วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

‘จตุพร’ เมินร่วม ‘ม็อบสนธิ’ ชี้ กกต.ฟัน‘โกง สว.’ เกิน100 บิ๊กการเมืองรอด

“จตุพร” เผย ไม่ร่วม “ม็อบสนธิ” รอประเมินสถานการณ์ก่อน มอง ยังไม่ใช่สงครามสีเสื้อเต็มรูปแบบ รับ ระดมคนยากยุคโซเชียลฯ ถ้าไม่พีคสูงสุด ชี้ กกต. รักตัวกลัวคุก แย้ม สั่งฟ้องคดีโกง สว. เกิน100คน บิ๊กการเมือง รอด ไม่ตอบ “แสวง” ปล่อยเอกสารหลุด คณะที่36 หรือไม่ แต่เป็นคนที่ใครก็รู้จัก เตือน สีน้ำเงิน ใหญ่เกินจะมีอันเป็นไป จับตา คดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด 28ก.ย. 50:50

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เปิดเผยในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซต์ไทยแลนด์ ถึงการพบปะหารือกับนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่เตรียมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลภูมิใจไทย จะร่วมเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ ว่า เขามาขอให้สถานที่ที่ Peace TV ดำเนินการเรื่องทอดผ้าป่า ก็ได้พูดคุยกัน แต่การตัดสินใจลงถนนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตนไม่ได้ไปด้วย ตนอยู่ในสถานะต้องประเมินสถานการณ์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงไม่ได้ไปร่วม ซึ่งสถานการณ์ข้างหน้า ไม่ว่าผลจากวันที่14ก.ย. ที่ กกต.จะพิจารณาคดีโกง สว. อย่างไร ก็ต้องดูให้สิ้นกระแสความก่อน จึงยังไม่ได้คุยกับนายสนธิ 

นายจตุพร กล่าวว่า การตัดสินใจลงถนนตอนนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น คล้ายเมื่อตอนเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่ออกมาต่อต้านนายทักษิณ ชินวัตร และครั้งนี้เริ่มด้วยการต่อต้านต่างชาติสีเทาในประเทศไทย ค่อยๆเป็นไปตามลำดับ โดยที่นายสนธิ ระบุไม่ได้ไล่รัฐบาลหรือให้ลาออก ตนมองว่ายังไม่ได้เปิดไพ่เต็ม เคลื่อนไปสถานทูตอิสราเอล หรือทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือ ก็จะมีคนจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่การทำสงครามเต็ม เหมือนสงครามสีเสื้อ 

ส่วนจะจุดติดหรือไม่นั้น นายจตุพร กล่าวว่า การรวมคนได้ต้องกระแสแรงจริงๆ ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ยุคโซเชียลมีเดีย ถ้ายังไม่สุดจริงๆ คนจะใช้โซเชียลฯ เป็นหลักในการระบาย ถ้าไม่มีจุดพีคสูงสุด การระดมคนโดยไม่ใช่วิธีการจัดการนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากที่สุด 

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร กล่าวว่า เชื่อว่า กกต. จะไม่เลือกแนวทางในคดีโกง สว. ตาม คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 และคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 การข่าวผมน่าจะสั่งฟ้องเกิน100คน ยังไม่เห็นว่าจะถึงคนในรัฐบาล หรือนักการเมืองตัวเป้งๆ ทั้งนี้ เอกสารที่หลุดทั้ง2ชุด ไม่ว่า กกต. จะตัดสินใจอย่างไรล้วนมีผลกระทบทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะให้หลุดคดีทั้งหมด และไม่ว่า กกต. บางคนชุดนี้จะมีที่มาอย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็รักตัวกลัวคุกทั้งนั้น ถ้าจัดการอะไรที่มันผิดกฎหมาย ม.157 ชัดเจน เขาก็คงเห็นเส้นทาง กกต. ก่อนหน้านี้ชุดที่ทุกข์ที่สุด ตาย2 ติดคุก2 ลาออก1 บั้นปลายไม่มีใครสามารถไปคุ้มครองใครได้ 

นายจตุพร กล่าวว่า เอกสารสำนวนของคณะที่36 ที่หลุดออกมาจาก กกต. เป็นคนที่ใครก็รู้จัก 

เมื่อพิธีกรถามว่า ไม่คิดว่าจะเป็นนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แต่น่าจะเป็น กกต. บางคนหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ไม่พูดดีกว่า ส่วนเหตุผลที่ปล่อยหลุด เพราะเดินกันไปไม่ไหวแล้ว ต่างก็กลัวคุกทั้งสิ้น มีลักษณะไถ่โทษ หรือเจตนาอะไรบางอย่าง ถ้าวันที่14 ก.ย. กกต. สรุปออกมาแล้วผู้คนรับกันได้ มีคนต้องรับผิดชอบ ลดความร้อนแรงลงได้บาง แต่วันที่28ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยกรณีบัตรเลือกตั้งบารโค้ด ตนมองว่ายัง 50:50 ซึ่งเป็นประเด็นที่ใครไม่คิด ว่าอาจเป็นจุดที่กวาดเกลี้ยงกันทั้ง500คน

ส่วนที่มองว่าสีน้ำเงินเป็นความหวังเดียวของฝ่ายอนุรักษนิยมนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ลองศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไม่มีอะไรจีรัง ผูกขาด ขึ้นกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนั้น เชื่อว่าสิ่งที่สีน้ำเงินต้องระวังที่สุดคือต้องไม่ใหญ่เกิน อะไรที่ใหญ่เกินก็จะต้องมีอันเป็นไป ต้องทำตัวให้เล็กลงเพื่อรักษาอำนาจและตำแหน่งทางการเมือง