วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธนาธร' รับที่ผ่านมายังทำได้ไม่ดี ถ้า ปชน.ฉลุย ไม่หวนคืนการเมือง

'ส้ม-ฟ้า' ประสานเสียง เร็วไปเลือกตั้งรอบหน้าจับมือกัน 'ธนาธร' รับที่ผ่านมาทำได้ไม่ดีพอ ขอความไว้วางใจ ปชช.ต่อ ลั่นไม่คิดหวนการเมืองถ้า ปชน.ไปได้ดี

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 ที่สยาม อีเวนท์ เฮ้าส์ ประชาชื่น 46 "ไทยโพสต์" จัดงานเสวนา "ไทยโพสต์ก้าวสู่ปีที่ 30" ในหัวข้อ “เหลียวหลัง แลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย” โดยในช่วงถามตอบ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ รศ.สุริยะใส กตะศิลา คณะบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

เมื่อถูกถามถึงเรื่องทุนเทา ซึ่งถูกเชื่อมโยงการการเมืองในสภา จนความเห็นของสังคมถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคตนเองชัดเจนว่า ทุนเทาเป็นเรื่องใหญ่ในตอนหาเสียง และยังยืนยันว่าเรื่องทุนเทายังเป็นอันตรายอยู่ ขอไม่เจาะจงวิวาทะที่เกิดขึ้นระหว่างสองบุคคลในขณะนี้ แต่ขอตั้งคําถามกับหน่วยงานรัฐ ทั้ง กกต. กรมสอบสวนคดีพิเศษ และบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง ว่าทําไมเรายังไม่เห็นการเอาจริงเอาจัง หลายครั้งเราต้องรอข้อมูลจากต่างประเทศ ว่าคนนั้นคนนี้เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นคนไทย และการกระทําในประเทศไทย 

เมื่อถามถึงความหวังคนรุ่นกลางรุ่นใหญ่มีไว้กับพรรคส้ม ล่มสลายไปในการตัดสินใจครั้งที่ผ่านมา การมาของ 3 เทคโนแครตได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับสีน้ําเงินเข้ม การเปิดตัวมืออาชีพของพรรคประชาชนไม่ปัง หากวันนึงมาถึงจะมีการวางมืออาชีพ หรือคนดี ๆ เข้ามาเปลี่ยนประเทศ ให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า "ผมคงไม่มีอะไรตอบมากกว่าเราคงต้องยืนยันต่อที่จะทําให้ประชาชนให้ความไว้วางใจเรามากกว่านี้ ทําให้ดีกว่า เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ น้อมรับว่า ที่ผ่านมาเรายังไม่ดีพอ แต่จะทําให้ดีกว่า"

เมื่อถามว่าหากปี 73 นายธนาธร พ้นโทษแบน ถ้าสมมติหวนคืนแล้ว มีโอกาสเข้าสภาอีกครั้ง เป็นแคนดิเดตนายกฯ โอกาสที่จะส้มจะจับมือกับฟ้าเป็นไปได้หรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า เวลาผ่านมาเร็วมาก อีกประมาณ 3 ปี ตนเองไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ขอพูดด้วยความชัดเจนว่า ถึงเวลาจะต้องกลับมา ไม่ได้คิดว่าจําเป็น ถ้าประเทศไปในทิศทางที่ควร พรรคประชาชนมีผู้นําที่มีความรู้ ความสามารถเก่ง ๆ เยอะแยะ ถ้าพวกเขาสามารถพาองค์กรไปได้อย่างมีพลัง ตั้งมั่นในอุดมการณ์ ก็ไม่จําเป็นต้องมีตนเอง 

"แต่ถ้าสถานการณ์พรรคไม่ดี แกนนําพรรคถูกยุบอีกรอบ หาผู้นําที่เหมาะสมไม่ได้ ก็ยินดีพร้อมที่จะกลับมา ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ ส่วนตัวถ้าพรรคไปได้ดีอยู่แล้ว ผมไม่ได้คิดจะกลับมา" นายธนาธร กล่าว

ส่วนจะรวมกับพรรคไหนในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น นายธนาธร กล่าวว่า อาจจะเร็วไปในการที่จะพูด ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เท่าที่ฟังจากวิปพรรคประชาชน เขาบอกว่าการทํางานกับพรรคประชาธิปัตย์ในวิปฝ่ายค้านค่อนข้างมีประสิทธิภาพไปด้วยกันได้ดี 

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ตอบเหมือนกันว่า เร็วเกินไปที่จะถาม การทํางานฝ่ายค้านด้วยกันราบรื่นจริง แต่การฝ่ายทํางานฝ่ายค้านกับเป็นรัฐบาลด้วยกันคนละโจทย์ ต้องอยู่ที่นโยบาย และจุดยืน ซึ่งต้องว่ากันเมื่อการเลือกตั้งมาถึง 

