“วิโรจน์” ชี้ ความผิดพลาดของ “พรรคส้ม” หนุน “อนุทิน” นายกฯ ไม่ควรเป็นเหตุผลให้ “พท.” ละทิ้งหลักการ สะสางคดีเขากระโดง-โกง สว. อย่าสร้างมาตรฐาน คุณไม่เลือกผม ผมก็ปล่อยให้ทุจริตคอร์รัปชั่นดำรงอยู่ ไปรับใช้เขา ทั้งที่รู้2เรื่องนี้ร้ายแรง
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า อย่างน้อยผมก็ขอบคุณนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่พูดเรื่องนี้ออกมาตรงๆ เข้าใจว่านายภูมิธรรม คงต้องการจะตอบการให้สัมภาษณ์ของ เพราะจากคำพูดของนายภูมิธรรมเอง แสดงว่าทั้งกรณีเขากระโดง และกรณีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่นายภูมิธรรม และพรรคเพื่อไทย ก็รับรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงต่อบ้านเมือง ที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว จะปล่อยให้ล่าช้าไม่ได้
ตามที่นายภูมิธรรมทักท้วงมา พรรคประชาชน ก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้น จะถูกหรือผิด ประชาชนย่อมมีสิทธิวิจารณ์ และตัดสินเราเต็มที่ ผมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบนั้น แต่ความรับผิดชอบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี กับหน้าที่ในการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต และการบังคับใช้กฎหมาย นั้นเป็นคนละเรื่องกัน
การทุจริต ต่อให้ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี มันก็ยังเป็นเรื่องทุจริตไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าพรรคประชาชนตัดสินใจผิด พรรคประชาชนก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้พวกเราก็พยายามที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงอย่างไร เราก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะการทุจริต จะอย่างไรมันก็เป็นการทุจริต อำนาจใดๆ ก็ไม่สามารถฟอกขาว เปลี่ยนผิดให้เป็นถูกได้
ในขณะเดียวกัน หากพรรคเพื่อไทยยังคงเห็นว่าทั้งเรื่องเขากระโดง และฮั้ว สว. นั้นเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมืองนี้สำคัญ เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องหายไป อาจสร้างความเสียหายต่อประเทศ ตามเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยได้เคยอธิบายกับสังคมเอาไว้ พรรคเพื่อไทย ก็ควรต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อทั้งสองกรณีนี้
ความผิดพลาดของพรรคประชาชน ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้พรรคเพื่อไทย ละทิ้งหลักการที่ตัวเองเคยยืนยันว่าเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมือง สำหรับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ผมคิดว่าสังคมไม่ควรมีมาตรฐานว่า ถ้าคุณเลือกผม ผมจะจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่นให้ แต่ถ้าคุณไม่เลือกผม ผมก็จะปล่อยให้การทุจริตคอร์รัปชั่นดำรงอยู่ต่อไป โดยที่ผมขอไม่ทำอะไรเลยเหตุผลที่ว่า การที่ผมต้องยอมไปรับใช้ผู้ที่กระทำทุจริตคอร์รัปชั่น ก็เพราะคุณไม่ให้อำนาจกับผมเอง พอผมไม่มีอำนาจ ผมก็เลยต้องไปรับใช้ผู้ที่กระทำทุจริตคอร์รัปชั่น ย่อมไม่ใช่เหตุผลที่สังคมจะยอมรับได้
ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น นั้นเป็นเรื่องที่ควรต้องถูกตรวจสอบ และปราบปราม ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าใครโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ควรเป็นสำนึกในหน้าที่โดยไม่จำเป็นต้องมีใครเรียกร้องด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าเมื่อเราอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วเราต้องสยบยอมต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นของผู้บังคับบัญชา ทั้งๆ ที่เรารู้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าขบวนการในการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นเป็นอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องยอมไปเข้าพวก กับพวกที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนพวกนี้กำลังกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
เพราะสมการทางการเมืองอาจเปลี่ยนได้ แต่หลักการเรื่องการต่อต้านการทุจริตไม่ควรเปลี่ยนตามสมการทางการเมือง
ผมยังเคารพนายภูมิธรรมเสมอครับ สำหรับพรรคประชาชน พวกเราจะขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่พรรคประชาชนได้กระทำลงไปอย่างสุดความสามารถ เราย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราแก้ไขที่อนาคตได้ครับ และทุกวันนี้ก็ยังคงน้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดิม
ส่วนพรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจอย่างไร ผมคงไม่ก้าวล่วง แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเคยบอกกับประชาชนเองว่า สองเรื่องนี้ร้ายแรง และต้องจัดการให้จบ วันนี้พรรคเพื่อไทยก็คงต้องเป็นผู้ตอบประชาชนเองว่า หลักการนั้นยังเหมือนเดิมหรือไม่ เมื่อสถานะทางการเมืองของตัวเองเปลี่ยนไป ทุกพรรคก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินครับ





