ถอดรหัสผลสำรวจ“นิด้าโพล” ชี้แต้มนิยมทางการเมืองในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2569 เมื่อ 3 พรรคใหญ่ และผู้นำ “พรรคประชาชน-พรรคภูมิใจไทย-พรรคเพื่อไทย”ต้องช่วงชิงแต้มจากกลุ่มพลังเงียบที่เพิ่มขึ้นสูง
KEY POINTS
- ผลสำรวจนิด้าโพลชี้ว่าคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย "อนุทิน ชาญวีรกูล" ลดลงอย่างหนักและต่อเนื่องในไตรมาสล่าสุด
- พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น มีการวิเคราะห์ หากคะแนนนิยมฟื้นตัวถึงฐานเสียงเดิมที่ร้อยละ 23-25 อาจตัดสินใจชิงถอนตัวจากรัฐบาลเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง
- กลุ่มพลังเงียบหรือผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรี มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลายเป็นตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อคะแนนของ 3 พรรคการเมืองหลัก
- พรรคประชาชนยังคงมีคะแนนนิยมนำเป็นอันดับหนึ่ง และต้องแบกตัว "ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" ที่แต้มนิยมกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต้มนิยมทางการเมืองของพรรคน้ำเงินและตัวผู้นำเริ่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลสำรวจของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งทำการสำรวจคะแนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2569 ล่าสุดเมื่อ 18-23 ก.ย. 2569 ในทุกภูมิภาค
โฟกัสแต้มนิยมของพรรคการเมือง ในไตรมาส 3 ของ “นิด้าโพล” จะพบคะแนนิยมที่เปลี่ยนแปลงของพรรคแกนนำรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ
อันดับ 1 พรรคประชาชน คะแนนนิยมยังคงที่ไม่เขยื้อนไปข้างหน้ามากนัก คือ ร้อยละ 35.80 ในไตรมาสที่1 ร้อยละ 34.80 ในไตรมาส 2 ก่อนลดลง ร้อยละ 35.40 ในไตรมาส 3
อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย ไตรมาสที่1 ได้ร้อยละ 12.04 ไตรมาส 2 ร้อยละ 16.84 ไตรมาส 3 ร้อยละ 18.44
อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย ไตรมาส 1 ร้อยละ 26.60 ไตรมาส 2 ร้อยละ 17.00 ไตรมาส 3 ร้อยละ 12.08
ส่วนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ใน 3 ไตรมาส ของผู้นำทั้งพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย
อันดับ 1 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิหัวหน้าพรรคประชาชน ไตรมาส 1 ร้อยละ 30.60 เหลือร้อยละ 26.08 และ และลดลงรือยละ 24.72 แต่ยังครองอันดับ 1 ทั้ง3 ไตรมาส (NIDA Poll) โดยคะแนนคงที่ไม่สูงไปมากกว่านี้
มีการคาดการณ์ว่าเกิดจากภาพของ “ณัฐพงษ์” ไม่ฟื้นตัวไปมากกว่านี้แล้ว แต่อาศัยจากการได้กระแสของพรรคแบกไว้ ทำให้ “หัวหน้าเท้ง”ยังไต่ระดับอยู่ที่อันดับ 1
อันดับ 2 กลุ่มที่น่าจับตาคือพลังเงียบ กลุ่มที่ยังหาใครเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ปรากฏว่ามีคะแนนสูงที่น่าตกใจในช่วงเลือกตั้งเสร็จสิ้นมีแต้มนิยมร้อยละ 8.2 ในไตรมาส 1 ถัดมาไตรมาส 2 แต้มนิยมเพิ่มเป็นร้อยละ 10.24 ล่าสุดไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.8
