วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

ปชน.อัปเดตสถานการณ์ 5 ลุ่มน้ำ เตือนเขื่อนเพิ่มระบาย กระทบพื้นที่

‘เดชรัต’ ประธานคณะทำงานน้ำฯ ปชน.อัปเดตสถานการณ์ 5 ลุ่มน้ำ เตือนเขื่อนเพิ่มการระบาย กระทบพื้นที่ริมน้ำ แนะประชาชนติดตามใกล้ชิด 3 วัน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต และประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดประจำวันนี้ว่า แม้ภาคกลางและภาคตะวันตกจะเริ่มมีฝนลดลง แต่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่อยู่ตอนบนหลายแห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บใกล้เคียงหรือเกินกว่าความจุ ประกอบกับมีน้ำด้านข้างไหลมาเสริม ทำให้เขื่อนต่างๆ ต้องเพิ่มการระบายน้ำ ซึ่งจะกระทบกับระดับน้ำและสถานการณ์อุทกภัยของพี่น้องประชาชนริมน้ำได้ 

พรรคประชาชน จึงขอประมวลรายงานสถานการณ์ล่าสุดของการระบายน้ำมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ ติดตามสถานการณ์ ดังนี้

1.) แม่น้ำเจ้าพระยา 

ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นเป็น 2,564 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็น 17.66 ม.รทก. ซึ่งจะกระทบกับชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และสะแกกรัง ในจังหวัดชัยนาทและอุทัยธานีได้

เขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,000 ลบ.ม./วินาที แต่น่าจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 2,200 ลบ.ม./วินาที ได้ในไม่กี่วันข้างหน้า พี่น้องประชาชนริมน้ำเจ้าพระยาในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี 

2.) แม่น้ำป่าสัก

ปัจจุบันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณเกินความจุอ่างเก็บน้ำ (102.2%) และปัจจุบันระบายน้ำอยู่ที่ 25 ลบ.ม./วินาที และประกาศเพิ่มอัตราการระบายน้ำดังนี้

30 กันยายน เพิ่มขึ้นเป็น 115 ลบ.ม./วินาที
1 ตุลาคม เพิ่มเป็น 230 ลบ.ม./วินาที
2 ตุลาคม เพิ่มขึ้นเป็น 400 ลบ.ม./วินาที

สำหรับพื้นที่ท้ายเขื่อนพระรามหก กรมชลประทาน จะปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายให้อยู่ในเกณฑ์  600-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 28-29 กันยายน 2569 ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00-1.20 เมตร 

พี่น้องประชาชนในจังหวัดสระบุรี อยุธยา และปทุมธานี อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มอัตราการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักฯ ในครั้งนี้ จึงต้องเตรียมพร้อมในระดับสูงสุด

3.) แม่น้ำท่าจีน

ปัจจุบัน พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา รับน้ำจากการระบายของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 328 ลบ.ม./วินาที และมีน้ำมาจากด้านข้างทั้งฝั่งตะวันออก (จากแม่น้ำเจ้าพระยา) และทางฝั่งตะวันตก (จากแม่น้ำแม่กลอง) มากกว่า 300 ลบ.ม./วินาที รวมกันประมาณ 600-700 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเกินกว่าความสามารถในการระบายของแม่น้ำท่าจีน

วันนี้ เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในลุ่มน้ำท่าจีนและหลายจุด มีระดับสูงกว่าปี 2568 เช่น อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม แต่ยังต่ำกว่าระดับปี 2554

4.) แม่น้ำแม่กลอง

ปัจจุบัน เขื่อนวชิราลงกรณ์มีปริมาณน้ำกักเก็บ 94.4% ของความจุ และเขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาณน้ำกักเก็บ 81.7% ของความจุ นอกจากนี้ยังมีน้ำด้านข้างไหลมาสมทบจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักใน 2 วันที่ผ่านมา

ล่าสุด เขื่อนแม่กลอง มีอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,666  ลบ.ม./วินาที และแจ้งว่าอาจจะเพิ่มเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที ในช่วงเวลาข้างหน้านี้ ทำให้ชุมชนที่อยู่ริมน้ำแม่กลองและริมตลิ่งที่ต่ำ ทั้งในจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี ได้รับผลกระทบได้ แต่จะไม่เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างแต่อย่างใด

ส่วนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม จะได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนในแต่ละช่วงเวลาของวัน

5.) แม่น้ำเพชรบุรี

ปัจจุบัน เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำกักเก็บ 98.7% ของความจุ และระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 100 ลบ.ม./วินาที นอกจากนี้จะมีน้ำด้านข้างไหลมาสมทบด้วย

เขื่อนเพชร ระบายน้ำท้ายเขื่อน (ผ่านเมืองเพชรบุรี) ที่ 93.3 ลบ.ม./วินาที และกระจายเข้าคลองชลประทานทั้งหมด 80.6 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำในตัวเมืองยังต่ำกว่าตลิ่ง แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

นายเดชรัต กล่าวอีกว่า เนื่องจากปัจจุบัน สถานการณ์การระบายน้ำในแต่ละลุ่มมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพระยา-ป่าสัก เจ้าพระยา-ท่าจีน แม่กลอง-ท่าจีน (และรวมถึงบางปะกงด้วย) พรรคประชาชนจึงขอเสนอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แถลงความคืบหน้า สถานการณ์น้ำที่มีความชัดเจนถึงพื้นที่ที่เสี่ยงภัยและประสบภัยพร้อมกันทั้ง 5 ลุ่มน้ำเป็นระยะ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้ท้องถิ่นและประชาชนสามารถเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้องและทันการณ์ 

"สำหรับพี่น้องประชาชน พรรคประชาชนขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมน้ำทั้ง 5 ลุ่มน้ำ  โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ติดตามสถานการณ์น้ำในช่วง 3 วันนี้ อย่างใกล้ชิด และสามารถประสานความช่วยเหลือต่างๆ ได้ที่ทีมงานพรรคประชาชนในแต่ละจังหวัด" นายเดชรัต กล่าว