“โฆษกรัฐบาล” เผย ปรับปรุง กม.ควบคุมอาวุธปืน เพื่อความปลอดภัย ปชช. เข้มออกใบอนุญาต ผู้ขอต้องผ่านการอบรม ตรวจสภาพจิต ปัด ให้ต่ออายุ-เสียค่าธรรมเนียมครอบครอง ทุก1-2เดือน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายและระบบควบคุมอาวุธปืน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับคำนึงถึงความจำเป็นของผู้ที่กฎหมายอนุญาตให้ครอบครองหรือพกพาอาวุธปืน โดยให้เน้นการจัดทำฐานข้อมูล และทบทวนกฎหมายให้สอดคล้องกับความจำเป็นและสถานการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบัน
สำหรับแนวทางด้านระบบข้อมูล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำระบบทะเบียนการขออนุญาต รวมถึงข้อมูลอัตลักษณ์และประวัติอาวุธปืนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและรองรับการสืบค้นข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยรายละเอียดของระบบยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้านการปรับปรุงกฎหมาย คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 พ.ศ. …. โดยมีสาระสำคัญในการเพิ่มความเข้มงวดในการออกใบอนุญาต กำหนดให้ผู้ขอมีอาวุธปืนต้องผ่านการอบรมและมีใบรับรองการตรวจสภาพจิต รวมถึงปรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
นายเอกภพ ย้ำว่า ข้อมูลที่ระบุว่าจะให้ประชาชนต่อใบอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมทุก 1–2 เดือนนั้น ไม่เป็นไปตามแนวทางที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะเดียวกัน ผู้ปฏิบัติหน้าที่และนักกีฬายังคงดำเนินการเกี่ยวกับอาวุธปืนได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ การมีใบอนุญาตให้มีและใช้ปืน ไม่ได้หมายความว่าสามารถพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะได้โดยไม่มีเงื่อนไข โดยการครอบครองและการพกพายังคงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เนื่องจากขณะนี้ยังเป็นขั้นตอนของร่างกฎหมายและอยู่ระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการนิติบัญญัติ การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตของคนไทยทุกคน ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติหน้าที่และนักกีฬาที่มีความจำเป็นต้องครอบครองหรือพกพาอาวุธปืน ยังคงสามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด” โฆษกรัฐบาล กล่าว





