ฝ่ายตรวจสอบเปิดชื่อ 2 ทายาทบ้านใหญ่อ่างทอง “ลูกแบด-ลูกแชมป์” สมาชิกลูกเทพ กล่าวหาว่ามีส่วนสำคัญในกระบวนการเลือกสว.จนทำให้สีน้ำเงินปกคลุมสภาสูง ต้องจับตาว่า ทั้งคู่จะฝ่ากระสุนการเมืองไปได้อย่างไร
KEY POINTS
- ภราดร (แบด) และ กรวีร์ (แชมป์) ปริศนานันทกุล สองพี่น้องจากตระกูลการเมือง "บ้านใหญ่อ่างทอง" และเป็นบุตรชายของ "เฮียตือ" สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
- มีหลักฐานเป็นข้อมูลประวัติการใช้โทรศัพท์ (Call Log) ที่แสดงว่าผู้สมัคร สว. จากอ่างทอง ได้ติดต่อกับภราดรและกรวีร์ในช่วงวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้สมัครต้องถูกยึดโทรศัพท์มือถือ
- คำให้การของพยานซึ่งเป็นผู้ช่วย สส. อ่างทอง ระบุว่ามีการจัดหาโรงแรมให้ผู้สมัคร สว. พักในคืนก่อนวันเลือกตั้ง
- ทั้งสองพี่น้องได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยภราดรเปรียบเทียบตนเองว่าถูกสังคมพิพากษาไปแล้ว ขณะที่กรวีร์ชี้ว่าเป็นการจับแพะชนแกะเพื่อสร้างเรื่องราว
- เหตุการณ์นี้ได้สั่นคลอนฐานการเมืองของ "บ้านใหญ่อ่างทอง" และทำให้สองทายาทของ "เฮียตือ" ซึ่งเป็นแกนนำรุ่นใหม่ของพรรคภูมิใจไทย ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในคดีโกง สว.
“มหากาพย์โกงสว.” คอการเมืองใจจดจ่อ หลังอนุกรรมการคณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 “หักล้างมติ”คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วินิจฉัย ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง “229 คน” ไม่มีมูลความผิด
จำนวนนี้รวมไปถึงบิ๊กคีย์แมน ทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ“เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน รวมถึงไปรัฐมนตรี แกนนำ ส.ส. และครือข่ายขุมกำลังสีน้ำเงิน
ทำให้ขณะนี้กระบวนการถูกจับตาไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่ จะส่งฟ้องต่อศาลฎีกาหรือไม่ จากเดิมมีการคาดหมายว่าในเดือนส.ค.จะได้เห็นบทสรุปประเด็นดังกล่าว แต่ล่าสุดเห็นสัญญาณชัดถึง “เกมยื้อ” ทั้งท่าที กกต.ที่ออกเอกสารชี้แจง กระแสข่าวสะพัดว่าจะลงมติคดีโกงสว.ในวันที่ 28 ส.ค.2569 ไม่เป็นความจริง
หรือท่าทีของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการกกต. กาง 3 เงื่อนไข เสมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า กกต.อาจต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมภายใต้เงื่อนไข 1. ต้องเป็นการกระทำของ “ผู้สมัครรับเลือกสว.” เท่านั้น ที่กระทำการทุจริตในการเลือก หรือผู้สมัครรับเลือกรู้เห็นการกระทำของผู้อื่น 2. การกระทำที่ “ทุจริต” อาทิ จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอม แลกคะแนน หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง เป็นต้น 3. มี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ” การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
จน กกต.ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ประวิงเวลาเพื่อ“หาทางลง”ให้“นาย”หรือไม่อย่างไร
ขณะที่ “ตัวละครลับ” ถูกเปิดออกมารายวัน ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ไอลอว์ นำโดย"ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" ผู้อำนวยการบริหาร ได้จัดเวทีเสวนา “ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว.” สาวลึกเส้นทางท่ามกลางสารพัดข้อพิรุธ
ทั้งการรวมกลุ่มของสว.มีกลุ่มผู้สมัครแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง ประมาณ 1,000 คน หรือ 1 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ ระบุว่า วัตถุประสงค์ที่สวมเสื้อเหลือง เนื่องจากเป็นสีเดียวกับเสื้อของเจ้าหน้าที่ กกต.เพื่อให้ไม่ผิดสังเกต เวลายืนคุยกัน
