วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดีโกง สว. เชื่อสำนวนถึงศาลฎีกามีสอบเส้นเงิน

'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดีโกง สว. แนะส่งศาล รธน.ล้มการเลือกปี 67 เหตุไม่สุจริต เชื่อสำนวน กกต.ถึงศาลฎีกา มีสอบเส้นเงินต่อ แนะอย่าปลุกมวลชนลงถนน ทำลายระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวในงานเสวนา เรื่อง “คดีฮั้ว สว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ตอนหนึ่งว่า ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และเห็นว่ามันผิดกันตั้งแต่วางระบบการได้มาซึ่งสมาชิก สว. ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน รวมทั้งเจอ กกต.ชุดที่ไม่เคยทำเรื่องนี้มาก่อน ทำให้มันไม่กระชับรัดกุม และปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ ถ้าปล่อยอย่างนี้บ้านเมืองก็จะเป็นอย่างนี้ อยู่ที่ว่ากลุ่มไหนสีไหนจะฮั้วเก่งกว่ากันเท่านั้น

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า คนที่ฮั้วไม่เก่งก็ได้น้อยไปหน่อย คนที่ฮั้วเก่งก็ได้เยอะหน่อย มันต้องเปลี่ยนระบบ ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ แต่อีก 5 ปีก็ไม่เสร็จ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันมีตัวล็อกในหลายระดับ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรให้บรรลุความเห็นร่วมกันของประชาชนผู้เกี่ยวข้องที่ไม่มีฝักฝ่ายทางการเมือง ให้ได้ผลเห็นใน 3 ปีก่อนที่อายุ ส.ว.ชุดนี้จะหมดในการครบวาระ 5 ปี

นายจรัญ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นที่ฟังกันมา ไปผิดทาง ไปศาลฎีกา ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ หรือไปศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั่นไม่มีทางล้มระบบสีน้ำเงิน ที่เขาเรียกชื่อกัน ศาลฎีกาที่ส่งชื่อไป 77 ราย สมมติถ้าท่านเรียกพยานหลักฐานทีมันขาดๆ วิ่นๆ ไปดูแล้วเห็นว่าผิดหมดเลย ก็เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 77 คนนี้เท่านั้น แล้วก็จบอย่างนั้น ไม่ได้กระเทือนระบบ และน่าจะใช้เวลา กว่าจะตรวจดูทั้งหมด ตนให้เวลา 3 ปี เว้นแต่ท่านเฮี้ยนมาก พิจารณาทุกวัน อาจจะเสร็จใน 1 ปี แล้วสมมติว่าหลักฐานที่เรียกมา เส้นทางการเงิน พยานที่กลับคำ ใช้เครื่องจับเท็จอย่างที่หลายๆ คนเสนอ เพื่อดูว่าอะไรที่น่าจะเป็นเท็จ อะไรที่น่าจะเป็นจริง ศาลฎีกาก็มีอำนาจตามกฎหมาย เอามาประกอบ อย่างเร็วก็ 1 ปี ก็จบแค่ 77 คน

แล้ว สว.ที่เป็นอยู่หลุดจากตำแหน่งก็ไม่สะเทือน เพราะมีสำรองเลื่อนขึ้นมา ระบบก็ไปต่อ ยิ่งถ้าเราดำเนินคดีอาญา อย่างเร็วที่สุด 5 ปี มันก็ไปเลือกแบบใหม่กันแล้ว ศาลฎีกาก็ดี ศาลปกครองก็ดี ศาลอาญาก็ดี ไม่มีอำนาจล้มระบบการเลือก ส.ว.2567 ครั้งที่ผ่านมา และไม่มีโอกาสล้มระบบที่เราเห็นว่ามันปล่อยคาอย่างนี้ ประเทศชาติประชาชน และคนรักระบอบเสรีประชาธิปไตย นี่คือจุดเสื่อมของประชาธิปไตย

"หัวใจของประชาธิปไตย ก็คือการเลือกตั้งโดยเสรีและเป็นธรรม เราปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร ไปให้เร็วคือเส้นทางสุดท้าย ก็คือไปศาลรัฐธรรมนูญ เป็นศาลเดียวที่จะมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการจัดระบบเลือกตั้ง ว่าขัดรัฐธรรมนูญไหม ถ้ามันขัดรัฐธรรมนูญใช้ไม่ได้ ก็เลือกใหม่ ล้มไปทั้งสภา ซึ่งหลักนี้ใช้กับ สว.ด้วย" นายจรัญ กล่าว

