'ณัฐพงษ์' อ้าง 'สส.ภูเก็ต' พันนอมินี-ไม่แจ้งทรัพย์สิน พบดีเอสไอแล้ว - ควง 'เดชรัต' ไป จ.นนท์ ฝ่ายค้านขอเติมเต็มส่วนที่ขาด เหน็บ 'อนุทิน' เป็นนายกฯ ลงพื้นที่แล้วโดนด่า
เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 ที่ จ.นนทบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. กรณีไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินให้ครบถ้วน และเข้ารายงานตัวต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีถูกกล่าวหานอนมินีธุรกิจต่างชาติล่าช้า ว่า นายสมชาติมีการตอบจดหมายไปยัง DSI ตั้งแต่วันแรก ๆ ว่าจะนัดเข้าไปเมื่อไหร่ เนื่องจากเจ้าตัวเองก็ติดภารกิจ แต่หน่วยงานอาจจะมองว่าเป็นระยะเวลาขอเลื่อนที่นานเกินไป นายสมชาติก็ยังยืนยันที่จะไปตามเวลาที่ขอนัด และล่าสุด นายสมชาติก็สมัครใจเข้าไปพบพนักงานสอบสวนที่ดีเอสไอแล้ว
“เท้ง” ควง “เดชรัต” ลุยเมืองนนท์ แนะรัฐบาลรับความจริง ฝ่ายค้านขอเติมเต็มส่วนที่ขาด
วันเดียวกัน พรรค ปชน.นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต และประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ ลงพื้นที่ดูการระบายน้ำในเขตนนทบุรี ที่คลองบางตลาด บริเวณกรมชลประทาน
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ต้องเริ่มมองในภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เฟสในการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนก็ต้องดำเนินการไป แต่อีกหนึ่งอย่างที่ตนคิดว่าประชาชนอยากรับฟังข้อมูลจากรัฐบาล คือการวางแผนในการบริหารจัดการน้ำในการป้องกันปีต่อๆไป อย่างวันนี้ตนและคณะทำงานได้ลงพื้นที่ ดูจากสภาพหน้างานก็พบว่าเครื่องสูบน้ำอาจจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม เท่าที่ตนทราบข้อมูลระดับน้ำที่คลองบางตลาดยังสามารถมีศักยภาพในการรองรับน้ำได้มากขึ้น เพียงแต่ตามชุมชนต่างๆ ยังไม่สามารถระบายน้ำออกได้ สาเหตุเป็นเพราะปัญหาขั้นตอนการสูบน้ำมาจากชุมชนลงสู่สายคลองย่อยๆ ซึ่งยังมีขยะ ผักตบชวาที่อุดตัน เป็นสิ่งที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันแก้ปัญหา
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากพื้นที่นนทบุรี ถ้าดูสถานการณ์ในภาพรวม เขื่อนเจ้าพระยา ตอนนี้ระดับการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจจะยังมีความเสี่ยงที่ไม่กี่วันข้างหน้าจะเพิ่มระดับเป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ฉะนั้น จังหวัดที่อยู่ปลายน้ำลงมา ไม่ว่าจะเป็นอ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ปทุม นนทบุรี อาจจะมีความเสี่ยงที่ระดับแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นสิ่งที่พวกเราต้องเฝ้าระวัง และยังมีพื้นที่อื่นนอกจากพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
ส่วนนายเดชรัต กล่าวว่า ตอนนี้มีอัตราการเพิ่มการระบายน้ำไปจนถึงวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งจะมีผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน นอกจากแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว แม่น้ำแม่กลองที่เขื่อนแม่กลองก็ระบายน้ำเพิ่มขึ้น อยากให้รัฐบาลช่วยอธิบายภาพรวมให้ประชาชนเข้าใจ ตอนนี้แต่ละสายมีผลกระทบเริ่มโยงถึงกันแล้ว เช่น แม่น้ำท่าจีนท่วม ส่วนหนึ่งก็มาจากเจ้าพระยาหรือแม่น้ำแม่กลอง เป็นต้น
