“ปชป.” จี้ "รัฐบาล" ออกมาตรการปล่อยกู้ ปลอดดอกเบี้ย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทวงสัญญา "ภท." ตั้งกองทุนภัยพิบัติ 1 แสนบาท อย่าแค่หาเสียง
ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่
โดยนายกรณ์ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก เป็นการซ้ำเติมความยากลำบากโดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กที่ต้องหยุดประกอบอาชีพต่อเนื่องหลายวัน เสียโอกาสทำมาหากิน เงินไม่เหลือ ไม่มีเงินเข้าเป๋า ขณะที่ทรัพย์สินและอุปกรณ์ทำมาหากินก็ได้รับความเสียหาย การจะกลับมาค้าขายเปิดร้านใหม่ ก็ต้องใช้เงินทั้งสิ้น แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินแหล่งทุนด้วยตัวเอง
นายกรณ์ กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องขอไปยังรัฐบาล ให้เร่งออกมาตรการปล่อยวงเงินสินเชื่อให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รายละ 20,000–200,000 บาท เก็บดอกเบี้ย 7% ต่อปี ทั้งนี้ในระยะ 3-6 เดือน ต้องปลอดดอกเบี้ย โดยมีระยะเวลาชำระ 2 ปี ผ่านธนาคารออมสิน ฐานะสถาบันการเงินของรัฐ
"วันนี้ประชาชนรอไม่ได้ หากประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนไม่ได้จะกลับเข้าไปสู่วงจรการเป็นลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อน้ำท่วมปี 2554 วันนี้รัฐบาลมีโอกาสที่จะลบล้างความผิดพลาดในอดีต การออกมาตรการเช่นนี้จะช่วยให้ประชาชนไม่หลุดเข้าไปอยู่ในวงจรอุบาทว์กับดอกเบี้ยนอกระบบ ซึ่งมันต่างกันระหว่างความอยู่รอดกับนรก”นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับแรงงานพลัดถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ตามประกันภัยพิบัติของรัฐบาล ที่ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ขาดความชัดเจนว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการชดเชยในกรณีใดบ้าง แตกต่างอย่างไรระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านพื้นดิน กับประชาชนที่อยู่บนแฟลต ทั้งนี้ตนมองว่าทุกคนควรได้รับการดูแล เพราะได้รับผลกระทบและความเสียหาย
"การเยียวยาผูกติดอยู่กับการเป็นเจ้าของบ้านเรือน อาคาร ผูกติดอยู่กับสำมะโนครัว หรือว่าหลักฐานการเป็นเจ้าของสถานที่ ผมคิดว่ามันก็จะเป็นปัญหาเวลาเราดูแลความเสียหายจริง ๆ เจตนาที่แท้จริงคืออะไร เจตนาที่แท้จริงคือเราต้องการดูแลคนไม่ใช่ดูแลอาคาร เพราะฉะนั้นถ้าคนเดือดร้อนเราควรที่จะมีวิธีช่วยเหลือเยียวยาไปที่ตัวคน" นายกรณ์กล่าว
ทางด้านนางการดี กล่าวว่าตนขอวิงวอนรัฐบาลช่วยเร่งเยียวยาเครื่องมือทางเศรษฐกิจของคนตัวเล็ก เพราะพบว่าตลาดและย่านการค้าขายสำคัญของชุมชนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยรัฐบาลสามารถนำข้อมูลของร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่ง และไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีมากกว่า 1.09 ล้านราย มาคัดกรองร้านค้าในพื้นที่ประสบภัย และเปิดเป็นช่องทางลงทะเบียนขอสินเชื่อ โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยกู้ ขณะเดียวกันต้องเปิดให้ผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวยื่นขอผ่านธนาคารได้โดยตรงด้วย
ขณะที่ นายตรีรัตน์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ขอทวงสัญญาที่พรรคภูมิใจไทยเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ว่าจะตั้งกองทุนภัยพิบัติ จ่ายเงินเยียวยา 100,000 บาททันทีต่อครัวเรือน ว่าทำได้จริง หรือเป็นเพียงเทคนิคและวาทกรรมหาเสียง





