“พร้อมพงศ์” ชี้วิกฤตน้ำท่วม ต้องร่วมหาทางออก ไม่ใช่ปล่อยข่าวปลดผู้ว่าฯ กทม.หยุดหาแพะกลบข่าว วอน นายกฯ นั่งคุมเองดันแก้น้ำท่วมเป็นวาระแห่งชาติ เชื่อม กทม.–ปริมณฑล–ต่างจังหวัด บริหารภัยพิบัติระบบเดียวทั่วประเทศ ห่วง ต.ค.ฝนหนักหลายพื้นที่
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้ปลดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จากปัญหาน้ำท่วม ว่า ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบ หากส่วนใดบริหารผิดพลาด ผู้ว่าฯ ผู้บริหาร กทม.ต้องชี้แจง รับผิดชอบและเร่งแก้ไข แต่เวลานี้รัฐบาล กทม. ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต่างช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่พื้นที่ที่น้ำยังไม่ลด ต้องระวังอย่าให้วิกฤตน้ำท่วมกลายเป็น การหาแพะบูชายัญ กลายเป็นจะปลดใคร ไปกลบ การที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย และแก้ปัญหาให้ทันก่อนฝนรอบใหม่ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนช่วง 4–7 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนยังมีโอกาสเกิดฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะ ที่ยังมีการประเมินให้เฝ้าระวังฝนอีกระลอกในภาคกลาง ช่วงวันที่ 11–14 ต.ค. หน่วยงานภาครัฐจึงต้องเตรียมรับมือให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ
ในภาพรวมการทำงานคนทำงานต้องตรวจสอบได้ ผิดก็ต้องรับผิดชอบ แต่ปัญหาทั้งระบบ จบด้วยการหาแพะคนเดียวไม่ได้ ก่อนหน้า นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิจารณ์การจัดการน้ำ กทม. ต่อมาได้พบนายชัชชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมลาดกระบัง ถือเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนความเห็นต่าง ให้เป็น ความร่วมมือ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม กทม.ปี 2569 พื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. ปัญหาสำคัญจากฝนตกแช่ ทำให้ระบายไม่ทัน และข้อจำกัดในการระบายน้ำ เมื่อเกิดภัยพิบัติ ทุกคนคงอยากเห็นการทำงานเชื่อมกันจริง ตนขอเสนอ ให้ผลักดันการบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นวาระแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องเป็นแกนกลางกำหนดทิศทางและบูรณาการหน่วยงานของรัฐให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกันทำให้ประชาชน รู้ก่อน – เตือนก่อน – ป้องกันก่อน – ช่วยทัน – เยียวยาเร็ว – ฟื้นฟูไว ต้องนำแนวทางนี้ไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัด ทุกหน่วยงาน เพื่อให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ที่จะแก้ไขปัญหาและต้องไม่โยนความผิด ไม่โยนภาระ ไม่โยนความรับผิดชอบ และต้องชัดเจน3เรื่อง เจ้าภาพต้องชัด อำนาจต้องชัด แผนต้องชัด
“เห็นด้วย หลังน้ำลดจะต้องมีการไล่ตรวจสอบทุกอย่าง พื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิงมีเพียงพอและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ สถานีและเครื่องสูบน้ำพร้อมใช้งานทั้งหมดหรือไม่ การลอกท่อ คูคลอง การบริหารจัดการต่างๆ ปัญหาน้ำท่วม เกิดจากคนหรือระบบบกพร่อง หรือ เตรียมตัวแล้วแต่เกินคาดการณ์ป้องกันไม่ทันจริงๆ ใน กทม.ขอเสนอ ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล อุปกรณ์ระบายน้ำ ทุกจุดพร้อมใช้ทั้งหมดใช่หรือไม่ การขุดลอกคูคลอง ท่อ ทางระบายน้ำต่างๆ มีการเตรียมพร้อมพร่องน้ำเป็นไปตามเกณฑ์มีดัชนีชี้วัด ให้ตรวจสอบได้ตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน ที่ไม่ใช่แค่รายงานตัวเลขกลับมา น้ำท่วมแต่ละครั้งประชาชน บ้านเรือน รถยนต์ ทรัพย์สิน เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ กว่าจะฟื้นฟูให้เข้าที่เข้าทาง ต้องใช้เวลา”นายพร้อมพงศ์กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การเมืองจะถกกันว่าใครควรอยู่หรือใครควรไป ส่วนใครจะหาแพะบูชายัญ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ประชาชนที่บ้านท่วมยังต้องอยู่กับปัญหา ฉะนั้นอย่าหยุดแค่หาแพะ ต้องหาทางออกให้ประชาชนด้วย ประเทศต้องการระบบที่ทำงานเป็น เป้าหมายไม่ใช่ให้ใครชนะทางการเมือง แต่ต้องทำให้ประชาชนทั่วประเทศชนะภัยพิบัติให้ได้





