วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

'3สส.ใต้ ปชป.' จวก 'อนุทิน' ไร้รับผิดชอบ ปล่อยคนกรุง ลอยคอน้ำท่วม

"ชวน-จูรี-พิทักษ์เดช" ซัด "รัฐบาล" ล้มเหลวแก้วิกฤติน้ำ "อนุทิน" ไร้รับผิดชอบปล่อยคนกรุงลอยคอน้ำท่วม เหน็บคำพูดเอาอยู่ คือสัญญาณเตือนภัย

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ต่อประเด็นการศึกษาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงมาตรการฟื้นฟู เยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ สส.ส่วนใหญ่ ได้อภิปรายท้วงติงต่อการทำงานของรัฐบาลที่บริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมกทม. และหลายพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ผิดพลาด จนเกิดผลกระทบในวงกว้าง

ชวน จี้ "รัฐบาล" สางปัญหาการบินไทย

โดย  นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า โจทย์ข้อหนึ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา คือ สถานการณ์น้ำท่วมที่น้ำไม่ลด จะกลายน้ำเน่า และเป็นแหล่งติดเชื้อโรค ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมแม้ไม่ท่วมสนามบินสุวรรณภูมิ  และ สนามบินดอนเมือง แต่ท่วมบริษัทการบินไทย ซึ่งการตัดสินใจของบริษัทการบินไทย สร้างความเสียหายกับบริษัทของตัวเองเป็นอย่างมาก แต่ความเสียหายนั้นไม่เท่ากับชื่อเสียงเกียรติยศของประเทศ

“กรณีที่จะยกเลิกการรับคลังสินค้าเข้าออก คลังสินค้าสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 1-6 ต.ค. เป็นเรื่องที่เสียหายมาก ภาพพจน์ประเทศจะเสื่อมเสียอย่างรุนแรง ความเชื่อถือหมดไปยังมีเวลาที่รัฐบาลสามารถแก้ไขได้ แม้บริษัทการบินไทยจะไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว แต่กระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ ดังนั้น ไม่ควรดูดาย ควรทำหน้าที่เพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่หนีปัญหา ไม่สู้ปัญหา ไม่รับผิดชอบ  ผมย้ำเรื่องนี้เพื่อให้รัฐบาลรับทราบ รัฐบาลมีเวลาวันนี้ในการทบทวนกับบริษัทการบินไทย เพื่อที่จะยกเลิกคำสั่งที่หยุดรับสินค้าเข้าออก ในคลังสินค้าเพราะจะทำลายชื่อเสียงของประเทศเราอย่างมาก”นายชวน อภิปราย

จูรี เหน็บ คำพูดรัฐบาล "เอาอยู่" คือ สัญญาณเตือนภัย

ขณะที่ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า บทสรุปของน้ำท่วมทั้งพื้นที่หาดใหญ่และกทม.  ทำให้ชาวบ้านได้รู้จักคำว่าเอาอยู่จากฝ่ายบริหาร หรือผู้นำท้องถิ่น ที่เปรียบเป็นสัญญาณเตือนภัยให้รีบเก็บของ ดังนั้นในสถานการณ์ภัยพิบัติ สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ และอย่าช้าเตือนภัย รวมถึงอย่าช้าต่อการเผชิญเหตุ และเยียวยาต้องไม่ล่าช้า

“ที่ผ่านมา 2- 3 วัน มีคำพูดหนึ่งที่ชาวบ้านเขาได้ยินแล้วเอียนและเบื่อที่จะฟังมากๆคือคำว่าถอดบทเรียน รอบนี้ถอดอีกแล้ว ทั้งทั้งที่ก่อนหน้านี้เราเพิ่งถอดของหาดใหญ่มา ถ้านับว่าการถอดบทเรียนเป็นการถอดกางเกงใน ผมว่าตอนนี้ยางย้วย ยางยึด หมดแล้ว ถ้าเป็นภาษใต้กางเกงในก็ช่อโบ้ง มันถอดจนหลุดลุ่ย ถ้าปริ้นท์เอกสารที่ถอดมาได้ก็คงเท่ากับตึกรัฐสภา เราเพิ่งถอดที่หาดใหญ่ผ่านมา 10 เดือน ตอนนี้ทุกปัญหาเกิดขึ้นเหมือนที่หาดใหญ่เป๊ะ” นายจูรี อภิปราย

พิทักษ์เดช ชี้ 3วิกฤติ รัฐบาล ถอดบทเรียนไม่เหลือ แต่แก้ไม่ได้

ทางด้าน นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  อภิปรายด้วยว่า วิกฤติน้ำท่วม ตนขอถามถึงความรับผิดชอบของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ ต่อการแก้ปัญหาอุทกภัยในประเทศไทย ที่ยังพบเหตุเกิดขึ้นซ้ำซาก โดยสภาชุดที่ 27 มีญัตติที่ถูกเสนอให้ถอดบทเรียนเรื่องน้ำท่วมมาแล้วถึง 3 ครั้ง  ครั้งที่ 1 ถอดที่อำเภอหาดใหญ่เปรียบเหมือนการถอดเสื้อ ครั้งที่ 2 ถอดที่จังหวัดน่าน เปรียบเหมือนการถอดกางเกง ครั้งที่ 3 ถอดที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เปรียบเหมือนการถอดชุดชั้นใน เมื่อถอดบทเรียนถึงขนาดนี้ แต่ผลลัพธ์การบริหารจัดการไม่โปร่งใสหรือมีประสิทธิภาพ

ยก ยันต์กันหนู น้ำท่วมเอาไม่อยู่ สะท้อนภาวะไร้รับผิดชอบ

นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า นโยบายหาเสียงของพรรครัฐบาล เรื่อง กองทุนภัยพิบัติ ที่เคยโฆษณาไว้ว่าจะใช้เทคโนโลยีเอไอ ตรวจสอบและจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 100,000 บาททันทีเมื่อเกิดเหตุ แต่ข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ประชาชนกลับได้รับเงินช่วยเหลือเพียง 9,000 บาท หรือมาตรการแจกเงิน 1,000 บาท ตนมองว่าเป็นการแจกเพื่อไม่ให้ถูกต่อว่า แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง

"เมื่อระบบราชการและผู้บริหารสูงสุดไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนได้ จนทำให้น้ำท่วมหนักเข้าขั้นจมรู ประชาชนจึงจำต้องพึ่งพาพุทธคุณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมจึงนำยันต์กันหนู รุ่นน้ำท่วมแล้วเอาไม่อยู่ แต่หนูยังร่าเริง มาแสดงกลางประชุมสภาฯ เพื่อสะท้อนถึงการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพและขาดความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร”นายพิทักษ์เดช อภิปราย