“โฆษกรัฐบาล” เผย ฝนทั่วประเทศลดลง ทิ้งช่วงก่อนตกอีก4-6ต.ค. แต่ไม่แช่นาน แจง คลองใน กทม. น้ำลดลงมาก โซนคลองจั่น น้ำลดแล้ว 30ซม. จ่อให้ ปชช. ในกรุงเทพฯ WFH อีกระยะ เผย “อนุทิน” ขู่เชือด ขรก.ไม่สนองนโยบายแก้ปัญหา
ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ถึงสถานการณ์สภาพภูมิอากาศ ปริมาณฝน น้ำท่วม และพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ประจำวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยสรุปสาระสำคัญ ว่า สถานการณ์สภาพอากาศในวันนี้ ปริมาณฝนในพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วประเทศลดลงแล้ว ยกเว้นพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ยังคงมีฝนตก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำในภาพรวมยังอยู่ในช่วงที่สามารถบริหารจัดการได้ และยังไม่มีปัญหาอุทกภัยเพิ่มเติม โดยปริมาณฝนจะทิ้งช่วง ก่อนที่จะมีฝนตกอีกครั้งในช่วงวันที่ 4 - 6 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอาจส่งผลกระทบมาถึงพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลักษณะฝนจะไม่ใช่ฝนตกแช่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
สำหรับพื้นที่น้ำท่วมในปัจจุบัน จากข้อมูลดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พบว่ามีพื้นที่น้ำท่วมทั่วประเทศรวมประมาณ 1.71 ล้านไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ จังหวัด มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ได้ระดมกำลังลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร ระดับน้ำในคลองต่างๆ ลดลงอย่างมาก โดยพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังส่วนใหญ่อยู่บริเวณกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ซึ่งภายหลังนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประสานการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้มีการเพิ่มกำลังการสูบน้ำ โดยใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก เครื่องสูบน้ำท่อซิ่ง และเครื่องสูบน้ำพญานาค เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ บริเวณคลองจั่นมีระดับน้ำลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร
ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้พิจารณาการประกาศให้ประชาชน Work from Home ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้กรุงเทพมหานครมีเวลาเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง โดยอาจเพิ่มเที่ยวรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงจัดระบบขนส่งสำหรับประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ให้สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันตก โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี จากการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ที่ได้หยุดการระบายน้ำมาเป็นเวลา 3 วัน จะมีการเพิ่มการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 โดยเป็นการระบายน้ำตามปกติเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำในเขื่อนไม่ให้มีมากเกินไป น้ำจากเขื่อนทั้งสองแห่งจะไหลผ่านจังหวัดกาญจนบุรีลงสู่เขื่อนแม่กลอง ซึ่งปัจจุบันเขื่อนแม่กลองได้บริหารจัดการและทยอยระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำที่จะไหลลงมา เพื่อลดแรงกดดันจากปริมาณน้ำที่จะไหลเข้ามาพร้อมกัน
ทั้งนี้ เขื่อนแม่กลองได้ทยอยระบายน้ำออกบางส่วนแล้ว โดยจังหวัดราชบุรีและสมุทรสงครามจะมีการปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,600 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณริมตลิ่งอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 80 เซนติเมตร จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินความพร้อมของที่พักอาศัย รวมถึงพิจารณาเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิง โดยสามารถประสานกับจังหวัดเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ ทั้งนี้ ได้แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออก จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังในวันนี้คือจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือน เตรียมการอพยพและเคลื่อนย้ายประชาชนแล้ว โดยวันนี้คาดว่าปริมาณน้ำในอำเภอเมืองปราจีนบุรีจะอยู่ในระดับสูงสุด ก่อนที่น้ำจากปราจีนบุรีจะไหลไปรวมกับแม่น้ำนครนายก ขณะที่ปริมาณน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลลดลงแล้ว และไม่มีการระบายน้ำล้นจากเขื่อนเหมือนที่ผ่านมา เมื่อน้ำไหลมารวมกันในแม่น้ำบางปะกงแล้ว พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปคือจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยในช่วง 1 - 2 วันจากนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงติดตามสถานการณ์และประกาศของจังหวัดอย่างใกล้ชิด
