เวที'ปฏิรูปข้าราชการ'มธ. 'นักวิชาการ' มองแผนรัฐบาล 8ปี ลดข้าราชการ3หมื่นอัตราจำนวนยังน้อย ชี้ ต้องมีกลยุทธ์ -ไม่'เหวี่ยงแห'
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) จัดเวที “ปฏิรูปข้าราชการ Firming Thailand?” วิเคราะห์ทิศทางการปฏิรูประบบราชการ พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
รศ.ดร.สุนิสา ช่อแก้ว คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า ถ้าเราดูบริบทอัตรากำลัง ณ ปัจจุบันตัวเลขจ้างงานอยู่ที่ 3ล้านอัตรา จำนวนนี้มีข้าราชการถึง1.7ล้านคน หากนับตั้งแต่วันแรกที่บรรจุ จนกระทั่งเกษียณอายุราชการและรับสวัสดิการต่างๆ ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นสังคมสูงอายุ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ40ล้านบาทต่อคน หากคูณกับตัวเลข1.7ล้านคนเข้าไป ซึ่งจะไม่สัมพันธ์กับอัตรากำลัง ถ้าเราไม่สามารถควบคุมอัตรากำลังได้ก็จะไปกินพื้นที่ทางการคลังที่จะนำเงินไปพัฒนาประเทศ
รศ.ดร.สุนิสา ยังกล่าวว่า หากเทียบเพดานกับเอกชนค่าใช้จ่ายบุคคลจะอยู่ที่ ไม่เกิน30% แต่ในส่วนของข้าราชการกลับพบว่า มีตัวเลขสูงถึง40% ถือว่าเป็นตัวแดงถึงขีดสุด
ทั้งนี้ หลังคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเรื่องดังกล่าวในเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ตนชื่นชมนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กล้าพูดเรื่องนี้ ส่วนตัวมองว่า มติครม.ดังกล่าวไม่ได้กระทบข้าราชการทั้ง1.7ล้านคน แต่จะไปกระทบตัวเลขข้าราชการที่อยู่ภายใต้การปกครองของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) นั่นแปลว่า อัตรากำลังที่เหลืออีก1.3ล้านคน ซึ่งอยู่กองอื่นๆ เช่น ทหารอีก3.8แสนอัตรา ตำรวจอีกกว่า2แสนอัตรา ครู องค์กรอิสระ ตุลาการ และอื่นๆ
ส่วนตัวเชื่อว่าปีนี้อาจเป็นปีประวัติศาสตร์แห่งการเปลี่ยนแปลง มองว่าการเริ่มต้นที่กพ.ก่อนเพราะ เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ชำนาญบุคคล ทั้งนี้การยุบ11ตำแหน่ง จะเห็นได้ชัดว่า จริงๆแล้วทั้ง11ตำแหน่งเป็นตัวเลขที่ไม่ได้มีการบรรจุอยู่แล้วเช่น เจ้าพนักงานธุรกิจซึ่งเป็นอัตรากำลังต่ำกว่าปริญญาตรี หรือบางตำแหน่งที่ไม่ได้มีการบรรจุ เช่นช่างภาพ หรือฝ่ายโสตฯ ที่ส่วนใหญ่จะมีการจ้างผ่านออร์แกไนเซอร์อยู่แล้ว วันนี้ยังไม่อยากด่วนสรุปว่าทุกกรมอัตรกำลังเกิน แต่ถ้าเราไปดูเชิงโครงสร้าง การปรับลดต้องทำอย่างปราณีต
เช่นในส่วนของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ที่ดูในเรื่องของกลุ่มเปราะบาง ซึ่งขณะนี้ประเทศมีกลุ่มเปราะบางถึง 60กว่าล้านคน จำนวนนี้มีกลุ่มปราะบางแบบเฉพาะเจาะจงถึง3.6ล้านคน แต่หากเป็นภาพกว้างมีมากถึง10ล้านคน แต่พม.มีอัตรากำลังแค่1หมื่นกว่าคนเป็นข้าราชการแค่4พันกว่าคน เช่นเดียวกับแพทย์ พยาบาลสาธารณะสุขที่ขาดเช่นกัน ในขณะที่บางอัตรก็เกิน ในทางบุคคลจึงไม่ได้ดูแค่ตัวเลขเชิงปริมาณแต่ต้องดูคุณภาพ วันนี้ระบบควรเพิ่มคุณภาพให้แต่ละอัตราได้มีการขยับขยายขอบเขตการทำงานรวมถึงการเรียนรู้
รศ.ดร.สุนิสา ยังกล่าวถึงเป้าหมายของรัฐบาลซึ่งจะใช้เวลา8ปีในการลดอัตรากำลังคน3หมื่นอัตรา ส่วนตัวมองว่าเป็นตัวเลขที่น้อยเกินไป เพราะโดยธรรมชาติอัตรากำลัง ณ ปัจจุบันจะว่างอยู่ที่10-15% เช่นถ้าอัตรา6พัน ตัวเลขข้าราชการจะอยู่ที่ประมาณ5พันกว่าคน
ฉะนั้นถ้าเรามองตัวเลขการเกษียณอายุราชการ มองว่า ตัวเลข3หมื่นยังเป็นตัวเลขที่น้อยเกินไป ทั้งนี้เข้าใจรองนายกฯ และฝ่ายการเมือง ที่ทำเรื่องนี้อาจสะเทือนใจที่สุด เพราะพอพูดว่าจะลดผลงานก็จะตก ฉะนั้นจึงต้องทำอย่างมีกลยุทธ์ สื่อสารให้เห็นความเป็นจริงและทำอย่างมีระบบ
ส่วนข้อกังวลจากสังคมที่ว่ารัฐบาลกำลังมุ่งลดกำลังพลแต่ภาคการบริการกลับขาดแคลนกำลังพล ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่เรื่องเหวี่ยงแหที่ต้องทำทุกกระทรวงทุกกรม แต่ต้องไปดูตัวเลขที่แม้จริงย้ำว่า ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่อยู่ในการดูแลของกพ.แค่4แสนคน แต่ยังมีกองอื่นๆด้วย




