบหนี ให้จับตัวผู้ต้องหา ในเรื่องนี้เรามีเครื่องมือ และมาตรการเฝ้าระวัง ไม่ให้ผู้ต้องหาดำเนินการเช่นนั้นอยู่ เป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของเขา เพราะคนเหล่านี้จะถือว่าผิดต่อเมื่อศาลพิพากษา ในชั้นการสอบสวน ตราบใดที่ยังไม่พิพากษา ก็ต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ทุกหน่วยต้องยึดถือเช่นนี้
สิ่งที่ตามมาคือ เมื่อ ป.ป.ช. ต้องเคารพกฎหมาย เมื่อพ้น 84 วัน ควบคุมตัวไม่ได้ แต่ต้องดำเนินคดีต่อได้ นี่คือหลักการ คำถามคือทำไมทำไม่ทัน เหตุผลที่ทำไม่ทันเพราะว่า ถ้าจะตัดตอนต้องทำอย่างนี้ รีบทำให้เสร็จภายในเวลาที่ทุกคนคาดหวัง โดยไม่สนว่าใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง โดยเฉพาะตัวการใหญ่ รีบส่งคดีไปศาล รีบดำเนินคดีเฉพาะคนที่เราต้องการดำเนินคดี แบบนี้ถึงเรียกว่าตัดตอน
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ ป.ป.ช. ที่ยังสรุปสำนวนอะไรไม่ได้ เพราะ ป.ป.ช. กำลังไต่สวนทั้งกระดานว่า ผู้เกี่ยวข้องตัวการใหญ่คือใคร ใครสนับสนุน ใครเป็นนายหน้า ใครเป็นคนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของผลการสอบ ทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหา 6 พันคน ท่านอาจมองว่า ถ้า ป.ป.ช. มีคนเยอะแปบเดียวก็เสร็จ แต่พยาน 1 คน เชื่อหรือไม่ ไม่มีพยานคนไหนในโลกบอกว่าตัวเองทำผิด พยาน 1 คน ใช้หลักฐาน 4-5 ชิ้นเพื่อยันให้ได้ว่าเขาทำผิด ไม่มีใครบอกแต่ต้นว่า เอาเงินไปจ่ายนายหน้าคนนั้นคนนี้ เป็นค่าโกงสอบ ความยุ่งยากและความซับซ้อนของเรื่อง ถึงเป็นที่มาว่าเราดำเนินการใช้เวลา แต่ยืนยันว่าไม่ช้า
ณ ปัจจุบันเมื่อเราต้องการที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ให้บรรลุผลอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่คืออะไร เรียนว่า ขณะนี้เรื่องคดีเรายังสอบพยานไม่ครบทั้ง 6 พันคน แต่มีพยานหลักฐานอาจกล่าวได้ว่า เพียงพอดำเนินการได้ในบางส่วน โดยเฉพาะคนที่เป็นตัวการใหญ่
คำถามที่ทุกคนคาดหวังหรืออยากให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนถึงตัวการใหญ่ อาจถึงโดยไม่ช้า เบื้องต้น ตัวการใหญ่ที่สุด คือยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ณ ปัจจุบันหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนจะถึงใคร เดี๋ยวปลายเดือน ต.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะไต่สวน และมีการนำพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมด มาวิเคราะห์ มาพิจารณากันว่าจะแจ้งข้อหาอย่างไร
1.สังคมอยากให้เราทำทีเดียว หมดเลย 6 พันรายก็ทั้งหมด ดำเนินการในคราวเดียวกัน แต่จะมีข้อจำกัดในทางเทคนิคคดี 2.อาจจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหา ต้องรอดูคณะไต่สวนว่าจะใช้โมเดลไหนในการดำเนินคดี ยืนยันไม่ช้า เริ่มดำเนินการได้ช่วงต้น พ.ย.นี้แน่นอน
“ขณะนี้เราติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เฉพาะสื่อ แต่ประชาชนก็ติดตามใกล้ชิด เพราะคดีนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด เป็นคดีที่เรียกว่าละเมิด หรือท้าทายต่อการปราบปรามการทุจริต เป็นการโกงตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง ทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน ไม่ว่าหน่วยงานไหน รวมถึง ป.ป.