'ปิยบุตร' ถอดบทเรียนจาก 'อนาคตใหม่-ปชน.' เตือน 'นักการเมืองสายแสดง-คลิกเบต' โกยเรตติ้งจนพรรคไม่อาจทาน กลัวทัวร์ลง ชี้ 'บันเทิงธิปไตย' กำลังกลืนกินอุดมการณ์การเมือง
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ 4 สิ่ง ที่พรรคต้องไม่เป็นโดยเด็ดขาด โดยระบุว่าพรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยกำหนดยุทธศาสตร์เปลี่ยนแปลงประเทศไทย พรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยกำหนดให้เป็นพรรคมวลชน พรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยกำหนดให้มีอุดมการณ์ ความคิดชี้นำพรรค พรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยมุ่งเน้นทั้งภารกิจทำงานทางความคิด หรือ War of Position คู่ไปกับภารกิจการเข้าสู่อำนาจ พรรคการเมืองในลักษณะนี้ไม่ปรากฏในประเทศไทยมากนัก หากกล่าวให้เคร่งครัดอาจมีเพียงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในอดีตที่พยายามไปให้ถึงพรรคในลักษณะแบบนี้
นายปิยบุตร ระบุว่า วันที่ผมร่วมก่อการตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น คิดอ่านกับเพื่อนผู้ร่วมก่อการ มีความหวัง ความฝันว่า หากต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยขนานใหญ่ ก็จำเป็นต้องมีพรรคแบบนี้ โดยหวังว่า พรรคเราจะค่อยๆบ่มเพาะสร้างคน และพัฒนาไปเป็นพรรคในลักษณะนี้ให้ได้ วันนี้ จากพรรคอนาคตใหม่ มาเป็นพรรคก้าวไกล ผ่านมาถึงพรรคประชาชน ในปัจจุบัน ผมก็ยังหวังจะเห็นพรรคแบบนี้ให้ได้สักวันหนึ่ง แต่ทว่า ด้วยกระแสแบบปัจจุบัน ด้วยตลาดทางการเมืองและผู้บริโภคแบบทุกวันนี้ อาจยั่วยวนหรือบีบบังคับให้พรรคต้องขยับออกจากแนวทางที่คิดฝันไว้มากขึ้น เพราะการสร้างพรรคให้เป็นพรรคยุทธศาสตร์ พรรคมวลชน พรรคที่มีอุดมการณ์ความคิดชี้นำ พรรคที่ทำงานทางความคิด นั้น อาจยาก เห็นผลช้า ไม่หวือหวา ไม่ตื่นเต้นเร้าใจ เป็นการทำงานเบื้องหลัง ซุ่มซ่อน ยาวนานที่คนไม่เห็นตรงหน้า หรืออาจไม่ถูกใจคนในวงกว้างหรือสื่อในยุคนี้ ที่ชอบอะไรๆเร็วๆด่วนๆเฉพาะหน้า
“นักการเมืองที่ผสมผสานความเป็นนักแสดงของพรรค ที่ถนัดการใช้สื่อสมัยใหม่แบบตีหัวเข้าบ้าน คลิกเบตเร้าใจ จึงเด่นขึ้น ตามกระแสความต้องการของตลาด เมื่อนักแสดงของพรรคได้คะแนนนิยมในหมู่ประชาชนสูง เพื่อนๆ คณะนำ และพรรคก็ไม่อาจทาน หรือควบคุมทิศทาง เพราะ ด้านหนึ่ง ก็ต้องใช้บริการคะแนนนิยมเหล่านั้นด้วย อีกด้านหนึ่ง หากวิจารณ์กันเอง ก็อาจนำมาซึ่งทัวร์ลงได้” นายปิยบุตร ระบุ
นายปิยบุตร โพสต์ว่า ในช่วงกระแสกำลังพัดไปในทิศทางเช่นนั้น ผมจำเป็นต้องใช้กระแสทวน ผมเห็นว่า 4 ลักษณะ ดังต่อไปนี้ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสร้างพรรคยุทธศาสตร์ พรรคมวลชน พรรคที่มีอุดมการณ์ความคิดชี้นำ เป็น 4 สิ่งที่พรรคต้องหลีกเลี่ยง หรือหากหลีกเลี่ยงมิได้ ก็ต้องใช้มันอย่างเท่าทันรู้ทัน ไม่ให้มันกลืนกินพรรคจนไม่เหลือสภาพพรรคการเมืองที่เราฝันกันไว้ ได้แก่
1. การเมืองแบบ “บันเทิงธิปไตย” หรือ Entertainocracy
2. การเมืองล้นเกิน หรือ Hyperpolitics ที่อะไรๆก็เป็นเรื่องการเมือง ตื่นรู้ทางการเมือง แต่ปราศจากผลลัพธ์ทางการเมืองหรือความเปลี่ยนแปลง (ความคิดนี้ ผมรับมาจาก Anton Jäger)
3. การเมือง “แฉ เปิดโปง รายวัน เฉพาะหน้า“ แต่ปราศจากซึ่งข้อเสนอสังคมใหม่ในฝัน หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในระยะยาว
4. พรรคดิจิทัล (Digital Party) และคณะนำแบบ Hyperleadership (ความคิดนี้ ผมรับมาจาก Paolo Gerbaudo)
ลักษณะทั้ง 4 นี้ เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับการเมือง พรรค และขบวนการทางสังคม ในหลากหลายประเทศ ลักษณะทั้ง 4 เป็นอย่างไร และส่งผลเสียอย่างไร จะมาอธิบายทีละประเด็นในตอนถัดๆไปครับ





