“โฆษกรัฐบาล” แจง “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” ภัยธรรมชาติ ต่างจากปี54 ชี้ ต้องถอดบทเรียน เราเตรียมการดีพอหรือยัง ไม่มีเหตุผลไปหาคนผิด ปชช.ไม่ถามหรอก หน่วยงานไหนรับผิดชอบฝนก้อนนี้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ภายหลังเปิดศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ว่า มีการสอบถามถึงการทำงานมีการรวบรวมข้อมูล หรือมีปัญหาอะไรหรือไม่ โดยนายกฯ กำชับว่าหากมีข้อมูลให้สื่อสารกับพี่น้องประชาชนอย่างเข้าใจโดยง่าย และหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรขอให้ศูนย์ฯ ติดต่อได้ตลอดเวลา
เมื่อถามว่า มีคำถามจากประชาชนว่ารัฐบาลมีตัวอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมจากหาดใหญ่ ทำไมจึงปล่อยให้เกิดเหตุใน กทม. นายเอกภพ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นภัยธรรมชาติ เกิดจากฝนที่ตกในพื้นที่ไม่เกี่ยวกับระบบระบายน้ำเหมือนปี 54 และมีพายุฝนลงมาสมทบ ซึ่งฝนที่ตกในกทม. มีปริมาณมาก ทั้งๆที่มีการพร่องน้ำในระบบระบายน้ำไปก่อนหน้านี้แล้ว นี่จึงถือเป็นบทเรียนว่าต้องมีการดำเนินการพัฒนาระบบส่งน้ำให้มากขึ้น และระบบการระบายน้ำในโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย น่าจะเข้าสู่ที่ประชุมครม. 29ก.ย.นี้ ซึ่งโครงการนี้จะทำให้น้ำไม่มากองอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี
เมื่อถามว่า ที่มีการตามหาความรับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายเอกภพ กล่าวว่า ในทุกเหตุการณ์เรามักจะหาว่าใครผิด การกล่าวหาและโบ้ยไปที่คนผิดอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย และปัดความรับผิดชอบเกินไป แต่ความจริงคือเรื่องของทุกคนทุกหน่วยงาน อย่างเหตุการณ์นี้หลายคนคิดว่าพื้นที่กทม. จะเป็นความรับผิดชอบของนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯกทม.ต้องรับผิดชอบ แต่นายกฯ กำชับมาโดยตลอด ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่ใดก็ตามให้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือดำเนินการร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ฝนตกเขาไม่ได้ถามว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบฝนก้อนนี้แต่ เมื่อตกลงมาถึงพื้นแล้วประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ประชาชนไม่ถามหรอกว่าหน่วยงานไหนจะมารับผิดชอบฝนก้อนนี้ หรือว่าชีวิตของเขาเรื่องอะไร ทุกคนต้องมารวมกัน เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปหาว่าใครผิดใครช้าหรือไม่ช้า แต่เราต้องถอดบทเรียนว่าที่ผ่านมาเราได้เตรียมการดีพอแล้วหรือยัง ทำอย่างไรให้เหตุการณ์กลับมาสู่ความปกติให้เร็วที่สุด