ช. ต้องมุ่งดำเนินการผู้กระทำผิดแท้จริงมาลงโทษให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้น เลยทำให้ ป.ป.ช. ต้องดำเนินการอย่างรัดกุม ในเรื่องพิสูจน์เจตนา และมูลเหตุจูงใจในการกระทำผิด ต้องพิสูจน์ 2 อย่าง ไม่ใช่มีเส้นเงิน มีคำให้การ แต่อธิบายเจตนาหรือมูลเหตุไม่ได้ การดำเนินคดีจะไม่มีประสิทธิภาพ” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความคืบหน้าคดีนี้ดำเนินการไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ในเชิงปริมาณคือว่ามีความคืบหน้าได้น้อย ประมาณ 40% แต่ในเชิงคุณภาพตัวการสำคัญ ตัวการใหญ่ พยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว อย่างที่เรียนว่า ตอนเราจะสรุปข้อเท็จจริงว่าใครเกี่ยวข้องบ้างในส่วนไหน อย่างไร อธิบายไปคราวก่อนมี 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง 2.กลุ่มคนจัดทำขบวนการทั้งหมด ไม่ว่าแก้ไขคะแนน ดำเนินการอาจมีขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง 3.กลุ่มนายหน้า ที่มี 100 กว่าสาย 4.กลุ่มผู้เข้าสอบ กลุ่มนี้จะเยอะที่สุด
ถามว่าในกระบวนการเหล่านี้กระบวนการที่ยากที่สุดเราผ่านพ้นไปแล้ว แต่ที่เหลือคือทำให้ละเอียดรอบคอบ และมีข้อจำกัดคือ ถ้า ป.ป.ช. ดำเนินคดี เราจะดำเนินคดีครั้งเดียว เราจะไม่เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ต้องแน่ชัดว่า แต่ละคนทำผิดอะไร เช่น ทำผิดตั้งแต่เป็นตัวการวางแผน ลงมาเป็นนายหน้า มีการเรียกรับเงินด้วย เป็นต้น ความละเอียดรอบคอบตรงนี้ เราต้องแยกแยะการกระทำผิดตรงนี้ให้ได้ ต้องใช้เวลาเล็กน้อย ดังนั้นคิดว่าไม่ช้า
เมื่อถามถึงบทลงโทษเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องถูกดำเนินการทางวินัยหรืออาญาหรือไม่ กรณีทำสำนวนส่งฟ้องไม่ทัน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่าในตัวกฎหมายใหญ่ อย่างที่เรียนตอนต้น เวลามีการกระทำผิดเกิดขึ้น คนส่วนหนึ่งไม่ได้มาแจ้งที่ ป.ป.ช. ไปแจ้งพนักงานสอบสวน ตัวกฎหมายออกแบบมาว่า เมื่อรับเรื่องแล้วสามารถดำเนินการได้ภายใน 30 วัน ถ้าเห็นว่ามีเรื่องทุจริตจึงส่ง ป.ป.ช. โดย ป.ป.ช. มาตรการบังคับเอากับตัวผู้ถูกไต่สวน หรือผู้ถูกกล่าวหาร้องเรียน เราไม่ค่อยใช้เรื่องการคุมขัง เพราะเหตุที่เรียนตอนต้นว่า ป.ป.ช. เน้นประสิทธิภาพของการดำเนินคดี คือนำตัวผู้กระทำผิดลงโทษให้ได้ ป.ป.ช. ออกแบบให้มีเครื่องมือสำคัญคือ ถ้าเขาจะหนี เราขอศาลออกหมายจับได้
“เรารู้ว่าคดีประเภทนี้ซับซ้อน และผู้กระทำผิดส่วนใหญ่มักหลบหนี เราจึงแก้อายุความว่า ถ้าหลบหนีระหว่างไต่สวน ไม่ให้นับอายุความ ไม่ว่าคุณหนีไปไหน เราก็จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ นั่นคือวัตถุประสงค์สูงสุดของกฎหมาย” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
ส่วนเรื่องกรอบในการไต่สวนนั้น ป.ป.ช. มีความผิดตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ป.ป.ช. กรณีตั้งไต่สวนแล้ว ดำเนินการไม่เสร็จใน 2 ปี ถ้าเกี่ยวพันกับต่างประเทศ 3 ปี ให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ทำคดีล่าช้าว่า ละเลย ละเว้นหรือไม่ มีการถูกให้ออก ถูกดำเนินคดีไปหลายคนแล้ว กรอบตรงนี้สำคัญที่ ป.ป.ช. วางไว้ ส่วนการควบคุมขังเป็นมาตรการเสริม มาตรการรองลงไปมากกว่า