เมื่อถามว่าในฐานะผู้นำฝ่ายค้านที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ให้คะแนนรัฐบาลในการจัดการอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนเป็นคนให้ความเห็น ตนในฐานะที่เป็นตัวแทนประชาชน เราเองก็มีหน้าที่เติมเต็มสนับสนุนการทำงานทุกอย่าง ตรงไหนที่ยังขาด หน่วยงานรัฐยังเข้าไม่ถึง เรามีหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงาน เอาสิ่งของความช่วยเหลือไปให้ประชาชน
เมื่อถามถึงดราม่าเรื่องการถอดบทเรียนน้ำท่วม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ณ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าสภาพภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปีนี้อาจจะแตกต่างจากปีก่อนๆ ไม่เหมือนอุทกภัยใหญ่ แน่นอนเพราะเป็นลักษณะฝนตกแช่ติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะพื้นที่เมืองที่มีอุปสรรคในการระบายน้ำ เมื่อคืนตนไปสมุทรปราการมา ก็พบว่าหมู่บ้านที่ไม่เคยท่วมมาก่อนก็ท่วม เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าสภาพปัญหาในปีนี้แตกต่างจากปีก่อน ดังนั้น สิ่งที่สำคัญมากกว่าจะมาตอบว่าปัญหานี้เป็นอุทกภัยใหญ่หรือไม่ ควรโฟกัสไปที่ปัญหาที่ประชาชนได้รับ
“ตอนนี้รัฐบาลต้องยอมรับความจริงว่าประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างมาก และต้องเข้าเร่งแก้ไขปัญหาหลายพื้นที่ให้สอดคล้องกับปัญหาหน้างาน ไม่ควรที่จะมองพูดในภาพรวมอย่างเดียว แน่นอนว่าการแถลงการให้ข้อมูลในภาพรวมมีความจำเป็น แต่อีกหนึ่งอย่างที่จำเป็นมากกว่าคือการลงพื้นที่หน้างานดูอุปสรรคหน้างานแต่ละจุด และสั่งการให้ถูกต้อง” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าคณะรัฐมนตรีจะมีการโครงการ Flood Plain ใช้งบกว่า 1 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 7 ปี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่จะจะต้องทำโครงการขนาดใหญ่ ก็ต้องเริ่มและมีการรับฟังความเห็นจากประชาชนอย่างรอบด้านก่อนด้วย เนื่องจากมีประชาชนได้รับผลกระทบเยอะแน่นอน แต่ขณะเดียวกันไม่ควรมองว่าการลงทุนขนาดใหญ่แก้ปัญหาได้ทุกจุด จริงๆอย่างวันนี้ ที่ตนลงมาในพื้นที่ จะเห็นปัญหารายชุมชน รายหมู่บ้าน ที่มีอุปสรรค ที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบระบายน้ำหลักๆ ดังนั้น การแก้ปัญหาระดับภาพเล็กและภาพใหญ่ต้องทำงานคู่ขนานกัน
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แล้วโดนด่า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเห็นไปแล้วว่าอย่างไรก็ต้องรับ เป็นบทบาทในฐานะนายกรัฐมนตรี ส่วนพวกเราในฐานะพรรคฝ่ายค้าน นอกจากการทำหน้าที่เติมเต็มสนับสนุนในพื้นที่ ก็จะรับเอาเสียงสะท้อนทุกอย่างไปขับเคลื่อนในสภา ขับเคลื่อนผ่านเวทีกรรมาธิการต่างๆ โดยสัปดาห์นี้ ต้องมีญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วมอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องเอาปัญหาต่างๆเข้าไปสะท้อนเสียงในสภาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าในพื้นที่กทม.ทั้งหมดเป็นของประชาชน สส. หายไปไหน นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าทีมงานของพรรคประชาชนลงพื้นที่กันต่อเนื่องทุกวัน ที่ผ่านมาต้องบอกว่าทั้งวันด้วย อาจจะมีการสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
