"สว.-วิลาศ" ชี้รัฐสภามีจุดเสี่ยงหลายจุด กระทบสวัสดิภาพ จี้ "โสภณ" ตามผู้รับเหมารายเดิมรับผิดชอบ อย่าใช้งบก้อนใหม่ซ่อม
ที่รัฐสภา กลุ่มสว. พันธุ์ใหม่ ได้แก่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงศ์ สว. พร้อมด้วยนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
โดย น.ส.นันทนา ได้นำหมวกนิรภัยขึ้นมาสวมก่อนแถลงว่า เหตุการณ์ฝ้าถล่มในห้องอาหาร B2 เป็นเรื่องสวัสดิภาพของคนในรัฐสภา จึงขอเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหา ทั้งปัญหาท่อแตก ฝ้าถล่ม น้ำรั่วในห้องประชุมรัฐสภา ส้วมแตก และให้เร่งปรับปรุง
"ขอเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเข้ามาดูแล และเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้รับเหมา ตลอดจนนำคนนอกเข้ามาช่วยตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและคืนความสง่างามให้รัฐสภา" น.ส.นันทนา กล่าว
ด้านนายสุนทร กล่าวว่า กรณีฝ้าถล่มเมื่อ 13 กันยายน ตนพยายามเข้าไปตรวจสอบ แต่ถูกปิดไว้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งตนทราบว่าจะมีวิศวกรเจาะตรวจพื้นที่อีกหลายจุดที่มีรอยน้ำ ดังนั้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากระบบแอร์ที่น้ำหยดใส่เพดาน และนอกจากเรื่องฝ้า ยังมีปัญหาอีกหลายจุด คือ น้ำท่วมลานจอดรถ B2 รอยร้าวบริเวณกระเบื้องสระมรกต แต่ผู้มีอำนาจกลับเกรงใจผู้รับเหมา
ขณะที่ น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ตรวจสอบเชื้อราในท่อแอร์ ที่ผ่านมาไม่มีการตรวจเรื่องเชื้อราและแอร์ปรับอุณหภูมิไม่ได้ ทำให้มีคนป่วย นอกจากนี้ยังมีปัญหาถนนทรุดรอบรัฐสภา สิ่งผิดปกติเหล่านี้เมื่อพบความไม่ชอบมาพากลต้องแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและแจ้งประชาชนให้รับทราบว่า เงินงบประมาณไม่ได้จมไปกับการฉ้อฉลทุจริต
ขณะที่ นายวิลาศ กล่าวว่า กรณีฝ้าถล่มและน้ำรั่วเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง เพียงแต่หลายครั้งไม่เป็นข่าว เช่น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ฝ้าเคยถล่มในห้องประชุมสัมมนา ติดกับห้องอาหาร B2 แม้ผู้รับจ้างระบุว่าส่งมอบงาน 100% เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 แต่ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกลับเซ็นรับรองงานเสร็จสมบูรณ์ 100% ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ตนจึงได้นำเรื่องไปร้องเรียนตามมาตรา 157 ต่อ ป.ป.ช. และตั้งข้อสังเกตว่าการอ้างเรื่องความชื้นจากแอร์นั้น วิศวกรยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เคยเข้ามาตรวจพบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด จึงขอให้ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาเร่งติดตามแก้ไขปัญหาและเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับเหมา ไม่ใช่เอางบประมาณแผ่นดินก้อนใหม่ซ่อมแซม





