วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟ้าแพ็คคู่‘อภิสิทธิ์-ชวน’ เลี้ยงกระแส ลุ้น‘พลิกเรตติ้ง’

สารพัดมรสุมที่กำลังรุมเร้าและกำลังกัดกินความเชื่อมั่นรัฐบาล ย่อมกลายเป็นโอกาส “พรรคฟ้า” ในการวางหมากเพื่อ “เลี้ยงกระแส” รอจังหวะพลิกเกมบน“กระดานการเมือง” ในอนาคต  

KEY POINTS

  • อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย สองอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ (พรรคสีฟ้า) กำลังปรากฏตัวร่วมกันในกิจกรรมสาธารณะ
  • การลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกันเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อ "เลี้ยงกระแส" หรือรักษาความสนใจของประชาชนไว้
  • เป้าหมายของการจับคู่ครั้งนี้คือการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเอกภาพ และตอกย้ำการเป็นพรรคที่พึ่งพาได้ในยามวิกฤต เพื่อหวัง "พลิกฟื้น" คะแนนนิยม (เรตติ้ง) ของพรรคที่กำลังตกต่ำ
  • พรรคประชาธิปัตย์กำลังใช้โอกาสที่รัฐบาลเผชิญวิกฤต เพื่อสร้างบทบาทในฐานะฝ่ายค้าน และหวังจะสามารถฟื้นความเชื่อมั่นและคะแนนนิยมกลับคืนมาได้ในอนาคต

ย้อนผลการเลือกตั้งทั่วประเทศช่วงต้นปี เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา  ต้องยอมรับว่า “พรรคสีฟ้า” ซึ่งตีตั๋วผู้แทน22ที่นั่ง พลาดเป้าในแง่จำนวน “สส.เขต” ที่ลดฮวบเหลือ10ที่นั่ง จากรอบที่แล้ว22ที่นั่ง 

ต่างจาก “สส.ปาร์ตี้ลิสต์”  ที่อัปเกรดคะแนนทั่วประเทศจากรอบที่แล้ว925,349 คะแนน เป็น 3,651,026 คะแนน จนส่งผลให้จำนวนที่นั่ง “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” พรรคฟ้า เพิ่มขึ้นจาก 3 ที่นั่ง เป็น12ที่นั่ง 

ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในเรื่องของการเบียดชิงพื้นที่พรรคการเมือง “ขั้วอนุรักษนิยม” ด้วยกัน โดยเฉพาะภูมิใจไทย ที่โชว์ภาพการเป็นหัวขบวนอนุรักษนิยม จนสามารถกวาดสส.เข้าสภาฯเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 

ปัจจัยในเรื่อง “กระสุน” โดยเฉพาะฐานเสียงสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ ที่พรรคฟ้ายังตกเป็นรองคู่แข่งทั้งภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม หรือปัจจัยในเรื่อง “กระแส” ที่ถูก “พรรคส้ม”ในฐานะพรรคเสรีนิยมเบียดชิงพื้นที่ 

เหล่านี้ย่อมกลายเป็นโจทย์สำคัญของ “พรรคฟ้า” ในยุคที่มี “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ภายใต้เดิมพันในการ “พลิกฟื้น” คะแนนนิยม ในฐานะ“สถาบันการเมือง” ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย กลับคืนมา 

 

ฟ้าแพ็คคู่‘อภิสิทธิ์-ชวน’  เลี้ยงกระแส ลุ้น‘พลิกเรตติ้ง’

จริงอยู่แม้คะแนนนิยมทั้งตัว “อภิสิทธิ์” และ “พรรคประชาธิปัตย์” จนถึงเวลานี้จะยังไม่สามารถเบียดชิงพื้นที่คู่แข่งขึ้นมาอยู่ 3 อันดับแรกได้ 

สะท้อนจาก  “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2569” ระหว่างวันที่ 18-23 กันยายน 2569 พบว่า คะแนนนิยมในส่วนของ “อภิสิทธิ์” อยู่ในอันดับ 5 คิดเป็น 9.60%  ขณะที่คะแนนพรรคประชาธิปัตย์ อยู่อันดับ 4 คิดเป็น 9.80% 

