วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘อนุทิน’ เผย พร้อมหนุนข้อเสนอดับ ‘ไฟใต้’ ชี้ ปชช.เป็นกำลังสำคัญ

“อนุทิน” ประชุมรับฟังความเห็นแก้ปัญหา “ชายแดนใต้” เผย ผูกพันกับพื้นที่กว่า20ปี ต้องการเห็นปชช.มีความสุข ปลอดภัย อยู่กันอย่างสันติสุข พร้อมหนุนข้อเสนอแนวทางที่ทำได้เต็มที่ ชี้ ความสำเร็จต้องบูรณาการร่วมกัน รัฐบาลมีผู้ประสานงาน เข้าใจบริบทเป็นอย่างดี ชู ปชช.กำลังสำคัญ

ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางการศึกษา ผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วม

‘อนุทิน’ เผย พร้อมหนุนข้อเสนอดับ ‘ไฟใต้’ ชี้ ปชช.เป็นกำลังสำคัญ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนโดยตรง โดยในวันนี้ได้เดินทางมายังจังหวัดสงขลา และหากสถานการณ์เอื้ออำนวย มีความตั้งใจที่จะเดินทางไปจังหวัดยะลา พร้อมยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่ 

นายกฯ กล่าวว่า ข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของรัฐบาล โดยจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัดมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก หากสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบและสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้ จะเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมง ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

 

นายกฯ กล่าวว่า มีความผูกพันกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา และได้เห็นศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละจังหวัด โดยจังหวัดยะลามีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและองค์ความรู้ จังหวัดปัตตานีมีศักยภาพด้านการค้าและการประมง ขณะที่จังหวัดนราธิวาสมีศักยภาพจากพื้นที่ชายแดนและสามารถเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย

นายกฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของประชาชนอย่างใกล้ชิด และเห็นถึงการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มีความแตกต่างทั้งด้านศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างไม่จำเป็นต้องเป็นอุปสรรค แต่สามารถนำมาใช้เป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมได้

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุข มีความปลอดภัย และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยวันนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา รัฐบาลพร้อมสนับสนุนข้อเสนอและแนวทางที่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน การสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยคนในพื้นที่เป็นกำลังสำคัญ เพราะประชาชนและเครือข่ายในชุมชนเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกัน ที่จะช่วยป้องกัน แก้ไข และคลี่คลายปัญหาได้อย่างยั่งยืน

นายกฯ กล่าวถึงแนวทางการทำงานร่วมกันว่า ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องนำความพร้อมและศักยภาพของทุกฝ่ายมาบูรณาการร่วมกัน โดยรัฐบาลมีผู้ประสานงานที่เข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีความเข้าใจวิถีชีวิต ตลอดจนความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะทุกคนคือคนไทยและเป็นพี่น้องกัน รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด พร้อมสนับสนุนทุกการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้างความสามัคคี สันติสุข และโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกฯ ระบุอีกว่า ขอให้การรับฟังความคิดเห็นในวันนี้เป็นการรับฟังอย่างจริงจัง และนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพ ทุกข้อเสนอต้องมีคำตอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าร่วมกันด้วยความเข้าใจ ความร่วมมือ และความไว้วางใจ อันจะนำไปสู่การสร้างสันติสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป