"การดี" ยื่น "สตง." ใช้อำนาจสั่ง "ดีอี" ชะลอตรวจรับงาน-จ่ายเงิน TH-AI Passport หลังพบข้อพิรุธ ไม่ปฏิบัติตามทีโออาร์-ปชช.ไม่มีส่วนร่วมตรวจสอบ
ที่สตง. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport และขอให้ส่งหนังสือแจ้งเตือนภัยไปยังกระทรวงดีอี ให้ชะลอการตรวจรับงานและเบิกจ่ายงบประมาณในงวดถัดไปไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินแผ่นดินที่มิอาจเรียกคืนได้
โดยนางการดี ให้สัมภาษณ์ว่าจากการติดตามตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พบความเสี่ยงสำคัญเร่งด่วนที่จำเป็นต้องให้ สตง. ตรวจสอบก่อนตรวจรับและเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งนี้พบว่าสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมได้เปลี่ยนรูปแบบมาจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง หรือ Pay per Active User แต่เมื่อเข้าไปวิเคราะห์ในรายละเอียดของทีโออาร์ และสัญญาที่ทำขึ้นใหม่ กลับไม่พบหลักเกณฑ์การคำนวณที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร สาระสำคัญส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง ซึ่งเป็นข้อกังวลว่าดุลยพินิจดังกล่าวไม่มีเกณฑ์ในสัญญาที่รัดกุม ขณะเดียวกันในการใช้งานพบ ลักษณะของการเพิ่มยอดใช้งานในระบบจำนวนมาก ดังนั้นหากไม่มีกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ เงินภาษีของประชาชนอาจต้องจ่ายไปโดยไม่สะท้อนการยกระดับทักษะที่แท้จริง
นางการดี กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นหัวใจสำคัญ คือ การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามที่ทีโออาร์กำหนดไว้ ทั้งนี้ข้อตกลงคุณธรรมคือกลไกสากลที่เปิดให้มีตัวแทนภาคประชาชนหรือบุคคลภายนอก เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างไปจนถึงการตรวจรับงาน แต่โครงการดังกล่าวไม่มีกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้น
“แม้หน่วยงานจะอ้างว่าไม่ได้รับคัดเลือกผู้สังเกตการณ์อิสระ แต่การลงนามเป็นข้อผูกพันตรงของผู้ยื่นข้อเสนอที่ต้องทำ เมื่อไม่มีการลงนาม จึงเกิดคำถามสำคัญทางกฎหมายว่า การประกาศผู้ชนะและลงนามสัญญาโดยขาดคุณสมบัติตามทีโออาร์ที่กำหนดขึ้นเองนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเข้าข่ายทำให้สัญญาจ้างนี้มีปัญหาจนถึงขั้นเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ สตง. ต้องชี้ขาด” นางการดี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่ยื่นต่อ สตง. ได้ระบุข้อสังเกตสำคัญรวม 7 มิติ ได้แก่
1. ความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและข้อสังเกตการล็อกสเปก
2. การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรมตามทีโออาร์
3. ความคุ้มค่าและผลสัมฤทธิ์ของระบบเอไอ ที่ใช้งานจริง ซึ่งพบว่าคุณภาพยังต่ำกว่า เอไอฟรีทั่วไป 4. นิยามผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ฐานเบิกจ่ายกว่า 1,481 ล้านบาท ที่มีส่วนต่างทางการเงินสูง
5. การแก้ไขข้อกำหนดทางเทคนิค เพิ่มขึ้น 10 เท่าหลังลงนามสัญญา 6. ความเสี่ยงด้านอธิปไตยข้อมูลและการส่งข้อมูลไปประมวลผลต่างประเทศ ขัดเงื่อนไข Data Localization 7. การขาดดัชนีชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่วัดการเพิ่มทักษะของคนไทยได้จริง