เมื่อถามว่า เรามีฉันทามติมาตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ปัญหาคอร์รัปชั่น ก็มีอารมณ์ร่วมของสังคม อยู่ในนโยบายแทบทุกพรรค แต่ปัญหาไม่เคยแก้ได้สักที จะมีหนทางหรือไม่ จุดเริ่มต้นตรงไหนในการแก้ไข เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ใช่แนวทางที่ใช่เสมอไป หลายประเทศไม่ได้เริ่มต้นจากการแก้รัฐธรรมนูญ แต่เริ่มต้นจากผู้นําคนหนึ่งลุกขึ้นมาจัดการเรื่องคอร์รัปชั่น ประเทศไทยจะสามารถเดินไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ 

นายธนาธร ระบุไม่เห็นด้วยบางส่วนกับคําถามดังกล่าว ตนเองเข้าใจดีว่า คอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ไม่ใช่แค่นักการเมือง รวมถึงข้าราชการเยอะมาก บทเรียนของเราในรอบ 30 ปี คือเราลองใช้วิธีที่มันไม่เป็นประชาธิปไตยแก้ปัญหานี้แล้ว แต่คอร์รัปชั่นยังดํารงอยู่ และมากกว่าเดิมด้วยซ้ําไป วิธีนี้จึงใช้ไม่ได้ 

ส่วนจะทําอย่างไร ตนเองมีไอเดียอยู่บ้าง จุดเริ่มต้นสําคัญคือการไม่ซื้อเสียง ตอนพรรคอนาคตใหม่ สส.ของเราที่เดินหาเสียง ใช้ 2-3 แสนบาท เข้าไปแล้วไม่ต้องถอดทุนคืน ไม่กี่วันก่อนเราเจอนักการเมือง เอาเงินไปแจก ตนเองก็งงอยู่ว่า เขาเอาเงินจากไหนไปแจก จุดเริ่มต้นถ้าซื้อเสียงนําไปสู่จุดนั้นแน่ๆ เดินเข้าสู่ด้านมืดแน่ ๆ ดังนั้น ผู้นําต้องเอาจริงเอาจัง เริ่มที่หัวก่อน 

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มี 2 เรื่องที่ต้องทํา คือ 1.แก้ระบบ ผู้นําสําคัญ แต่หวังพึ่งผู้นําลําพังเพียงอย่างเดียวไม่ได้ มีคนเคยถามตนเองว่า รัฐบาลไทยเอาจริงเอาจังกับคอร์รัปชั่นมีบ้างหรือไม่ ตนเองบอกไปว่า รัฐบาลไทยเอาจริงเอาจังกับคอร์รัปชั่นทุกชุด ถ้าเกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้าม ต้องไม่เอาคอร์รัปชั่นมาเป็นอาวุธทางการเมือง แต่ต้องทําให้เป็นระบบ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ การแก้ที่ดีที่สุดคือการวางระบบ ระบบข้อมูลเปิด สามารถทําให้การตรวจสอบง่ายขึ้น ช่วยได้เยอะในการทุจริตระดับข้าราชการ ต้องตัดวงจรอุบาทว์ในทางการเมือง เรื่องซื้อเสียง และเรื่องใช้ทุนทางการเมือง ในที่สุดแล้ว ก็ต้องไปหามา เพื่อให้สามารถเดินต่อได้ 

นายอภิสิทธิ์ ระบุอีกว่า สิ่งสําคัญควบคู่กันไป เวลาพูดถึงเรื่องคอร์รัปชั่นเชิงนามธรรม ทุกคนตอบได้หมด แต่ถ้าสํารวจวิถีชีวิตในสังคมเรา ที่ยังมีเรื่องระบบอุปถัมภ์ ความเกรงอกเกรงใจ พรรคพวก ที่อาจจะเป็นรุ่นเดียวกัน คบหากัน ก็ต้องตั้งคําถามกับตนเองจริงๆ ว่า เราพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนค่านิยมหลายอย่างหรือไม่ ทําให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นลดลง ทําเรื่องเส้นสาย และเครือข่ายหลักสูตรต่าง ๆ ที่เข้ามาซ้ําเติมมากขึ้น 

"เราทุกคนสวมหมวกหลายใบ ค่านิยมการใช้ชีวิตส่วนตัว ในฐานะเพื่อน กับค่านิยมการรักษาประโยชน์ส่วนรวม จะมีความขัดกันอยู่ตลอดเวลา แต่เรามักจะหยิบหมวกผิดใบมาใส่ ทำให้กลายเป็นว่า คนซึ่งบางทีตรงไปตรงมา ระบบราชการ การเมือง ถูกนินทาครหาประณามว่า ไม่เอาพวก ไม่เอาเพื่อน ไม่เอาอะไร สิ่งสําคัญ ที่ต้องสร้างค่านิยมรองรับ บวกกับระบบ และการใช้เทคโนโลยี เข้ามาช่วยแก้ปัญหา" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิมธิ์ กล่าวอีกว่า การเมืองระบบ เรื่องอํานาจนิยม คอร์รัปชั่น ก็เกิดจากสังคมที่มีปัญหา การทุจริตน้อย สังคมมีเงินมีอํานาจ แต่คุณไม่ได้สิทธิเหนือคนอื่น เลยทําให้แรงจูงใจ ที่จะทุจริตคอร์รัปชั่น เอาเงินมาก่อน เงินซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ ไม่เกิดขึ้น