“รัฐบาล” นำโดย “ปกรณ์” เป็นแม่งานในการแก้ไข “ร่างพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ” หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจนมีความสูญเสียในสังคม สาระสำคัญในร่างใหม่ จะคุมเข้ม ตั้งแต่การขออนุญาต การติดตามตรวจสอบ และปฏิรูปทั้งระบบ
KEY POINTS
- รัฐบาลเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. อาวุธปืนฉบับใหม่ เพื่อปฏิรูประบบควบคุมทั้งระบบ หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจากอาวุธปืนหลายครั้ง
- ร่างกฎหมายใหม่มุ่งเน้นการอุดช่องโหว่กฎหมายเดิม โดยสร้างระบบอนุญาตและติดตามแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ
- สาระสำคัญคือการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม เช่น กำหนดให้ใบอนุญาต ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี และเพิ่มบทลงโทษทางอาญา
- ทั้งฝ่ายรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยได้จัดทำร่างกฎหมายฉบับใหม่ โดยมีหลักการสอดคล้องกันเพื่อเสนอให้พิจารณาประกบกัน
มาตรการคุ้มเข้มอาวุธปืนหลังเกิด 2 เหตุการณ์ความรุนแรง นับตั้งแต่กรณีเยาวชนกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และกรณีฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี ยิงพ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตกลางที่ทำการ อบจ. นนทบุรี
ส่งผลให้ทางการตื่นตัวทันที มาตรการเฉพาะหน้าคือ ห้ามพกพาอาวุธปืนแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 100% มีการตั้งด่านกวดขันจับกุมทั้งฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครอง ซึ่งจับกุมผู้ฝ่าฝืนได้เป็นระยะ
ผ่าน 2 เหตุการณ์ดังกล่าว ก็ใช่ว่าจะไม่ปรากฎภาพความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด ยังคงมีเหตุสะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง แม้ภาครัฐจะบอกว่าล้อมคอกแน่นหนาแค่ไหนก็ตาม แต่หากผู้ก่อเหตุตั้งใจหรือมีเจตนาจะก่อเหตุตั้งแต่ต้น สถานการณ์สุดวิสัยเช่นนี้ก็คงควบคุมลำบาก
หลายกรณีคนก่อเหตุรู้ทั้งรู้ว่า การยิงคนตายมีโทษหนักเพียงใด แต่ก็เตรียมใจยอมรับในสิ่งที่ทำ หรือกับบางคนซึ่งมีมุมมองอีกอย่าง ถึงกฎหมายไม่กำหนดว่าเป็นความผิด ก็ไม่คิดจะปลิดชีวิตใครอยู่แล้ว
แม่งานคนสำคัญสำหรับมาตรการยกเครื่องควบคุมอาวุธปืน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบหมาย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปดำเนินการร่างพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ขึ้นใหม่ ร่วมกับกรมการปกครอง และคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้กฎหมายมีความทันสมัย สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน
ในมุมมองของปกรณ์ ชี้ให้เห็นช่องโหว่ของกฎหมายเดิม ทั้งมีลักษณะที่ปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างคนต่างอนุญาต จึงต้องปฏิรูประบบปืนให้เชื่อมโยงทั้งระบบ
อีกปัญหาหนึ่งที่ปกรณ์ ชี้ให้เห็นคือ ที่ผ่านมาแม้ทางการจะออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธ แต่กลับไม่ยอมนำไปขึ้นทะเบียนครอบครอง จนเข้าลักษณะปืนเถื่อน แม้จะซื้อมาโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม จึงต้องควบคุมทั้งระบบ รวมถึงสนามยิงปืนด้วย
ปกรณ์ ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย ได้เสนอและมีหารือกับกฤษฎีกาต้องควบคุมปืนในระบบให้ดี การขึ้นทะเบียนอนุญาต การควบคุมการเล่นปืนหรือใช้ปืน ป้องกันรอยรั่ว และต้องดูว่า ของที่มีอยู่จะต้องทำอย่างไร โดยจะมีมาตรการให้นำอาวุธปืนมามอบให้ทางราชการโดยไม่ต้องรับโทษ หากไม่แน่ใจว่า ปืนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นมาตรการที่คล้ายนิรโทษ ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ซึ่งเหตุที่ไม่ได้ผลเพราะไม่ได้มีการรื้อระบบ และต้องคุมเข้มอาวุธปืนจากเพื่อนบ้านด้วย
โดยไทม์ไลน์หลังจากนี้ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ร่างพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับใหม่ จะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี กลางเดือนก.ย.นี้
โดยสาระสำคัญคือ เพิ่มความเข้มข้นในเรื่องระบบอนุญาต ระบบติดตาม รวมถึงผู้ค้าและอื่นๆ ปิดจุดอ่อนต่างๆ ตามข้อสั่งการนายกฯ เช่น ใบ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี หรือนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาต-ซื้อขายทุกขั้นตอนแบบเรียลไทม์ เป็นต้น
ภูมิใจไทย เองก็ถือเป็นเสือปืนไว ร่างพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับใหม่เสร็จสิ้น โดยศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายของพรรคโพสต์โชว์เป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าจะเสนอประกบกับร่างของครม.เพื่อพิจารณาต่อไป
สาระสำคัญ ระบุถึงหลักเกณฑ์การพกพา มาตรการควบคุม อายุใบอนุญาต หลักเกณฑ์วิธีการต่ออายุใบอนุญาต แก้ไขเพิ่มเติมข้อห้ามการส่งมอบ จำหน่าย จำนำ โอนอาวุธปืน เครื่องกระสุน ให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต
การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ อำนาจของนายทะเบียนท้องที่ในการสอบสวนคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาต การกำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้จัดตั้งและควบคุมตรวจสอบสนามยิงปืน การอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้า กระสุนปืนของสนามยิงปืน
แก้ไขหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ และอื่นๆ แก้ไขเพิ่มเติมและกำหนดโทษอาญาให้มีความครอบคลุมยิ่งขึ้น กำหนดบทเฉพาะกาลให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนมาจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธปืน หรือจัดทำอัตลักษณ์ปืน โดยนายทะเบียนท้องที่ กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมกรณีผู้ขออนุญาตประกอบการค้าเป็นนิติบุคคล
เนื้อหาหลายส่วนในร่างของภูมิใจไทย สอดคล้องกับหลักการของรัฐบาล เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการควบคุมด้วยกฎหมาย ส่วนในอนาคตจะแก้ปัญหาได้ 100% หรือไม่ ทางการเองก็คงตอบไม่ได้ ในเมื่อประชาชนยังครอบครองปืนได้ ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่