แต่ท่ามกลางสารพัดมรสุมที่กำลังรุมเร้าและกำลังกัดกินความเชื่อมั่นรัฐบาลในเวลานี้ ประจวบเหมาะกับสถานการณ์น้ำที่กำลังรุกคืบ แถมถูกนำไปเปรียบเทียบเหตุการณ์“มหาอุทกภัยหาดใหญ่” จ.สงขลา รวมถึงจังหวัดอื่นๆในพื้นที่ภาคใต้รวม 9 จังหวัดในช่วง “รัฐบาลอนุทิน1” แถมถูกขยี้หนักในประเด็นความผิดพลาดในการสื่อสารแล้ว 

จุดนี้ย่อมกลายเป็นโอกาส “พรรคฟ้า” ในการวางหมากเพื่อ “เลี้ยงกระแส” รอจังหวะพลิกเกมบน“กระดานการเมือง” ในอนาคต  

ฟ้าแพ็คคู่‘อภิสิทธิ์-ชวน’  เลี้ยงกระแส ลุ้น‘พลิกเรตติ้ง’

ภาพของการลงพื้นที่ร่วมกันระหว่าง “อภิสิทธิ์”  และ “ชวน หลีกภัย”  สส.บัญชีรายชื่อ  และอดีตหัวหน้าพรรค ลุยน้ำท่วมแจกถุงยังชีพและตั้งโรงครัวช่วยเหลือในหลายพื้นที่ของกทม. นอกเหนือจากนัยในการโชว์ภาพการผนึกกำลังของ “2 อดีตนายกฯ” ที่ผ่านการเมืองมาอย่างโชกโชนแล้ว 

สิ่งที่พรรคสีฟ้าต้องการสื่อสารคือ การตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นพรรคที่พึ่งพาได้ในยามวิกฤต และทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในฐานะพรรคฝ่ายค้านอย่างเข้มข้น

ฟ้าแพ็คคู่‘อภิสิทธิ์-ชวน’  เลี้ยงกระแส ลุ้น‘พลิกเรตติ้ง’

วาทกรรม “เอาอยู่” ที่กลายเป็น “เอาไม่อยู่” กำลังวนลูปจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยในปี 2554 และกำลังกลับมาหลอกหลอน “อนุทิน ชาญวีรกูล” และพรรคภูมิใจไทย มีความเหมือนกันตรงที่ “พรรคประชาธิปัตย์” อยู่ในสถานะการเป็น “พรรคฝ่ายค้าน” ทั้ง 2 ยุค  

ที่ต้องไม่ลืมคือนอกเหนือจากบทบาทฝ่ายค้านแล้ว “พรรคฟ้า” ยังถือเป็นต้นตำรับ “ครม.เงา” ในเกมการเมืองในอดีตมาแล้วถึง 2 ครั้ง  ครั้งแรก ในยุคพรรคพลังประชาชน ปี 2551  มี “สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกฯ  ครั้งที่สอง ในปี2554 ในยุครัฐบาลเพื่อไทยมี  “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกฯ

ผ่านไป 15 ปี นับจากปี2554 การเมืองวนลูปกลับมาสู่สถานการณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมี “อภิสิทธิ์” เป็นหัวหน้าพรรค กลับมาเป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะมี “พรรคประชาชน” เป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ขณะที่ประชาธิปัตย์แปรสภาพมาเป็น “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” 

ย่อมต้องจับตา “พรรคฟ้า” ในยุคที่มี “อภิสิทธิ์”  เป็นผู้นำ มี “ชวน” เป็นขุนพลบัญชาการศึก จะสามารถโชว์ฟอร์มการเป็นฝ่ายค้านที่เจนจัดทางการเมือง  เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น

รวมทั้งแปลงคะแนนนิยม 3.6 ล้านเสียงจาก “ปาร์ตี้ลิสต์” ขยายไปถึง “ตั๋วผู้แทน” ระบบเขต เพื่อเสริมความเข้มแข็งในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไปได้อย่างไร