“ตัวผมเองลงตั้งแต่ช่วงบ่าย ช่วงกลางคืน ต่อเนื่องหลายวัน มีการผลัดเปลี่ยนกันต่อเนื่องตลอดเวลา อย่างไรช่วงเวลานี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าไปมองเห็นปัญหาเข้าใจปัญหาพี่น้องประชาชน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ส่วนที่ประชาชนรอบนอกกังวลว่าจะถูกลืม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้ลืม วันนี้ตั้งใจมาที่จังหวัดนนทบุรี ก็เห็นความสำคัญแบบนั้นเหมือนกัน
เมื่อถามว่าเสียดายโอกาสหรือไม่ ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล บริหารจัดการน้ำเอง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องของการได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น อยู่ที่กลไกในระบบการเลือกตั้ง ซึ่งสุดท้ายก็ยึดโยงกับเรื่องรัฐธรรมนูญ ส่วนนั้นจะเป็นส่วนที่พรรคประชาชนผลักดันอยู่ แต่เราอาจจะไม่สามารถแก้ไขกติกาสูงสุดของประเทศได้
จริงๆ ต้องบอกว่าประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงลงประชามติมาแล้ว ว่าทุกคนมองเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหา และต้องการยกร่างใหม่ ปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานในพื้นที่ต้องดำเนินการไป แต่ตนก็อยากเน้นย้ำว่าปัญหาทุกอย่างของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน การบริหารจัดการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน รวมไปถึงการยกระดับให้กลไกท้องถิ่นมีประสิทธิภาพ มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ในภาพใหญ่เองก็ผลักดันอย่างต่อเนื่อง
ส่วนปัญหาเรื่องที่มีความกังวลว่าจะไม่เยียวยาอย่างถ้วนหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้เองตนมองว่าภัยพิบัติครั้งนี้ จะเห็นการให้ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐว่าต้องเก็บข้อมูลหลักฐานไว้ค่อนข้างครบถ้วน ตนเชื่อว่าประชาชนโดยส่วนใหญ่น่าจะต้องเก็บข้อมูลอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคต สถานการณ์ ณ ตอนนี้ สิ่งที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นคือประชาชนเก็บข้อมูลหลักฐานไว้หมดแล้ว แต่สุดท้าย ตอนที่เขาขอรับเงินเยียวยา หากต้องขออะไรเพิ่ม ก็มองว่าจะเป็นสิ่งที่ซ้ำเติมปัญหาที่ประชาชนเจอ ดังนั้น ณ ตอนนี้รัฐบาลจะต้องพยายามอำนวยความสะดวกในการให้รับเงินเยียวยาให้สะดวกมากที่สุด และไม่ต้องเพิ่มภาระกับประชาชน
ด้านนายเดชรัต กล่าวว่า ที่ผ่านมาเวลาขอรับเงินเยียวยา มักจะมีการขอร้องว่าอย่าเพิ่งซ่อมบ้านเรือน แต่บางครั้งประตูเสีย พื้นเสีย ลักษณะแบบนี้อยากให้รัฐบาลพูดให้ชัดว่าถ้าถ่ายรูปเก็บไว้แล้วว่าเสียหายอย่างไร เขาซ่อมแซมเพื่อให้อยู่ได้หรือไม่
เมื่อถามว่าการบริหารของรัฐบาลถือว่าล้มเหลวและจะนำไปสู่ประเด็นอภิปรายได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราเก็บเกี่ยวมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะกรณีน้ำท่วม ส่วนการบริหารจัดการน้ำ อย่างที่พวกเราได้เห็นว่าปัญหาต่างๆมันมีเยอะ สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือการส่งตัวแทนของรัฐหรือพรรคการเมืองลงมาในพื้นที่ เพื่อเข้าใจประชาชนมากที่สุด เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด





