สภา กทม.มีมติตัดงบโครงการเช่ารถขยะไฟฟ้า 1,347 คัน วงเงิน 6,038 ล้านบาท หลัง ส.ก.ส่วนใหญ่ ตั้งข้อสังเกต วงเงินเพิ่ม รายละเอียดไม่พอ ความเสี่ยงต่อการกำหนดคุณสมบัติ ที่อาจจำกัดการแข่งขัน แม้ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันโครงการช่วยลดต้นทุนพลังงานกว่า 4,745 ล้านบาทตลอด 5 ปี
KEY POINTS
- สภา กทม.มีมติตัดงบโครงการเช่ารถขยะไฟฟ้า 1,347 คัน วงเงินรวมกว่า 6,038 ล้านบาท
- หลังสมาชิก ส.ก.ส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตเรื่องวงเงินที่เพิ่มขึ้น รายละเอียดโครงการไม่เพียงพอ และความเสี่ยงต่อการกำหนดคุณสมบัติที่อาจจำกัดการแข่งขัน
- แม้ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยืนยันโครงการช่วยลดต้นทุนพลังงานกว่า 4,745 ล้านบาทตลอด 5 ปี
ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีน.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธาน และมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหาคร นำโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าหน่วยงาน สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ที่ประชุมพิจารณารายการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 สำหรับโครงการเช่ารถไฟฟ้าเก็บขนมูลฝอย 3 โครงการ รวม 1,347 คัน เพื่อทดแทนรถเก็บขนมูลฝอยเครื่องยนต์สันดาปที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2570 วงเงินรวม 6,038.58 ล้านบาท ประกอบด้วย
- รถเก็บขนมูลฝอยแบบอัด ขนาด 2 ตัน จำนวน 399 คัน วงเงิน 1,595.58 ล้านบาท
- รถเก็บขนมูลฝอยแบบอัด ขนาด 5 ตัน จำนวน 874 คัน วงเงิน 4,125.46 ล้านบาท
- รถเก็บขนมูลฝอยแบบยกภาชนะ ขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 74 คัน วงเงิน 317.54 ล้านบาท
ส.ก.หนุน EV แต่ขอทบทวนรายละเอียดโครงการ
ระหว่างการอภิปราย ส.ก.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการเปลี่ยนผ่านไปใช้รถขยะ EV เป็นแนวทางที่ควรสนับสนุน เนื่องจากช่วยลดมลพิษทางอากาศ เสียงรบกวน และต้นทุนพลังงานในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเห็นว่าโครงการที่เสนอเข้ามายังมีข้อมูลไม่รอบด้านเพียงพอสำหรับการอนุมัติงบประมาณจำนวนมาก
ประเด็นสำคัญที่ ส.ก.ตั้งข้อสังเกต คือ โครงการเช่ารถขยะ EV ทั้ง 3 โครงการเคยเสนอของบประมาณมาตั้งแต่ปี 2568 แต่ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้ เนื่องจากประสบปัญหาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนที่ฝ่ายบริหารจะยกเลิกโครงการเดิมและนำเสนอใหม่
ส.ก.บางส่วนตั้งคำถามว่า แม้โครงการใหม่มีจำนวนรถลดลงในบางรายการ แต่วงเงินกลับเพิ่มขึ้นจากเดิมราวโครงการละ 100-200 ล้านบาท จึงต้องการให้ฝ่ายบริหารชี้แจงที่มาของราคา หลักเกณฑ์คำนวณค่าเช่า และต้นทุนตลอดอายุสัญญาให้ชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีข้อทักท้วงเกี่ยวกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของรถ หรือสเปก ขอบเขตงาน และทีโออาร์ ซึ่งยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าการกำหนดเงื่อนไขจะเปิดกว้างต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส.ก.บางรายจึงเสนอให้ทบทวนเอกสารประกวดราคาและประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด เพื่อป้องกันข้อครหาว่าเงื่อนไขอาจเอื้อประโยชน์แก่เอกชนบางราย
ห่วงสมรรถนะรถ-สถานีชาร์จ-ต้นทุนแฝง
สมาชิกสภายังอภิปรายถึงความพร้อมในการใช้งานจริง โดยเฉพาะความสามารถของรถ EV ในการรับน้ำหนักขยะ วิ่งในเส้นทางเก็บขนที่มีระยะทางไกล และรองรับภารกิจต่อเนื่องตลอดวัน รวมถึงความเพียงพอของสถานีชาร์จ ระยะเวลาชาร์จ และแผนรับมือกรณีรถหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง
แม้รถ EV จะมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่ำกว่ารถดีเซล แต่ ส.ก.บางส่วนเห็นว่าควรพิจารณาต้นทุนแฝงควบคู่กัน เช่น ค่าเตรียมระบบไฟฟ้า การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ การจัดการรถสำรอง และค่าใช้จ่ายกรณีฉุกเฉิน พร้อมเสนอให้ กทม.ยังต้องมีรถดีเซลหรือรถสำรองไว้รองรับภารกิจเก็บขยะ หากรถ EV ไม่สามารถให้บริการได้ตามแผน
ข้อเสนออีกด้านคือ ให้เริ่มทดลองใช้รถขยะ EV ในบางพื้นที่หรือบางเส้นทางก่อน เพื่อเก็บข้อมูลจริงด้านประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน ระยะทาง ความคงทน และผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ก่อนขยายผลจัดหาในจำนวนมาก
“ชัชชาติ” ยืนยันคุ้มค่า ประหยัด 4.7 พันล้าน
นายชัชชาติชี้แจงว่า ความล่าช้าของโครงการเกิดจากการตรวจสอบรายละเอียดในหลายขั้นตอน โดยฝ่ายบริหารเคยขอใช้งบประมาณเหลื่อมปี แต่ไม่ได้รับอนุมัติ จึงต้องนำโครงการกลับมาเสนอใหม่
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ปัจจุบันมีรถขยะ EV ใช้งานแล้วใน 13 จังหวัด และอัตราค่าเช่ารถ EV ต่ำกว่าค่าเช่ารถดีเซลเดิมเมื่อปี 2563 ราว 7-10% ขณะที่รถ EV จำนวน 1,347 คัน หากวิ่งเฉลี่ยวันละ 200 กิโลเมตร จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดสัญญาเช่า 5 ปีได้ประมาณ 4,745 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 949 ล้านบาท
กทม.ประเมินว่า รถดีเซลจะมีต้นทุนพลังงานในระยะ 5 ปีราว 8,756.63 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 39 บาท ขณะที่รถ EV มีต้นทุนค่าไฟฟ้าประมาณ 4,011.90 ล้านบาท จากค่าไฟหน่วยละ 6 บาท ทำให้ประหยัดได้ประมาณ 4,744.72 ล้านบาท หรือราว 54% เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายพลังงานของรถดีเซล
นายชัชชาติระบุด้วยว่า กทม.ได้ประสานการไฟฟ้านครหลวงเพื่อเตรียมติดตั้งระบบชาร์จ และจะทดสอบสมรรถนะรถอย่างละเอียดก่อนใช้งานจริง พร้อมยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะอยู่ภายใต้การตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับงบประมาณในปี 2570 กทม.จะต้องเช่ารถดีเซลเดิมต่อไปอีกประมาณ 1-2 ปี โดยรถบางส่วนมีอายุใช้งานแล้ว 5-7 ปี และยังสร้างมลพิษรวมถึงเสียงรบกวน
มติสภากทม. 27 เสียงตัดงบ
ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมลงมติด้วยคะแนน 27 เสียง เห็นชอบให้ตัดงบประมาณโครงการ 19 เสียงไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง 4 เสียง จากผู้เข้าร่วมลงคะแนน 50 คน
ผลการลงมติทำให้โครงการเช่ารถขยะ EV ทั้ง 3 โครงการถูกตัดออกจากรายการงบประมาณ โดยที่ประชุมเห็นว่า กทม.ควรใช้รถเก็บขนมูลฝอยรูปแบบเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีผลทดสอบที่ยืนยันประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความพร้อมของระบบรองรับรถ EV อย่างชัดเจน