ส่วนกรณี ดร.วิน ธนพชรโภคิน ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ เคยหลบหนีก่อนถูกจับมาส่งตัวคุมขัง เมื่อได้รับการปล่อยตัวแบบนี้ จะมีมาตรการอะไรหรือไม่ เพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำอีก นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่ามาตรการตรงนี้เราวิเคราะห์ และประเมินผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด จะมีพฤติการณ์หลบหนีหรือไม่ วันนี้ดำเนินการ อาจบอกไม่ได้ แต่มีการดำเนินมาตรการ ถ้ามีเหตุหลบหนีเมื่อไหร่ จะขอศาลออกหมายจับทันที เราซีลชายแดนด่านต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่องทางธรรมชาติ หรือช่องทางทางการก็แล้วแต่ เบื้องต้นเรารู้ว่าผู้ต้องหาเคยมีพฤติการณ์หลบหนี เรามีมาตรการของเรา รายละเอียดกระทบสิทธิของพยาน หรือผู้ถูกกล่าวหาพอสมควร แต่มีมาตรการแน่นอน
ถามย้ำว่า แม้ไม่หนี แต่อาจไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ต้องแยกกัน ในส่วนของพยานหลักฐาน อย่างที่บอกว่าทุกหน่วยดำเนินการรวบรวมมาครบถ้วนสมบูรณ์ อาจมีส่วนน้อย ที่ไปรบกวนพยานหลักฐาน ต้องประเมินจุดไหน พยานหลักฐานสำคัญเรามีหมดแล้ว ในส่วนของคดีอาญา ที่มีการกระทำลักษณะที่เป็นกระบวนการ เกี่ยวข้องหลายคน สิ่งที่ต้องพิสูจน์ว่า ใครเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ในภาษา ป.ป.ช. ถ้าตัดตอน ถ้าตัดหัว ตัวไม่ผิด ตัดตัวหัวไม่ผิด ตัดไปตัดมาไม่มีใครผิด เราจึงมองให้รอบก่อน ทำให้ละเอียดอ่อนวิเคราะห์ให้หมดว่า ใครเกี่ยวข้องส่วนไหน ในฐานะอะไร กระทำกี่กรรม
“คดีนี้มาถึง ป.ป.ช. ตอนถึงผัดที่ 4 เรามีเวลาทำ 36 วัน ใช้ในการหาคนที่ไม่มีส่วนได้เสีย ในการไต่สวน เพราะระบบไต่สวน ไม่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่มีส่วนได้เสียเข้าไปในทีมเลย ใน 36 วัน ไม่มีคดีไหนเราทำได้เร็วเท่านี้” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า พยานหลักฐานขณะนี้ไม่ถึงนักการเมืองใช่หรือไม่ ดังนั้นผู้ถูกกล่าวหาในตำแหน่งสูงสุดคือระดับอธิบดีใช่หรือไม่ มีกี่คน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ใช่ มีอธิบดีที่เกี่ยวข้องหลายคน แยกเป็น 2 สำนวน คือสำนวนปี 2568 และปี 2564 ที่ตนมาชี้แจงคือสำนวนปี 2568 อีกสำนวนไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไร แต่มีมากกว่า 1 คนแน่นอน
เมื่อถามถึงกรอบ ป.ป.ช. ไต่สวนเบื้องต้น 3-6 เดือน และต้นเดือน พ.ย.น่าจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหาได้ หลังจากนั้นต้องมีการแก้ข้อกล่าวหา กระบวนการจะนานหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่นาน เราจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อเมื่อเรามั่นใจว่าเขากระทำผิดอะไร สิทธิของผู้ถูกไต่สวนจาก ป.ป.ช. ต้องมารับทราบข้อกล่าวหา ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 15 วัน ขยายได้ 30 วัน รวม 45 วัน หลังจากนั้นเราจะพิจารณาสำนวนว่า ผู้ถูกกล่าวหา เขาอ้างพยานหลักฐานอะไรใหม่ เพิ่มเติม หรืออยากให้ ป.ป.ช. ไต่สวนอะไรหรือไม่
ทั้งนี้ กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เราฟังความทุกฝ่าย ไม่ว่าผลดีหรือร้าย ให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ใครทำผิดหรือไม่ กระบวนการตรงนี้ มีรายละเอียดอีกนิดหนึ่ง ตอนที่เขามารับทราบข้อกล่าวหา กระบวนการของ ป.ป.ช. เปิดเผย ผู้ถูกกล่าวหาสามารถขอตรวจพยานหลักฐานได้ว่า สิ่งที่เขาถูกกล่าวหา ป.ป.ช. กล่าวหาเขาว่าอะไร เพื่อให้เขาต่อสู้คดีเต็มที่ ไม่แปลกใจคดีส่วนใหญ่ของ ป.ป.ช. เกือบ 100% ดำเนินคดีได้ เพราะข้อเท็จจริงฟังยุติแล้ว หลักฐานใดที่ใช้กับผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคน ยอมรับกันแล้ว เป็นขั้นตอนอาจจะอึดอัด คือช้าไม่ทันใจ แต่มีประสิทธิภาพที่สุดที่เราทำได้
เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ได้รับฟังรายงานผลการตรวจสอบคดีโกงสอบท้องถิ่น ชุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ไม่ฟังรายงานผลของรองนายกฯปกรณ์ ใครรับคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตไว้ก็ตาม ถ้าตรวจสอบเสร็จใน 30 วัน ต้องส่งมาหมด ข้อมูลพวกนี้ก็ใช้ในสำนวน ป.ป.ช. เรายังไม่ได้บอกว่า ป.ป.ช. ไม่ได้รับฟัง คดีนี้ใหญ่มาก กระทบความรู้สึก สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล กระทบความเชื่อมั่นประชาชนมากว่า เรื่องแค่นี้ยังโกง โกงตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ทำงานเลย หน่วยงานรัฐทุกหน่วยจึงช่วยกันทำ หลักฐานไปในทิศทางเดียวกันหมด
ส่วนกรณีการตรวจข้อสอบ 8 แสนแผ่นนั้น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า กำลังจะตรวจ คาดว่าอีก 10 วันหลังจากนี้ ขณะนี้กำลังมองหาสถานที่ที่น่าเชื่อถือ ตอนนี้ได้เครื่องแล้ว เหลือตกลงตรวจที่จุดไหน มีกรรมวิธีอย่างไรว่า ตรวจแล้วใช้ในศาลได้ มีผู้เชี่ยวชาญรองรับ พร้อมกับตรวจกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามถึงเส้นทางการเงินคดีโกงสอบท้องถิ่น ตอนนี้ปลายทางอยู่ที่ใคร นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องเส้นทางการเงิน มีความละเอียดพอสมควร ทุกทิศทาง กระจายเป็นใยแมงมุม ปลายทางเราพอเห็นบ้าง ตัวละครใหญ่ ๆ พอเห็นบ้าง ปลายทางไม่น่าจะขนาดนั้น (หลักพันล้านบาท) แต่พยานหลักฐาน ณ วันนี้ ปลายทางยังไม่ถึงนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐมนตรี หรือ สส.อันนี้คอนเฟิร์มได้ รวมถึงเงินดิจิทัลด้วย ดูทุกประเภท เรามีหลายทีม ทั้งนี้เงินบางส่วน ทรัพย์สินบางส่วนถูกยึดและอายัดไปแล้วตามกฎหมาย ปปง. เยอะอยู่ ถ้าติดตามคำสั่ง ปปง.น่าจะเห็นตัวเลขอยู่ หลักร้อยล้านบาทอยู่ ถ้าจำไม่ผิด
“เราไม่ได้หลบหน้านักข่าว เราพยายามให้ข้อมูลทุกขั้นตอน คดีนี้สำคัญ เพราะไปก่อให้เกิดการทุจริตอีกเท่าทวีคูณ จากคนหนึ่งคนที่เสียเงินในวันที่เข้าไป แล้วเขามีอายุราชการ 36 ปี ต้องถอนทุนคืน เป็นเรื่องสาหัสพอสมควรกับประเทศ เรื่องนี้จะไม่หายไป ไม่เงียบแน่นอน รวมถึงเรื่องที่สนใจอื่น ๆ ด้วย เพราะนโยบายเลขาธิการฯ ป.ป.ช. จะฟื้นความเชื่อมั่นคดีใหญ่ ๆ ร่วมมือกับทุกหน่วยงาน จับตัวผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็วที่สุด” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนการตรวจสอบเส้นทางเงินของ ป.ป.ช.ขณะนี้พบว่า ปลายทางของเส้นทางเงินไปสิ้นสุดเพียงแค่ระดับอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นแค่ 2 คน แต่หลักฐานยังเชื่อมโยงไปไม่ถึงระดับ สส. และรัฐมนตรี แต่คณะไต่สวนของ ป.ป.ช.กำลังพยายามหาหลักฐานความเชื่อมโยงอยู่
ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาลอตแรก จะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ ประมาณ 200-300 คน เป็นตัวการเครือข่ายระดับนายหน้าที่มีอยู่ 110 สาย แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตัวผู้เข้าสอบที่ทุจริตการสอบเข้าท้องถิ่น