ข้อสังเกตสำคัญ ในจังหวัดที่มีจำนวน สว. ที่เข้ารอบเลือกไขว้ระดับประเทศมากที่สุด 10 อันดับ คือ บุรีรัมย์ สตูล อ่างทอง อำนาจเจริญ อยุธยา เลย ยโสธร สุรินทร์ ตรัง นครนายก ซึ่งเป็นจังหวัดที่มี สส. จากพรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกัน สว.หลายคนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลในพรรคภูมิใจไทย โดยมีอย่างน้อย 4 คน เป็นพี่น้องกับ สส. 6 คน เป็นอดีตผู้สมัคร สส. และ 3 คน เป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี รวมถึงอดีตที่ปรึกษาของนายกฯ
“ยิ่งชีพ” ยังชี้ว่า ในสำนวนการสืบสวนมีคำให้การของพยานซึ่งเป็นผู้ช่วย สส.อ่างทอง ได้จัดหาโรงแรมให้ผู้สมัคร สว.ในคืนก่อนวันเลือก และยังมี Call Log ข้อมูลประวัติการใช้โทรศัพท์ของผู้สมัคร สว.จากจังหวัดอ่างทอง ที่มีการติดต่อกับ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ“กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ประธานวิปรัฐบาล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในช่วงเช้าของวันเลือก สว. และในเวลาเที่ยงคืนกว่า ซึ่งเป็นเวลาที่การเลือก สว. ยังไม่แล้วเสร็จ และผู้สมัครทุกคนต้องถูกยึดโทรศัพท์มือถือ โดยข้อมูลยังระบุว่า ต้นสายและปลายสาย เป็นการโทรติดต่อกันภายในบริเวณสถานที่จัดการเลือก สว.ด้วย
ขณะที่“ภราดร” ปฏิเสธความเชื่อมโยง โดยเปรียบเปรยสถานการณ์ของตนเองกับตัวละคร“ไอ้ฟัก” จากวรรณกรรมเรื่อง คำพิพากษา เพื่อสะท้อนว่า สังคมกำลังรีบด่วนตัดสิน หรือพิพากษาตนเองจากข้อกล่าวหา ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาข้อมูลกลับไปยัง“ยิ่งชีพ” ถึงการได้มาของข้อมูลบันทึกการโทรเข้า-ออก ที่นำมาเปิดเผย ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
สอดคล้องกับ “กรวีร์” ที่พูดถึงการตั้งข้อสังเกตของ “ยิ่งชีพ” เป็นเพียงการจับแพะชนแกะ จับเหตุการณ์มาชนกัน และสร้างภาพให้สังคมได้เชื่อเท่านั้น
การถูกเปิดชื่อ ข้อมูล ด้วยข้อกล่าวหาในคดีโกงสว. ทำให้กระแสสังคมหันมาใส่ใจคีย์แมนรุ่นใหม่ของพรรคสีน้ำเงิน อย่างเลี่ยงไม่ได้
พลิกปูม “2 พี่น้องปริศนานันทกุล” เป็นลูกไม้ใต้ต้น “เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
ปี 2550 สมศักดิ์ พาลูกชายคนโต "ภราดร"ลงสนาม สส.อ่างทอง ในสีเสื้อพรรคชาติไทย และสองพ่อลูกได้เข้าสภาฯ อย่างฉลุย
ต่อมาพรรคชาติไทยถูกยุบ “สมศักดิ์” ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จึงส่งลูกชายคนเล็ก “เชน”ภคิน ปริศนานันทกุล ลงสมัคร สส.แทน และได้รับเลือกเป็น สส.อ่างทอง เป็นตัวแทนพ่อ
กระทั่งการเลือกตั้งปี 2554 ทั้ง “ลูกแบด”ภราดร ลูกชายคนโต และ “ลูกแชมป์”กรวีร์ ลูกชายคนรอง ลงสมัคร สส.อ่างทอง และได้เป็น สส.แพคคู่ ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา
ก่อนการเลือกตั้ง สส.ปี 2562 สองพี่น้อง “ภราดร-กรวีร์” ร่วมกับ “ลูกท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา ทายาทมังกรสุพรรณ ตั้งกลุ่มยังบลัด เตรียมปฏิรูปพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากถูก "ผู้อาวุโส" ในพรรคสกัดขัดขวาง
“เฮียตือ” จึงพาลูกชาย แบด-แชมป์ ออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน ทั้ง “ลูกแบด” และ “ลูกแชมป์” ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สส.ลูกเทพ” สีน้ำเงิน ที่มี “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ
ในช่วงแรก ที่คดีโกงสว.เป็นข่าวครึกโครม “แก๊งลูกเทพ” สีน้ำเงิน ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นผู้ “คิดสูตร” บล็อกโหวตสว. เวลานั้น “ลูกแบด” ภราดร ได้ออกมาชี้แจงแบบติดตลกว่า “เรียนได้เกรด 2 กว่า ๆ จะไปคิดสูตรได้อย่างไร”
ท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ถูกฝ่ายตรวจสอบเปิดชื่อ 2 ทายาทบ้านใหญ่อ่างทอง “ลูกแบด-ลูกแชมป์” สมาชิกลูกเทพ กล่าวหาว่ามีส่วนสำคัญในกระบวนการเลือกสว.จนทำให้สีน้ำเงินปกคลุมสภาสูง ต้องจับตาว่า ทั้งคู่จะฝ่ากระสุนการเมืองไปได้อย่างไร





