"กรณ์" หวัง IMF–World Bank 2026 ประสบความสำเร็จ พร้อมแนะให้ถือเป็นโอกาส-ตั้งคำถามตัวเอง เพื่อให้สถานะหลุดพ้นผู้ป่วยแห่งเอเชีย
นายกรณ์ จาติกวานิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อกรณีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Group Annual Meetings) ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 2 ต่อจากปี 2534 ว่า ในฐานะคนไทยและอดีตรมว.คลัง ขอส่งกำลังใจให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้การจัดงาน IMF ครั้งแรกของประเทศไทย ถูกเกิดขึ้นในยุคทองเศรษฐกิจไทย ต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีคำถามจากต่างชาติต่อสถานะคนป่วยแห่งเอเชีย เนื่องจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยช้ากว่ากลุ่มประเทศอาเซียนเกือบทั้งหมด
นายกรณ์ ระบุต่อว่า โดยมีปัญหาโครงสร้างที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน คือ
1.โครงสร้างประชากรและหนี้สิน ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรวัยทำงานลดลงเรื่อย ๆ ขณะที่หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
2.ความเปราะบางของการลงทุน AI แม้ครึ่งแรกของปีนี้จะมีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% โดยส่วนใหญ่เป็น Data Center และเทคโนโลยี AI รวมถึงยอดอนุมัติแล้ว 1.31 ล้านล้านบาท แต่กลับสร้างงานให้คนไทยเพียง 82,000 ตำแหน่ง เนื่องจากอุปกรณ์หลักต้องนำเข้าจากต่างประเทศ หากกระแส AI ของโลกสะดุด การลงทุนและการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบรุนแรงพร้อมกัน
3. กับดักดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1% ทำให้ภาครัฐและเอกชนรู้สึกว่าแบกรับหนี้ไหว ซึ่งเปรียบเสมือนกรณีค่าเงินบาทนิ่งในปี 2534 ที่สร้างความรู้สึกปลอดภัยแบบลวงตา ทั้งที่ดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ในระดับต่ำตลอดไป
4. ปัญหางบประมาณขาดดุล งบประมาณรายจ่ายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่การจัดเก็บรายได้โตตามไม่ทัน
"สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ได้อยู่ในตัวเลขเศรษฐกิจ แต่อยู่ที่ Animal Spirit ที่หายไปจากสังคมไทย ความรู้สึกว่าโอกาสอยู่ที่ประเทศไทย และเคยดึงดูดคนไทยกลับบ้านเมื่อ 35 ปีก่อน ได้เปลี่ยนเป็นสภาวะที่เยาวชนไทยและคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง พยายามหาช่องทางย้ายไปตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศ" นายกรณ์ ระบุ
นายกรณ์ ระบุต่อว่า แม้แขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลกจะมองเห็นประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีเสถียรภาพ แต่นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่คนไทยต้องตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนที่เคยพลาดการตั้งคำถามในปี 2534 ว่า หากเรายังเดินต่อไปแบบนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร




