'ภาวุธ' เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ แจง 'คดี Forex' รับลดบทบาทตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport เหตุงานเยอะ ยันไม่ทิ้ง สส.ปชน.คนอื่นลุยแทน รับเคลียร์ใจ 'รักชนก' แล้ว
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศูนย์ราชการ อาคารซี นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ในคดีซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ "คดี Forex" โดยไม่ได้รับอนุญาต ในความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
เบื้องต้น นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เดินทางมาพร้อมกับทนายความ ถือแฟ้มเอกสารซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่มาด้วย อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายภาวุธถึงกรณีดังกล่าว แต่ปรากฏว่านายภาวุธ หันหลัง และเดินกอดอกออกจากบริเวณห้องน้ำ และไปยืนรอลิฟต์กับทีมงาน โดยที่ไม่ได้หันมาทักทายผู้สื่อข่าว หรือตอบคำถามแต่อย่างใด
ทีมงานของนาย ภาวุธ ชี้แจงว่า ภายหลังให้ปากคำพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จะลงมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในภายหลัง จากนั้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำตัวขึ้นไปด้านบนกองคดีฯ
นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" อดีตนักแสดงชื่อดัง และนักธุรกิจ เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอด้วย
ต่อมา ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ และให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ นานกว่า 4 ชม. นายภาวุธ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เบื้องต้นได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่หลังจากนี้ก็ต้องมีการเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เมื่อถามถึงเรื่องเส้นเงิน ที่มีการตั้งข้อกล่าวหา สรุปแล้วความชัดเจนเรื่องเส้นเงินที่โยงถึงนายภาวุธนั้น 28 ล้านบาท หรือ 833 ล้านบาท นายภาวุธ กล่าวว่า ไม่ได้มีเส้น 800 กว่าล้านบาท ส่วนเรื่องเส้นทางเงินตนมีหลักฐาน เป็นเอกสารให้กับทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว มั่นใจได้ว่า เส้นเส้นเงินทั้งหมดที่มีเข้ามา ไม่ได้เป็นเงินจากสแกมเมอร์ หรือไปหลอกลวงประชาชน ตรงนี้มันมีหลักฐาน ขอย้ำว่า เป็นเงินที่ถูกต้อง
ถามย้ำว่า เส้นเงินที่โยงถึง ตามที่มีการตั้งข้อกล่าวหา มีเส้นเงินยอดเดียวคือ 28 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า “ผมขอใช้คำว่า เป็นตัวเลขที่เราสามารถตอบและให้ข้อมูลได้ ส่วนรายละเอียดขอให้เป็นอยู่ในตัวของสำนวน”
นายภาวุธ กล่าวอีกว่า การเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและเข้าชี้แจงข้อมูลในครั้งนี้ ไม่ได้มีความกังวลอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถชี้แจงได้หมด เรามีคำตอบให้ทุกอย่าง อีกประเด็นที่คงยืนยันคือ เป็นการได้มาจากการเทรดทองคำ
เมื่อถามว่า มองเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ก็อาจจะเป็นข้อกล่าวหาที่แอบกังวลเล็กน้อย แต่ส่วนตัวก็เข้าใจเจ้าหน้าที่ แต่เราเองก็เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูลทุกอย่าง มั่นใจเราตอบได้ทุกอย่าง ยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นผู้ที่ทำกระทำความผิดอะไร และไม่มีการหลบหนีด้วย
รับลดบทบาทตรวจ TH-AI Passport เหตุงานเยอะ รับเคลียร์ใจ 'รักชนก' แล้ว
นายภาวุธ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์เดือด ทำนองกลับลำเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ โครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทั้งที่เคยมีบทบาทในการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ว่า ด้วยความที่ โครงการ TH-AI Passport เป็นโครงการที่เริ่มต้นมา ตนอาจจะเป็นคนอภิปราย แล้วด้วยความที่ตนมีตำแหน่งในกรรมาธิการ (กมธ.) ถึง 2 ตำแหน่ง เป็นทั้งประธาน และอนุกรรมาธิการ ฉะนั้น ช่วงหลังจึงไปลุยเกี่ยวกับเรื่องงานทางด้าน กมธ.ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งเห็นว่า กมธ.ของพรรคเอง มีการทำเรื่องนี้โดยตรง ส่วนตนเองก็มีงานอนุ กมธ.และยังมีเรื่องคดีอีก
“วันนี้อาจจะลดบทบาทลงบ้างนะครับ เพราะว่าวันนี้ต้องบอกว่างานเยอะจริง ๆ แล้ววันนี้ เราก็มี สส. ที่ทำงานทางด้านนี้ ไม่ใช่เฉพาะคุณรักชนก เรามีพรรคอื่นที่ทำงานด้านนี้เยอะอยู่แล้วนะ ผมเองก็มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องแพลตฟอร์มต่างชาติ มีเรื่องการปฏิรูปกฎหมายที่กำลังทำอยู่ ดังนั้น วันนี้งานมันเยอะจริง ไม่ได้จะทิ้ง” นายภาวุธ กล่าว
นายภาวุธ กล่าวถึงวันที่โพสต์ถึงการทดลองใช้ TH-AI Passport ว่า การวิเคราะห์ที่ตัวถึงโปรเจกต์ มันเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าพอดี เราก็เลยวิเคราะห์ไปตามรูป อีกอย่างเราได้ขอโทษไปแล้วว่า อาจจะพูดไปในมุมหนึ่ง
เมื่อถามว่า น.ส.รักชนกเอง อาจจะยังไม่เข้าใจ ตอนนี้ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ หรือถึงขั้นต้องเคลียร์ใจกันเลยไหมนั้น นายภาวุธ บอกว่า “มีการพูดคุยกัน ก็เข้าใจกันมากขึ้น เป็นการสื่อสารกันภายในพรรค”
ถามย้ำว่า น.ส.รักชนกเอง ยังติดใจอะไรหรือไม่ นายภาวุธ บอกว่า “ไม่น่ามีอะไรแล้วครับ”
ส่วนกรณีที่มีบางส่วนถึงขั้นตั้งคำถามทำนองว่า การโพสต์หนุนโครงการครั้งนั้นเนื่องจากมีเจตนาแลกผลคดี นายภาวุธ หัวเราะเบา ๆ และกล่าวว่า "ไม่มี ถ้าเกิดแลกผลทางคดี ผมไม่มาอยู่ตรงนี้หรอก เพราะฉะนั้น ไม่มีครับ สส.แต่ละคน ก็จะมีมุมในการวิจารณ์ต่างกัน ผมเองอาจจะเป็นมุมที่เป็นนักธุรกิจด้วย แล้วก็วิจารณ์ในมุมว่าทำให้เกิดยังไงให้เกิดประโยชน์มากที่สุด"