ด้านการช่วยเหลือเยียวยา กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ได้ให้การดูแลกลุ่มเปราะบางแล้วประมาณ 52,000 ราย ส่วนสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี โรงพยาบาลแกลง และโรงพยาบาลบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยทั้ง 3 แห่งยังคงเปิดให้บริการ แต่ปรับการให้บริการบางส่วน ทั้งนี้ หากมีผู้ป่วยฉุกเฉินยังสามารถเข้ารับบริการได้ ขณะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งมีสถานการณ์น้ำเข้าในพื้นที่โรงพยาบาล ได้มีการเตรียมเคลื่อนย้ายผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยสีแดงหรือผู้ป่วยอาการหนัก ไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ จัดศูนย์พักพิงให้เพียงพอ และดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในศูนย์พักพิงให้เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่ประชาชนจะได้รับในแต่ละวัน ต้องมีคุณภาพ สะอาด และได้มาตรฐาน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบคุณภาพสิ่งของ อาหาร และเครื่องดื่มที่นำไปบริจาคหรือแจกจ่ายให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือได้รับอาหารที่มีคุณภาพ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในวันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งจะมีการประชุมเป็นประจำทุกวัน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา พร้อมให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและบูรณาการเครื่องมือให้มีความพร้อม รวมถึงเร่งระดมกำลังสูบน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้ระดมรถสุขาเคลื่อนที่และห้องสุขาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดไปให้บริการในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อย สนับสนุนรถสุขาเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากกว่า เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
ในการนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์เป็นประจำทุกวันมายังสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และให้การสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยข้อมูลต้องผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องแล้ว พร้อมประสานข้อมูลมายังโฆษกรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
ในส่วนของระบบสาธารณูปโภค นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้การไฟฟ้าเข้าไปดูแลพื้นที่ที่เกิดไฟฟ้าดับ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการจ่ายไฟเข้าสู่พื้นที่ โดยต้องระมัดระวังกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าช็อต ขณะที่พื้นที่ที่มีการหยุดจ่ายน้ำประปา ให้การประปาเข้าไปให้บริการและจัดส่งน้ำดื่มสะอาดให้แก่ประชาชนในพื้นที่
ในระหว่างนี้ นายกรัฐมนตรียังมีข้อสั่งการให้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูผู้ประสบภัย โดยสำรวจประชาชนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว ทั้งนี้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติจะประชุมทุกวันในช่วงเช้า เพื่อสรุปข้อสั่งการและรวบรวมสถานการณ์ ก่อนเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนรับทราบเป็นประจำทุกวัน
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาภายหลังสถานการณ์อุทกภัยสิ้นสุดลง นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ในระยะนี้การช่วยเหลือจะดำเนินการตามระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้งบกลาง เงินทดรองราชการ และงบประมาณในส่วนของท้องถิ่น ขณะที่ระบบประกันภัยพิบัติจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ดังนั้น พื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในรอบปัจจุบันจะยังใช้ระบบงบประมาณที่มีอยู่เดิม และยังไม่สามารถใช้ระบบประกันภัยพิบัติที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคมได้ เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อเกิดภัยพิบัติหรืออุทกภัย รัฐต้องใช้เงินจากหลายส่วน ทั้งงบกลาง งบประมาณท้องถิ่น และเงินสำรองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงต้องใช้เวลาในการสำรวจความเสียหายหลายด้าน การมีระบบประกันภัยพิบัติจึงเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะช่วยให้การดูแลประชาชนสามารถดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านการป้องกันปัญหาน้ำระยะยาว รัฐบาลได้อนุมัติโครงการชัยนาท - ป่าสัก - อ่าวไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับและบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยหากโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยลดปัญหาการรองรับน้ำในอนาคต ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว และป้องกันปัญหาในระยะยาว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีฝากขอบคุณทุกภาคส่วนและทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องที่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยในการสั่งการและปฏิบัติงาน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงไปกำกับดูแลและรับผิดชอบพื้นที่ต่างๆ อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับการดำเนินงานของส่วนราชการประจำ ซึ่งมีหลายหน่วยงานลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้และโดยตลอดว่า หากมีข้อสั่งการหรือการดำเนินงานจากฝ่ายบริหารของกระทรวงใด ผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงนั้นต้องให้ความร่วมมือและดำเนินการไปในทิศทางเดียวกันอย่างรวดเร็วเต็มกำลังความสามารถ หากมีผู้ไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการ นายกรัฐมนตรีสามารถใช้อำนาจในการดำเนินการตามความเหมาะสม เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ติดขัด และเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการดำเนินการต่อจากนี้จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีปัญหาเรื่องการสั่งการหรือการประสานงานที่ติดขัด ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว





