วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

'เท้ง' อุบไต๋คดี 2 สส.ปชน. ยันมาตรฐานสูง ไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส.

'ณัฐพงษ์' อุบไต๋คดี 2 สส.ปชน. 'ภาวุธ-สมชาติ' ยันใช้มาตรฐานเดียวกัน ถ้าทำผิดจริง ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ลั่นมาตรฐานนักการเมืองควรสูงกว่า ไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส.แน่

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ระบุว่าจะมีการสั่งฟ้องในคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ว่า เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการดูแลเรื่องนี้อยู่ ยืนยันว่าเร็ว ๆ นี้จะมีการดำเนินการส่วนนี้เพิ่มเติม แต่ ณ ตอนนี้ขอไม่ลงรายละเอียดไปมากกว่านี้ ขอยืนยันในหลักการหนึ่งว่า เราใช้บรรทัดฐานเดิมในการดูแลคนในพรรคมาโดยตลอด คงไม่ได้ใช้มาตรฐานอะไรที่ต่างไปจากเดิมในอดีต

เมื่อถามว่ากลไกของพรรคที่ตรวจสอบมีข้อพิรุธหรือสุ่มเสี่ยงความผิดหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดตอนนี้ได้ เพราะเราพยายามชั่งน้ำหนัก เรายืนหลักมาตรฐานเดิม แปลว่าถ้าเราเห็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่า คนของเรามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด แม้จะยังไม่ไปสู่ศาล ดังนั้น หลักมาตรฐานของนักการเมืองควรจะสูงกว่า เราไม่ควรใช้เอกสิทธิ์ต่างๆ และควรเข้าสู่กระบวนการในฐานะประชาชนคนธรรมดาทั่วไป

ส่วนอีกหลักหนึ่งคือ เราพยายามชั่งน้ำหนักว่า คดีนี้เป็นคดีทางการเมืองหรือไม่ อย่างที่สังคมได้ตั้งคำถาม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราก็พยายามดูว่า สิ่งที่นายภาวุธกำลังเข้าสู่กระบวนการ พรรคได้ติดตามอยู่ตลอด ถ้าเห็นว่าหลักฐานที่หน่วยงานมีว่านายภาวุธมีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้านายภาวุธพร้อมและบริสุทธิ์ใจที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราก็พร้อมสนับสนุนให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่ได้ปกป้องคนภายในของพรรค

ส่วนที่ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่าจะมีการส่งฟ้องภายในสัปดาห์นี้ เมื่อถูกส่งฟ้องแล้วก็ต้องมอบตัว เอกสิทธิ์ สส.จะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับนายภาวุธ ไม่ได้มีความประสงค์จะใช้เอกสิทธิ์ สส.อยู่แล้ว ถ้ามีหมายที่ได้รับเข้ามา และกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต้องเข้าไปชี้แจง เขาก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเอง

เมื่อถามถึงกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน.ยังไม่ได้เข้าไปชี้แจง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีนอมินี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายสมชาติ แสดงท่าทีมีความบริสุทธิ์ใจ อยากจะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนความล่าช้าที่มีการเลื่อนต่าง ๆ ออกมา จะลงไปติดตามเพิ่มเติม และช่วยสนับสนุนทุกอย่างให้เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์ สส.ในการคุ้มครอง 

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า มีรายงานว่า 28 บริษัท ที่นายสมชาติมีชื่ออยู่ นายสมชาติ ได้ลาออก และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายชื่อแล้ว กระบวนการภายในพรรคมีการดำเนินการคู่ขนาน แต่เราต้องพยายามชั่งน้ำหนักทั้ง 2 ฝั่ง กรณีของนายสมชาติ จะใช้หลักการเดียวกันกับกรณีของนายภาวุธ

เมื่อถามว่ามีเดดไลน์หรือไม่ เพราะกรณีนี้ใช้เวลาในการตรวจสอบนานแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริง ๆ พยายามจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ถ้ามีความชัดเจนเพิ่มเติม ตัวแทนพรรคจะออกมาชี้แจง