อันดับ 3 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรี ไตรมาส 1 ร้อยละ 29.4 ไตรมาส 2 ร้อยละ21.68 และไตรมาส 3 ร้อยละ 13.76 คะแนนของ “อนุทิน” ร่วงลงอย่างหนักจากสารพัดปัญหาทางการเมืองและเรื่องภาวะผู้นำ
อันดับ 4 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ไตรมาส 1 ร้อยละ 8.08 ไตรมาส 2 ร้อยละ 11.64 ขณะที่ไตรมาส 3 ลดลงแบบคงที่ ร้อยละ 11.28 แต้มนิยมของแคนดิเดตนายกฯ ค่ายแดง ทรงตัว ไม่ขยับขึ้นหรือลดลงมากนัก จาก 2 ไตรมาสหลัง สะท้อนว่าการขับเคลื่อนของ “ยศชนัน”ยังไม่มีผลงานที่จับต้องได้
ปชน.น้ำเต็มแก้ว แบก “เท้ง”
“ผมมองว่าน้ำเต็มแก้วแล้ว ในตัวของพรรคประชาชนไม่เขยื้อนเลย” ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ถอดรหัสผลโพลทั้ง 3 ไตรมาสของนิด้า
เริ่มต้นที่พรรคประชาชนแต้มนิยมยังทรงตัวเท่าเดิมที่ร้อยละ 35.4 นั้น ผศ.ดร.สุวิชา ชี้คะแนนเพิ่มที่กรุงเทพฯ และภาคใต้เพียง 1% เป็นแต้มคงที่ ขณะที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษายังครองแชมป์อยู่ แต่คะแนน ณัฐพงษ์ ลดลง มา 2% ในหลายกลุ่มเป็นแต้มที่ลดลงมาเรื่อยๆ จากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 26 และร้อยละ 24
“คุณณัฐพงษ์คะแนนลงมาเรื่อยๆ เพราะการพูดไม่สามารถสร้างคะแนนได้ คะแนนที่ประคองได้คือคะแนนไอซ์ รักชนก ศรีนอก และ ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ที่แสดงบทบาทออกมา ผมไม่มั่นใจว่าคะแนนคุณเท้งจะลดลงอีกไหม”
ภท.ร่วงอีสาน เจนเอกซ์-วาย หมดใจ
ตัดมาที่พรรคภูมิใจไทยแต้มนิยมลดลง ร้อยละ 5 เสียอันดับ2 ให้พรรคเพื่อไทย สูญเสียไปทุกภาค โดยลดลงเยอะในภาคตะวันออก ซึ่ง “ผอ.นิด้าโพล” คาดการณ์ว่าอาจเกิดจากกระแสคัดค้านโครงการอีอีซี และลดลงเยอะมากในภาคอีสาน โดยกลุ่มประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไปฐานเสียงพ่อบ้าน แม่บ้านลดลง
“พรรคน้ำเงิน”สูญเสียแต้มจากกลุ่มเจนเอกซ์ และเจนวาย ทุกกลุ่มอาชีพลดลง การสำรวจแต้มนิยมในไตรมาส 3 ทำให้พบว่า มีกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มอาชีพอิสระที่คะแนนฉุดรั้งให้พรรคน้ำเงินลดลงอย่างเห็นได้ชัด"
“พรรคภูมิใจไทยเสียคะแนนในกลุ่มเจนเอกซ์ เจนวาย ผมมองได้ว่า การสูญเสียคะแนนในภาคอีสาน เมื่อ มิ.ย. 2569 คะแนนลดลง เพราะว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากกลุ่มเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน กลุ่มรายได้น้อย ถอยลงมาเยอะ แต่โครงการบัตรสวัสดิการฯ ยังไม่สะเด็ดน้ำ ฉะนั้น ต้องรอดูไตรมาส 4 จะมีปฏิกิริยาอะไรตอบสนองหรือไม่ แต่คงขึ้นกลับไปไม่เยอะมาก ที่สำคัญพรรคน้ำเงิน เสียคะแนนให้กับพรรคเพื่อไทยในกลุ่มอายุ 60 ปีและเกษตรกร”
พท.รอฟื้นตัวหาจังหวะถอนรัฐบาล
