วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2569

Login
Login

'ปชป.' แนะ'รัฐบาล' โยกเงินไทยช่วยไทยพลัส แก้น้ำมันแพง

“ตรีรัตน์" แนะ "รัฐบาล" ใช้เงินไทยช่วยไทยพลัส ช่วยลดค่าน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ พร้อมมองปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ ช่วยไม่ได้จริง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท ว่า การลดราคาหน้าโรงกลั่นเป็นเพียงการรีดกำไรโรงกลั่นที่ปล่อยให้สูงเกินจริงมานาน แม้จะเป็นมาตรการที่ควรทำ แต่ทำช้าเกินไป และยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะโครงสร้างราคาน้ำมันยังมีภาระอื่นที่รัฐบาลไม่ยอมแตะต้อง โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตที่สูงเกือบ 7 บาทต่อลิตร ทั้งนี้การใช้เงินกองทุนน้ำมันมาช่วยพยุงราคาเป็นเพียงการโยกเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา เพราะเมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลง รัฐต้องลดการชดเชยและนำเงินกลับเข้ากองทุน ทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่ลดลงตามที่ประชาชนคาดหวัง

นายตรีรัตน์ กล่าวต่อว่า ตัวอย่างชัดเจนคือ เมื่อวันที่ 16 กันยายน กบน.ประกาศชดเชยดีเซลเพิ่มเป็น 8.62 บาทต่อลิตร แต่เพียงสามวันต่อมา ราคาน้ำมันดิบลดลง 2% ประชาชนหวังว่าจะได้เห็นราคาน้ำมันลดลง แต่เมื่อวันที่ 18 กันยายน กบน.กลับลดการชดเชยลง 1.67 บาท เหลือ 6.95 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาน้ำมันไม่ขยับลงแม้ราคาตลาดโลกจะลดลงแล้ว

นายตรีรัตน์ กว่าต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอย้ำข้อเสนอเดิมที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที คือ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อให้ราคาน้ำมันลดลงจริงและยั่งยืน ไม่ใช่ลดแบบชั่วคราวผ่านกองทุน ซึ่งสุดท้ายประชาชนต้องจ่ายคืน นอกจากนั้นแล้วขอให้รัฐบาลใช้เงินเหลือจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีกล่าว  50,000 ล้านบาท นำมาช่วยลดราคาน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ เพราะจะทำให้ลดค่าครองชีพได้ทันทีและตรงจุด มากกว่าการกู้เงินไปแจกแบบครั้งคราวโดยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

"หากรัฐบาลรับข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ในการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 2 เดือน ในอัตราลิตรละ 7 บาท จะใช้งบประมาณน้อยกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับการต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส และยังช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” นายตรีรัตน์ กล่าว