วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ปรับครม.’ หลัง ‘ซักฟอก’ ยกเครื่องอำนาจนิยม ‘น้ำเงินไฮบริด’

สัญญาณ “ปรับครม.” เป็นที่รับรู้ในภูมิใจไทยมาระยะหนึ่งแล้ว ว่าครูใหญ่หมายตาใครเข้ามาแทนที่ใคร หลังจากเห็นแล้วสภาพการทำงานของรัฐมนตรีบางคน ในกระทรวงเศรษฐกิจ อุตส่าห์เปิดทางเต็มที่ แต่วันนี้เหมือนจะไม่ไหว ถึงคิวจะต้องมีรัฐมนตรีช่วย คนในพรรค เข้ามาผสมผสานกับเทคโนแครต

KEY POINTS

  • 18รมต.ภูมิใจไทย จ่อเผชิญศึกซักฟอกจากฝ่ายค้าน ด้วยข้อหาที่รุนแรง
  • คิว ปรับครม. คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาไปที่กระทรวงเศรษฐกิจ นักการเมืองจะเข้ามาเสริมทัพ
  • แนวทางผสมผสานระหว่างคนในพรรคและเทคโนแครต
  • แต่อย่าประมาทลูกเทพ ที่ทำอะไรได้มากที่คิด หากเสียประโยชน์ครั้งนี้  

ปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ผ่านการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดย“กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า” กวาดคะแนนเสียงถล่มทลาย สะท้อนถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารที่เต็มไปด้วยความไม่โปร่งใส

การใช้เงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เต็มไปด้วยข้อครหา เช่น ตึกskyy9 มูลค่า 7 พันล้าน ทั้งที่ราคาที่ควรจะเป็นแค่ 3 พันล้าน รวมถึงความกังวลว่า ฝ่ายการเมืองจะเข้ามามีอิทธิพลแทรกแซง แสวงหาประโยชน์ ในวันที่ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัย กองทุนฯ ต้องดูแลคนเกษียณมากขึ้น จนหลายฝ่ายกังวลถึงสถานะกองทุนฯ ที่อาจล่มสลายในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า หากปล่อยไปแบบตามมีตามเกิด

ไม่ต่างจากสภาพการเมืองปัจจุบัน ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ ตามนิยามของพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และ 17 รัฐมนตรี จากภูมิใจไทยล้วนๆ ด้วยข้อกล่าวหาที่รุนแรง

การบริหารงานของรัฐบาลที่เต็มไปด้วยคำถาม และข้อสงสัยมากมายในหลายโครงการ ส่อเอื้อประโยชน์พวกพ้องมีเงินทอนหรือไม่ ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบหรือไม่ จนนำไปสู่การยื่นซักฟอกของฝ่ายค้าน

ประเด็นจึงไม่ได้มีแค่เรื่องซักฟอกข้อหาทุจริตคอร์รัปชันในมิติผลประโยชน์จากการบริหาร แต่ยังมีเรื่องการคอร์รัปชันเชิงอำนาจ ที่ฝ่ายค้านกำลังลับดาบลากเรื่องโกง สว.เข้าสภา เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า นับตั้งแต่มี สว.สีน้ำเงินกลุ่มก้อนใหญ่ กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญที่ส่งให้ภูมิใจไทยผงาดขึ้นมายืนหัวแถวพร้อมอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ

ปัญหาหนึ่งที่ผู้มีอำนาจแก้ไม่ตก นอกจากความเชื่อมั่นของประชาชนจะไม่เหมือนเดิม นับวันมีแต่จะถดถอย สะท้อนว่าอำนาจนิยมไม่สามารถแก้ทุกปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากขาดเจตจำนงที่แท้จริงเพื่อบ้านเมือง เพราะมีปัจจัยเงื่อนไข หรือผลประโยชน์ของบางฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ไหนจะกลุ่มทุน บ้านใหญ่ เครือข่ายองคาพยพต่างๆ ที่ต้องคำนึง ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ ใช่ว่าจะมาแบบไม่มีต้นทุน