ส่วนพรรคเพื่อไทย และตัว “ยศชนัน” แต้มนิยมคงที่ไม่ไปไหนและไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนว่าบทบาทของ “ยศชนัน” เน้นการเดินสายพูดถึงโครงการและตัวนโยบาย แต่ยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จากการแสดงบทบาทเดินสายในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทย มีจุดน่าสนใจตรงที่ คะแนนนิยมในไตรมาส 3 ขึ้นมา 2% จนมาเป็นร้อยละ 18.44 โดยได้เสียงสูงสุดจากกลุ่มคนอายุ 60 ปี กลุ่มเกษตรกร พ่อบ้านแม่บ้าน ที่แยกตัวออกมาจากฐานของพรรคภูมิใจไทย
“กลุ่มเกษตรกร ผมมองว่า การได้มาคุมกระทรวงเกษตรฯ มีประโยชน์และสินค้าเกษตรไม่ตกต่ำ เขาจะชี้ไปที่ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กลายเป็นคะแนนมาจากคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ไม่ได้สร้างปัญหาอะไร เป็นกระทรวงทำคะแนน จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมอยากได้กระทรวงนี้”
ผอ.นิด้าโพลยังระบุว่า แต้มนิยมของค่ายแดงเพิ่มเยอะในภาคอีสาน ขึ้นมาร้อยละ 5 และต้องจับตาดูว่าพรรคเพื่อไทยจะขยับขึ้นอีกหรือไม่ และต้องรอดูว่าเมื่อพรรคภูมิใจไทยเอาคืนในการประกาศหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงไตรมาส4 นี้จะทำให้แต้มนิยมของพรรคน้ำเงินเพิ่มอีกหรือไม่
“ต้องเข้าใจเอฟซีพรรคเพื่อไทยเป็นพวกฮาร์ดคอร์ คุณยศชนัน มีภาพไม่ค่อยบู๊ คนกลุ่มหนึ่งต้องการคนบู๊ ทำให้ดูว่าเป็นตัวเลือกดีที่สุดหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถดึงคะแนนพวกเล่นบทบู๊กลับมาได้”
ที่สำคัญ ผอ.นิด้าโพล ยังชี้ว่า เมื่อคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยยังไต่ระดับตามไตรมาส 3 จึงฟันธงว่าจะยังไม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะในอดีตคะแนนนิยมฐานของพรรคเพื่อไทยอยู่ที่ร้อยละ 23-25 หากในอนาคตแต้มนิยมเพิ่มขึ้นในราวนี้ ก็มีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะชิงหาจังหวะถอนตัวรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อเตรียมเลือกตั้งครั้งหน้า
แต้มเงียบเขย่า 3 ก๊กจุดชี้รัฐบาล
ส่วนแต้มพลังเงียบของกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจไม่เลือกพรรคใด เพิ่มขึ้นมาในไตรมาส3 เพิ่ม 2% เป็นร้อยละ 7.64 จากไตรมาส 2 ที่ได้ร้อยละ 5.32
แต้มพลังเงียบ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ที่ยังไม่สนับสนุนใครนายกฯ ร้อยละ 19.8 จากเดิมร้อยละ 10.24 ในไตรมาส 2 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังมีปัญหา ขาดแคลนผู้นำทางการเมืองที่มาดูแลประเทศ
ซึ่งกลุ่มคนไม่ตัดสินใจ 19% และไม่เลือกใครอาจจะแซง “ณัฐพงษ์”ได้
“มี 22%เลือกพรรคส้มแต่ไม่เลือกใครเป็นนายกฯ ตอนนี้ภาวะผู้นำพรรคประชาชนไม่เหลือแล้ว เพราะยังมีบางคนอุ้มอยู่”
ผอ.นิด้าโพลย้ำว่า พรรคสีส้มคะแนนคงที่ แต้มหัวหน้าพรรคลำบาก ส่วน “อนุทิน” และ พรรคภูมิใจไทยแต้มร่วงหนัก จากปัญหาสารพัดที่รุมเร้า ดังนั้นต้องรอดูบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะผลักดันให้คะแนนกลับคืนหรือไม่
“โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นกลุ่มคนที่อยู่สูงกว่าคนชั้นกลาง กลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่ได้กตัญญูจากสิ่งที่นักการเมืองให้ ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยต้องหวังคะแนนจากคนมีรายได้น้อย คะแนนเพื่อไทยทยอยคะแนนกลับมาเพราะได้คุมกระทรวงเกษตรฯ สร้างคะแนนเสียง แม้แต่กระทรวงแรงงานก็สร้างคะแนนเสียงได้เช่นกั น ดังนั้นต้องทำอย่างไรให้เอาคะแนนกลับมา”
ปชป.เจอปชน.แย่งซีนค้าน
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คะแนนพรรคลดลงร้อยละ 2 เพราะเสียแชป์ภาคใต้ให้กับพรรคประชาชน รวมทั้งคะแนนกรุงเทพฯ ก็ลดลงไปเยอะ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้าน แต่กลับถูกพรรคประชาชนแย่งซีน ดังนั้น ปชป.ต้องปรับตัวในฐานะฝ่ายค้าน ต้องมีซีนมากกว่าค่ายสีส้ม
เสรีพิศุทธ์ เจอ เรวัช แย่งแต้ม
ขณะที่พรรคการเมืองน้องใหม่อย่าง “พรรครักเมืองไทย”ที่เพิ่งก่อตั้ง ของ พล.ต.ท. เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส. จะเป็นคู่แข่งมาแย่งเสียงจากพรรคเสรีรวมไทยของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
คะแนนพรรครักเมืองไทยได้เยอะในภาคใต้ คาดว่าจะได้ 1-2 สส.สูสีกับพรรคเสรีรวมไทย ส่วนพรรคที่ตกต่ำลงคือ พรรคเศรษฐกิจ จะแต้มลดลงเรื่อยๆ เพราะ พล.อ.รังษี กิตติญาณทรัพย์ ไม่ได้เป็น สส.เข้าสภา จากนี้ไปคนอาจจะลืม พล.อ.รังษีได้
แดง-น้ำเงิน-ฟ้า คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูสี
จากการสำรวจของนิด้าโพลในไตรมาส 3 สามารสะท้อนผลคะแนนภาพรวมของพรรคการเมืองใหญ่ได้ โดยคะแนนแต้ม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนจะยังได้อันดับ 1 คือได้ สส.ราว 29-30 ที่นั่ง แต่เมื่อเลือกตั้งจริงอาจเจอแรงกระแทกด้านทรัพยากรในต่างจังหวัด ซึ่งจะต้องหักออกอีก 5%
ขณะที่พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.บัญชีรายชื่อพรรคละไม่เกิน 12 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ สส.บัญชีรายชื่อราว 10 ที่นั่ง
ทั้งหมดคือโจทย์ใหญ่ของ 3 พรรคการเมืองใหญ่ที่ต่างฝ่ายต่างก็ต้องช่วงชิงคะแนนของแต่ละฝ่าย และดึงแต้มกลุ่มพลังเงียบมาเป็นของตัวเองให้มากที่สุด
ปฏิเสธได้ยากว่า สมการการเมืองไทยเวลานี้ยังคงต้องผูกติดเป็นงูกินหางระหว่าง 3 ก๊ก 3 ค่ายคือสีน้ำเงิน สีส้มและสีแดง
โจทย์หินและโจทย์หนักของค่ายน้ำเงิน เมื่อ “อนุทิน” เจอสารพัดมรสุมรุมเร้าทั้งเรื่องภาวะวิกฤตความเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาวิกฤต ทั้งจากปัญหาภัยพิบัติฉุกเฉินจากสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองหลวงจากพิษฝนถลุ่มกรุงต่อเนื่อง รวมทั้งยังเผชิญตำบลกระสุนตกผลพวงจากคดีโกง สว.
ยังไม่นับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่มีโอกาสจะทำให้คนชนชั้นกลางและฝ่ายอนุรักษ์ แสดงความไม่พอใจถอนตัวไปหนุนหลังค่ายอื่นแทน
หาก "อนุทิน" แก้ปัญหาพลิกฟื้นแต้มนิยมไม่ได้มาก “ภูมิใจไทย” อาจกลับมาผงาดยืนหนึ่งในสนามเลือกตั้งครั้งหน้าได้ยาก เพราะโจทย์ใหญ่ของคนทั้งประเทศไม่ต้องการกระแสนิยมคลั่งชาติเหมือนต้นปี 2569 อีกแล้ว





