“อนุทิน” จำเป็นต้องออกแอกชันมาตรการคุมเข้ม “อาวุธปืน” ทั่วประเทศ หลังเกิดกรณีกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และกรณี ฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะตอบ ปชช.ไม่ได้ ว่า จะการันตีความปลอดภัยในชีวิตคนในสังคมได้อย่างไร เรื่องนี้ถ้าเอาจริง ฝ่ายผู้มีอำนาจซึ่งบังคับใช้กฎหมาย ย่อมทำได้มีประสิทธิภาพที่สุด หากไม่ลูบหน้าปะจมูก
KEY POINTS
- การก่อเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ของฉลอง เรี่ยวแรง เป็นชนวนเหตุสำคัญกดดันให้นายกฯ ต้องออกมาตรการคุมเข้มอาวุธปืน เพื่อสยบเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลไร้น้ำยา
- มาตรการเฉพาะหน้าห้ามประชาชนพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน 100% และกำชับให้ตำรวจ และฝ่ายปกครองตั้งด่านตรวจค้นอย่างเข้มงวด
- ข้อสั่งการนายกฯ กับ 7 มาตรการเร่งด่วน รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว
กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายกับการก่อเหตุอุกฉกรรจ์ของ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นนทบุรี ด้วยการใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต เคสนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ถึงแรงจูงใจ ที่อาจเกี่ยวข้องกับอำนาจ และอิทธิพลหรือไม่
ที่แน่ๆ สะเทือนถึงรัฐบาล โดยเฉพาะตัวของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถึงกับนั่งไม่ติด หากปล่อยไว้เฉยๆ ก็เกรงว่าสังคมจะมองว่าไร้น้ำยาแก้ปัญหา
มาตรการเฉพาะหน้าในการล้อมคอกของนายกฯ คือ การห้ามประชาชนพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้านแบบ 100% กำชับตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้น เนื่องจากขณะนี้ ใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน หรือใบ ป.12 ตามที่อนุทิน ระบุว่าไม่มีอีกแล้ว ดังนั้น หากพกพาออกจากบ้าน ผิดกฎหมาย มีสิทธิติดคุก
ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป บรรดามือปืนตามซุ้มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นลดลงอย่างมาก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีกล้องวงจรปิด หรือการมีสมาร์ตโฟนของผู้คนที่ใช้แพร่หลาย ทำให้การก่อเหตุแบบสมัยก่อนลดน้อยลง แม้จะไม่ได้หมดไป 100%
สภาพทุกวันนี้ ใครก็ตามที่เข้าถึงปืนได้ ล้วนมีโอกาสก่อความรุนแรงทั้งสิ้น ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ด้วยสภาพสังคม พฤติกรรมเลียนแบบ หรือความไม่ปกติของสุขภาพร่างกาย และจิตใจ เหมือนหลายกรณีที่เกิดขึ้นในโรงเรียน
การตัดไฟของภาครัฐ เพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต เมื่อคนทั่วไปไม่สามารถพกพาอาวุธปืนไปไหนได้ ความเสี่ยงเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็น้อยลงตามไปด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา สนามการเมืองท้องถิ่นหลายจังหวัด ก็ยังปรากฏภาพความรุนแรงปิดบัญชีคู่แข่ง คู่ขัดแย้งทางการเมืองมาตลอด เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตระดับประเทศ แต่เคสที่เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติ ในช่วงไม่นานมานี้ เช่นที่ปราจีนบุรี และนราธิวาส
เหตุสะเทือนขวัญเมื่อปลายปี 67 ในบ้านสุนทร วิลาวัลย์ อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี เมื่อลูกน้องโกทร ยิงถล่ม สจ.โต้ง ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดที่เปรียบเสมือนพ่อลูกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตามรายงานข่าวมาจากความขัดแย้งในประเด็นการเมือง ซึ่งผู้เกี่ยวข้องถูกจับกุมดำเนินคดีทั้งหมด
หรือกรณีที่เพิ่งเกิดล่าสุด กับนักการเมืองระดับชาติ คือ กรณีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อช่วงมี.ค.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งผู้ต้องหา รวมถึงอาวุธปืน และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ถูกเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงบางแห่ง
แนวทางของรัฐบาลในการคุมเข้มอาวุธปืน ตามข้อสั่งการของนายกฯ ในที่ประชุม ครม. เมื่อ 11 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ผ่าน 7 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่
1.ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
2.ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
3.ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ให้นายทะเบียนตรวจสอบจำนวนใบ ป.3 ที่ค้าง และยังไม่มีการซื้อขาย พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน
4.เร่งจัดระเบียบใบ ป.4 ให้ผู้ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้ว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้มี และใช้ (ป.4) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ครม. มีมติ มิฉะนั้นจะถือว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.ตรวจสอบผู้ค้าปืนทั่วประเทศ ให้กรมการปกครองตรวจสอบยอดจำหน่ายให้สอดคล้องกับใบ ป.3 หากพบไม่ตรงกันให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมให้กรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี
6.ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน ให้กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านการกีฬาตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี
7.เร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย ให้ฝ่ายปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการ หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด และเสนอขอให้ศาลลงโทษขั้นรุนแรง
ขณะที่มาตรการระยะยาว ได้แก่ 1.เร่งปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนให้ทันสมัย ให้กระทรวงมหาดไทยเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาต และซื้อขายทุกขั้นตอนแบบ Real-time เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากร และกรมสรรพากร เพิ่มการจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืน ควบคุมการค้า และความรับผิดชอบของผู้ค้าปืน รวมถึงเพิ่มโทษผู้กระทำผิด โดยเสนอร่างกฎหมายภายใน 60 วัน
2.กำหนดให้ใบ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี และ 3.เพิ่มความเข้มงวดการควบคุมเครื่องกระสุน ให้ผู้ค้าปืน และสนามยิงปืนตรวจสอบยอดจำหน่ายเทียบกับสินค้าคงคลังเป็นรายวัน
เรื่องนี้หากผู้บังคับใช้กฎหมายเอาจริงเอาจัง ไม่ลูบหน้าปะจมูก หรือทำแบบขอไปทีในช่วงที่เป็นกระแส ปัญหาคงได้รับการคลี่คลายไม่มากก็น้อย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