ภายใต้เงื่อนไขเดิมของเจ้าของพรรคภูมิใจไทย ที่ดึง“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” เข้ามานั่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แบบวันแมนโชว์ เหมือนกับ“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ผ่านไปประมาณครึ่งปี ประมุขสีน้ำเงินเห็นแล้วว่า ขืนปล่อยแบบนี้ต่อไป สถานการณ์จะยิ่งเหนื่อย

แตกต่างจากตอนหาเสียงเลือกตั้ง ภาพลักษณ์แต่ละคนเรียกเสียงฮือฮา สร้างความหวัง เป็นที่พึ่งของผู้สนับสนุนสายอนุรักษนิยม แต่พอเอาเข้าจริง ช่วงเวลาที่ผ่านมา เจอแต่งานโหดหิน กระทบความนิยม และด้วยความที่ 2 กระทรวงนี้ เป็นกระทรวงใหญ่ ขับเคลื่อนงานโดยไร้รัฐมนตรีช่วย คนนั่งว่าการจึงต้องทำมากกว่าหนึ่งแรง

โดยเฉพาะ“เอกนิติ” ที่มีเสียงเรียกร้องจากคนรอบๆ ตัวว่า ขุนคลังรายนี้แบกหลังแอ่นแล้ว ทั้งภารกิจตามหน้าเสื่อในกระทรวง และอื่นๆ ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย จนหน้าตาอิดโรยให้เห็นบ่อยๆ ว่ากันว่าน้ำหนักลดไปหลายกิโลฯ

“ศุภจี” เองก็ถือว่างานหนัก เพราะแบกความคาดหวังของสังคมไว้สูงลิบ และด้วยความเป็นรัฐมนตรีมือใหม่ ปุ๊บปั๊บโชคหล่นทับคุมพาณิชย์ ซึ่งเป็นงานค่อนข้างยากและซับซ้อน แม้จะตั้งทีมงาน ที่ปรึกษา เป็นสิบๆ คน เผลอๆ อาจจะร่วมๆ ร้อยคน มากที่สุดในบรรดารัฐมนตรีก็ว่าได้ แต่งานก็ยังไม่เป็นไปตามที่อยากให้เป็น

เจ้าของพรรคภูมิใจไทยที่วางยุทธศาสตร์บัญชาการทางการเมือง ดูจะไม่ฝืนความเป็นจริง ซึ่งรับรู้และเห็นความเป็นไปมาตั้งแต่หลายเดือนที่แล้ว ว่าจะต้อง ปรับครม. โดยเฉพาะในกระทรวงเศรษฐกิจ มีแนวโน้มสูงมากว่าจะวางตัวนักการเมืองเข้าไปผสมกับเทคโนแครต

โดยเฉพาะในกระทรวงพาณิชย์ “ครูใหญ่”เหมือนมีคนในใจเป็นที่เรียบร้อย เพราะเนื้องานบางอย่างต้องอาศัยคนที่รู้จริง เลยจะเอาคนในภูมิใจไทย เข้ามาเสริมเป็นรัฐมนตรีช่วย ตามสูตรเก้าอี้ดนตรี เก่าไปใหม่มา คนที่ได้รับการตอบแทนได้เป็นแล้ว บางคนอาจต้องลุก จนเกิดความไม่พอใจ สร้างแรงกระเพื่อม หวังสกัดตัดขาแคนดิเดตรายใหม่

แล้วกับ“พรรคกล้าธรรม” ที่ไม่ร่วมลงชื่อในญัตติซักฟอกของฝ่ายค้าน ก็ยิ่งตอกย้ำว่าแนวโน้มการเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย โอกาสเปิดกว้างเข้าไปอีก แต่จะเป็นเงื่อนไขให้ครูใหญ่ตัดสินใจยากขึ้นมากน้อยแค่ไหน

การมาของกล้าธรรม น้ำเงินจะกล้าดึงโควตาเพื่อไทย โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ให้ค่ายเขียวหรือไม่ หรือจะเฉือนโควตาตัวเองไปให้ แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่า จะไร้แรงกระเพื่อม เอาเป็นว่า ประมาท“ลูกเทพ”ไม่ได้ เขาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด