วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

‘เรือฟริเกต’หมื่นล้าน ‘ฮันวา’คว้างาน เขย่า‘เรือลำเก่า’ บกพร่องเทคนิค

ทร.เผชิญโจทย์ใหญ่ ข้อสงสัยของสังคม บ.ฮันวา ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ต่อเรือฟริเกตลำใหม่ เป็นบริษัทเดียวกับที่เคยต่อ “เรือหลวงภูมิพลฯ” ซึ่งมีปัญหาบกพร่องทางเทคนิค

KEY POINTS

  • ทร.เตรียมแถลงข่าวผลการคัดเลือกเรือฟริเกต 18 ก.ย.นี้ ย้ำ โปร่งใส คุ้มค่า 
  • กระแสข่าว “ล็อกสเปก” เนื่องจากชื่อบริษัท ฮันวา โอเชียน หลุดมาตั้งแต่ต้นปี ว่าเป็นบริษัทที่จะได้รับเลือกให้ต่อเรือฟริเกต
  • บริษัท ฮันวา โอเชียน มีชื่อเดิมคือ “บริษัทแดวู” ต่อเรือหลวงภูมิพลฯ ประสบปัญหาบกพร่องเทคนิค

กองทัพเรือ” เปิดให้ 5 บริษัทยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วัน หลังจากประกาศผลการคัดเลือกบริษัท ฮันวา โอเชียน (Hanwha Ocean Co., Ltd.) สัญชาติเกาหลีใต้ ให้ดำเนินการต่อเรือฟริเกต 1 ลำ ตามที่เสนอราคา 16,730 ล้านบาท โดย “พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี” ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ลงนามเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 

หากมีการยื่นอุทธรณ์ กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง จะตั้ง “คณะกรรมการอุทธรณ์” เพื่อตรวจสอบประเด็นที่ถูกร้องเรียน พร้อมให้คณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือมาชี้แจง หากสามารถตอบข้อสงสัยได้ คำอุทธรณ์จะถูกตีตกไป แต่หากการชี้แจงยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน จะเรียกดูเอกสารเพิ่มเติมจนกว่าจะได้ข้อยุติ ไปจนถึงการระงับโครงการ

ขณะที่ “กองทัพเรือ” เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเป็นวันที่ 18 ก.ย.2569 เพื่อชี้แจงเหตุผลที่เลือกบริษัท ฮันวา โอเชียน ให้ต่อเรือฟริเกต และเหตุใดจึงไม่เลือกอีก 5 บริษัท ให้สังคมได้รับทราบ 

พร้อมตอบทุกข้อสงสัย ทั้งการกำหนดขอบเขตของทีโออาร์ คุณสมบัติของผู้เสนอราคา ข้อเสนอทางเทคนิค ข้อเสนอด้านการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงเงื่อนไขที่กำหนดให้บริษัทผู้ชนะต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี และดำเนินการต่อเรือภายในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 20% ของมูลค่าโครงการ รวมถึงประเด็นอื่นๆ

ท่ามกลางกระแสข่าว “ล็อกสเปก” เนื่องจากชื่อบริษัท ฮันวา โอเชียน หลุดมาตั้งแต่ต้นปี ว่าเป็นบริษัทที่จะได้รับเลือกให้ต่อเรือฟริเกต โดยในขณะนั้น “กองทัพเรือ” ทำได้เพียงแบ่งรับแบ่งสู้ พร้อมระบุว่า การดำเนินการคัดเลือกยังไม่แล้วเสร็จ

สำหรับบริษัท ฮันวา โอเชียน มีชื่อเดิมคือ “บริษัทแดวู” สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อเนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในบริษัท รวมถึงผู้บริหาร และเป็นบริษัทที่ต่อ “เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช” นำมาซึ่งข้อสังเกตเรื่องคุณภาพและความคุ้มค่า

เนื่องจากที่ผ่านมา เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช พบปัญหาบกพร่องทางเทคนิคในระดับโรงงาน และต้องนำส่งกลับไปแก้ไขที่เกาหลีใต้มากกว่า 1 ครั้ง โดยเฉพาะระบบการเชื่อมโยงของปืนต่อสู้ระยะประชิด (CIWS) และระบบเครื่องยนต์ซึ่งยังไม่สมบูรณ์

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เคยชี้แจงถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรือหลวงภูมิพลฯ เกี่ยวกับการออกแบบเรือของบริษัทผู้ต่อเรือจากเกาหลีใต้ว่า ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ พร้อมชี้แจงว่า แบบเรือได้รับการรับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือเกาหลี (KR Class) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานการต่อเรือของเกาหลีใต้