นายจรัญ กล่าวอีกว่า ส่วนจะไปได้ยังไง ก็คดีบาร์โค้ด ยังไปศาลรัฐธรรมนูญได้ ถ้าเดินแนวทางเดียวกับคดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ใช้เวลา 9 เดือน ตัดสินแล้ว ไม่ถึงปี จะไปศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องผู้เสียหายไปแล้วเมื่อปี 2567 โดยตีตกจากมาตรา 47(2) เนื่องจากมีช่องทาง สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายศาลปกครอง ฟ้องตรงศาลอาญาคดีทุจริตได้ แต่คดีคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดไปได้เพราะศาลลงมติ 6-3 เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินท่านเล่นด้วย เห็นว่ามีผู้เสียหายมาก เห็นว่าไม่ลับ ก็เลยเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่นี่ไม่ใช่ผู้เสียหายร้องเอง แต่นี่คือผู้ตรวจการแผ่นดินร้อง จะเห็นได้ว่าหากผู้ตรวจการแผ่นดินรับคำร้อง ผู้เสียหายที่ไม่ใช่แค่ 22 คน แต่มีหลายร้อยคน ดังนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินไม่อาจตีตกเรื่องนี้ได้

แต่ถ้าผู้ตรวจไม่รับ ก็ต้องกลับมาใช้ศาลฎีกาเป็นตัวช่วย เพราะถ้าศาลฎีกาใช้อำนาจเรียกพยานหลักฐานเยอะแยะเลย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงิน ที่ กกต.ตีตก 4 ต่อ 3 ก็สงสัยว่าเอาเหตุผลอะไร คดีรวมหัวทุจริตรายใหญ่ ถ้าไม่รับหลักฐานเส้นการเงินนี่จบ นี่ก็คือจุดอ่อนของ กกต.ชุดนี้ แต่ศาลฎีกามั่นใจว่าเรียกมาแน่ เส้นทางการเงินจะบอกว่ามันไม่ใช่ 20-30 หรือ 77 หรือ 229 นะ เขาโยงได้ทั่วถึงเลย

นายจรัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากสนับสนุนคนที่เรียกร้องให้ศาลใช้เครื่องจับเท็จ เอาคนกลับคำให้การมาเข้าเครื่องจับเท็จ ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ถ้าไม่ยอม ก็สันนิษฐานไว้ก่อนได้ว่าฟังข้อเท็จจริงที่น่าจะเป็นทางใดทางหนึ่ง ถึงแม้ไม่ใช้ พนักงานสอบสวนนำรวมสืบต่อศาล ก็เป็นพยานปรปักษ์ ศาลก็วางหลักฐานว่าให้ชั่งน้ำหนักเอา ว่าระหว่างพูดกลับไปกลับมาจะเชื่ออันไหน ครั้งไหน

การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ตรวจสอบได้ ถ้าเรียกไปตรวจสอบหมดได้ข้อมูลว่าไม่ใช่แค่ 77 คน แต่มันมากกว่า 77 คน แต่ไปตัดสิทธิ์เกินคนที่ร้องไม่ได้ แต่พูดได้ ถ้าอ่านคำพิพากษา ทำให้เร็ว กลุ่มผู้เสียหายก็ไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ทีนี้ไปตีตกเขาไม่ได้ จะถูกพฤติการณ์คดีหลายเรื่องหลายอย่าง ที่ชัดเจนว่าฮั้วกันทั้งระบบ พอผู้ตรวจการส่งศาลรัฐธรรมนูญ มั่นใจว่าจะต้องรับ และต้องเร็ว เพราะพยานหลักฐานมีพร้อมอยู่แล้ว

"ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจว่าบ้านเมืองรอช้าไม่ได้ ท่านจะวินิจฉัยได้เร็วใน 1 ปี หรือเอาจริงๆ 6 เดือน ก็เสร็จแล้ว ส่วนจะขัดแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่ อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หน้าที่ กกต.จัดการเลือกตั้ง สส.และเลือก สว. ต้องสุจริตและเที่ยงธรรม เมื่อหลักฐานชัดเจนว่าไม่สุจริตและเที่ยงธรรม การเลือก ส.ว.2567 ก็ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และยังมีมาตรา 215 วรรคหนึ่ง กกต.ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระ ไม่อยู่ใต้อาณัติใบสั่ง หรือเกรงใจ หรือตอบแทนบุญคุณใคร และวรรคสอง ต้องซื่อสัตย์สุจริต เป็นธรรม" นายจรัญ กล่าว

นายจรัญ กล่าวด้วยว่า ถ้า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ขัดแย้งรัฐธรรมนูญ การเลือก สว.ใช้บังคับไม่ได้ ตามมาตรา 5 วรรค 1 ตกงานทั้ง 200 คน ส่วนเลือกโดยลับหรือไม่ ไม่เกี่ยว เพราะเลือกโดยลับเป็น สส. สว.ให้แนะนำตัว หารือกันได้ แต่ปัญหาคือการเลือกตั้งต้องสุจริตเที่ยงธรรม และ กกต.เห็นแล้วว่าอย่างน้อยประมาทเลินเล่อร้ายแรง มาตรฐานก็คือไม่สุจริต แต่อย่าไปกังวลเรื่องเล่นงาน กกต. เรื่องอาญา เรื่องอะไร และอย่าปลุกระดมมวลชนลงถนน มันไม่ช่วยอะไรเลย ทำลายระบอบประชาธิปไตยด้วยซ้ำ