'ชัชชาติ' ยันปมรถเก็บขยะ EV กทม.เดินหน้าโปร่งใส ขออย่ากล่าวหาว่าทุจริต ย้ำเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เปิดเผยถึงประเด็นโครงการรถขยะพลังงานไฟฟ้า (EV) ที่ถูกตัดงบประมาณว่า คนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า สุดท้ายแล้วรถขยะต้องเปลี่ยนเป็น EV แต่เมื่อยังมีข้อสงสัยในรายละเอียด กทม. ก็พร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าชี้แจงต่อสภากรุงเทพมหานครตามกระบวนการ และขอยืนยันว่าโครงการนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างแน่นอน เราทำด้วยความโปร่งใส และมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบตลอด อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการยังไม่ผ่าน กทม. จึงต้องกลับไปใช้วิธีเดิม คือการเช่ารถขยะที่ใช้น้ำมันไปก่อน
“ตั้งแต่ที่มาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องทำงานร่วมกันกับสภา กทม. ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เพราะอยากทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนสูงสุด แต่อย่ามากล่าวหาว่าเราทุจริตคอร์รัปชัน เพราะเราไม่ทำเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ต้องช่วยกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
- ส.ก.ปชน.เผยโหวตหนุนซื้อรถขยะ EV 11 โครงการ หมื่นล้าน ไฉน กทม.จัดหาไม่สำเร็จ
วานนี้ (17 ก.ย.) ส.ก.พรรคประชาชน (ปชน.) ออกแถลงการณ์เปิดไทม์ไลน์การโหวตสนับสนุน กทม.จัดซื้อรถเก็บขยะ EV โดยระบุว่า ย้อนมติ ส.ก.พรรคประชาชน สนับสนุนงบรถขยะ EV 11 โครงการ กว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามเหตุใดผู้ว่าฯ จัดหาไม่สำเร็จ?
ส.ก.พรรคประชาชน ยืนยันสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่รถพลังงานสะอาด โดยที่ผ่านมาได้เห็นชอบงบประมาณสำหรับการจัดหารถขยะ EV รวมถึงงบกลางที่ฝ่ายบริหารนำไปใช้ดำเนินโครงการ รวมไม่น้อยกว่า 11 โครงการ วงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
ปี 2565 เห็นชอบงบประมาณเช่ารถขยะ 3 โครงการ วงเงินประมาณ 3,900 ล้านบาท
ปี 2567 เห็นชอบงบประมาณเช่ารถขยะ 4 โครงการ วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท
ปี 2567 ฝ่ายบริหารนำงบกลางที่สภาให้ความเห็นชอบไปใช้เช่ารถขยะ EV อีก 4 โครงการ วงเงิน 241 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปี 2568 ส.ก.พรรคประชาชน ยังลงมติสนับสนุนการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เพื่อให้โครงการรถขยะ EV สามารถดำเนินการต่อได้ และในปี 2569 ได้เห็นชอบงบจ้างเหมาเก็บขยะด้วยรถ EV ขณะเดียวกันได้ลงมติตัดโครงการจ้างเหมารถกวาดขยะที่ยังเสนอใช้รถสันดาป
มติที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ส.ก.พรรคประชาชน สนับสนุนการใช้รถขยะ EV อย่างต่อเนื่อง แต่คำถามสำคัญคือ เหตุใดโครงการทั้ง 11 โครงการที่ได้รับกรอบวงเงินแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินการจัดหาได้สำเร็จ
ฝ่ายบริหาร กทม. จำเป็นต้องชี้แจงข้อร้องเรียนและข้อท้วงติงเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งการกำหนด TOR ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจจำกัดการแข่งขันหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการบางราย ตลอดจนข้อผิดพลาดด้านงบประมาณที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการ
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดต้องดำเนินควบคู่กับความโปร่งใส การแข่งขันที่เป็นธรรม และความคุ้มค่าของงบประมาณ ฝ่ายบริหารจึงควรชี้แจงให้ชัดเจนว่าโครงการติดขัดในขั้นตอนใด และจะแก้ไขอย่างไร เพื่อให้งบประมาณที่ได้รับความเห็นชอบนำไปสู่บริการจัดเก็บขยะที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนได้จริง