พร้อมย้ำว่า ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากเรือหลวงภูมิพลฯ เดินทางไปปฏิบัติราชการหลายครั้ง โดยเฉพาะภารกิจต่างประเทศ พบความผิดปกติของอะไหล่จนทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน (Shutdown) ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด และพบความเสียหายภายในเครื่องยนต์

โดยเมื่อประเมินแนวทางซ่อมบำรุง พบว่าการจัดหาเครื่องยนต์ใหม่มีความเหมาะสมกว่าการซ่อม และใช้งานเครื่องยนต์เดิม จึงนำไปสู่การตั้งงบประมาณจัดซื้อเครื่องยนต์ใหม่ทั้ง 2 เครื่อง โดยกระบวนการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา

“สิ่งที่เกิดขึ้นในเรือหลวงภูมิพลฯ เรานำมาทบทวน ซึ่งบางส่วนมีผลกระทบต่อการกำหนดทีโออาร์ในโครงการเรือฟริเกตที่จัดหาอยู่ในปัจจุบันด้วย เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นซ้ำซ้อนอีก” โฆษก ทร.กล่าว

ปัจจุบัน เมื่อ“กองทัพเรือ” ประกาศผลคัดเลือกบริษัทต่อเรือฟริเกตเมื่อวันที่ 8 ก.ย. จนถึงวันที่ 9 ก.ย. ยังไม่มีบริษัทใดยื่นอุทธรณ์ แต่ยังเหลือเวลาอีก 6 วัน

ทว่าก่อนหน้านี้ ในห้วงที่ชื่อบริษัท ฮันวา โอเชียน หลุดในโซเชียลมีเดียว่าเป็นบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ต่อเรือฟริเกต ทำให้อีก 5 บริษัทได้สอบถามเหตุผลเป็นการภายในไปยังกองทัพเรือ เช่น บริษัท Navantia S.A. (ราชอาณาจักรสเปน) ติดใจกรณีไม่ผ่านคุณสมบัติ และกองทัพเรือได้ส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบ ก่อนจะได้รับคำตอบยืนยันเหตุผลเดียวกับกองทัพเรือ

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. และบริษัทจากตุรกี ที่ไม่ผ่านเรื่องเทคนิค แต่ยังอยู่ระหว่างประเมินทิศทางว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ในห้วงเวลาที่เหลืออยู่อีก 6 วัน

หากมีการยื่นอุทธรณ์ บริษัทต่อเรือสามารถขอให้กรมบัญชีกลางระงับโครงการต่อเรือฟริเกตของกองทัพเรือได้ กรณีมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ามีการทุจริต หรือล็อกสเปก เพื่อให้ชะลอโครงการจนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ

ขณะที่กองทัพเรือเตรียมหอประชุมกองทัพเรือเป็นพื้นที่จัดแถลงข่าวในวันที่ 18 ก.ย. นี้ โดยจะมีผู้เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ร่วมแถลงข่าว

1. กรมยุทธการทหารเรือ ซึ่งจะตอบคำถามเรื่องการกำหนดสเปกและคุณสมบัติ

2. ตัวแทนหน่วยงานร่างจัดทำร่าง TOR ที่จะมาอธิบายว่า ผู้ยื่นเสนอราคาเป็นอย่างไร การเสนอแบบเรือ หรือเอกสารประกอบอื่นๆ

3. ผู้แทนการกำหนดกรอบรายละเอียด Offset ที่จะมาตอบคำถามว่า เพราะเหตุใดจึงกำหนดให้ต่อเรือภายในประเทศ 20% การชดเชยด้านเศรษฐกิจ รวมถึงข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่เลือกบริษัทที่เสนอให้ต่อเรือในประเทศ 100%

4. ผู้แทนที่ทำหน้าที่พิจารณาข้อเสนอ TOR

5. ประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต จะสรุปรายละเอียดและตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน

อย่างไรก็ตาม แม้ “กองทัพเรือ” จะยืนยันว่า การคัดเลือกบริษัท ฮันวา โอเชียน ให้ต่อเรือฟริเกตจะดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน โปร่งใส และตรวจสอบได้

แต่โจทย์ใหญ่คือ กองทัพเรือจะตอบข้อสงสัยของสังคมจนไร้ข้อกังขาได้หรือไม่ เมื่อบริษัท ฮันวา โอเชียน ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ต่อเรือฟริเกตลำใหม่ เป็นบริษัทเดียวกับที่เคยต่อ “เรือหลวงภูมิพลฯ” ซึ่งมีปัญหาบกพร่องทางเทคนิคจนถึงทุกวันนี้