วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

กม.ล้างผิดการเมือง มีผลพรุ่งนี้ จับตา นิรโทษฯ โกงเลือก สว.

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ "กม.ล้างผิดการเมือง" มีผลบังคับใช้ จับตาวาระแรกเลือก "กรรมการฯ" ให้ทันประชุมใน30วัน สังคมหวั่น เนื้อหา เอื้อล้างผิดคดีโกงสว.

KEY POINTS

  • พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อล้างผิดคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2548 - 2568
  • กฎหมายฉบับนี้ไม่ครอบคลุมความผิดร้ายแรง 4 กรณี ได้แก่ คดี ม.112, คดีทุจริต, คดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บสาหัส และความผิดต่อส่วนตัว
  • มีการตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายอาจครอบคลุมถึงความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ซึ่งอาจเป็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตการเลือกตั้ง
  • การพิจารณาว่าจะล้างผิดคดีใดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ "คณะสร้างเสริมสังคมสันติสุข" ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเผยแพร่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ลงในเว็ปไซต์ ในวันนี้ (23 สิงหาคม) 

โดยมีสาระสำคัญ เพื่อล้างผิดคดีการเมือง และคดีตามบัญชีแนบทาง พ.ร.บ.  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ในวันถัดจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ วันพรุ่งนี้ (24 สิงหาคม)

โดยหลังจากนั้นแล้วมีขั้นตอนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย คือ 1.ภายใน 30 วัน ต้องมีการประชุมครั้งแรก ของ "คณะสร้างเสริมสังคมสันติสุข" ที่มี นายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน

และมีกรรมการที่มาจากตำแหน่ง  คือ  ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และมีกรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านสิทธิมนุษยชน หรือ ด้านกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวน 3 คน โดยกำหนดให้ มาจากการเลือกของวิปรัฐบาล 1 คน  จากวิปฝ่ายค้าน 1 คน และให้ที่ประชุมอธิการบดีเลือก 1 คน 

นอกจากนั้นยังกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสังคมที่จัดการความขัดแย้งซึ่ง ประะานสภาฯ เลือก 1 คน  ขณะที่เลขานุการ กำหนดให้เป็นปลัดสำนักนายกฯ 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับขอบเขตของกฎหมายดังกล่าว ขีดเส้นไม่ให้บังคับใช้

กฎหมายฉบับนี้มีข้อกำหนดชัดเจนว่าจะไม่ครอบคลุมความผิดในกรณีดังต่อไปนี้

1.​คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ทุกกรณี

2.​คดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

3.คดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส  

และ 4.​ความผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ต้องรับผิดชอบต่อเอกชนโดยตรง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขก่อนที่จะผ่านวาระสามของที่ประชุมสภาฯ ถูกตั้งคำถามจากสังคม ในส่วนของบัญชีแนบท้ายที่ ครอบคลุมถึงความผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (​พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2567 ที่อาจทำให้คดีโกง สว. ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ กกต. ซึ่งมีผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นระดับสว. และนักการเมืองหลายอาจเข้าเงื่อนไขด้วย

แม้ว่าตามบัญชีแนบท้ายจะมีเงื่อนไข ไม่รวมการเลือกโดยทุจริต การเลือกไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ทว่าตามขั้นตอนถือเป็นดุลยพินิจของ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่นายกฯ หรือ รองนายกฯที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน

"นิกร" แจง 5 ขั้นตอน ต้องทำ หลัง กม.มีผลบังคับใช้

ขณะที่นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คชี้แจงถึงขั้นตอนหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ว่า 

1. การจัดตั้งคณะกรรมการ ที่ต้องจัดให้มีการประชุมครั้งแรกภายใน 30 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ. มีผลใช้บังคับ

2. กรอบระยะเวลาทำงาน คณะกรรมการฯ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วันนับแต่วันประชุมครั้งแรก ทั้งนี้สามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน 

3. การดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ในส่วนการรับเรื่องและวินิจฉัย คณะกรรมการฯ จัดช่องทางรับเรื่องร้องขอและวินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรม โดยคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุดและผูกพันหน่วยงานรัฐ  ส่วนชั้นสอบสวน หรือ สั่งฟ้อง พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องระงับหรือยุติการสอบสวนหรือการฟ้องคดี 

ขณะที่กระบวนการในชั้นศาล หากคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ศาลยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ส่วนชั้นลงโทษ หรือรับโทษ หากมีคำพิพากษาแล้ว ให้ถือว่าไม่เคยต้องคำพิพากษา และหากอยู่ระหว่างรับโทษ ให้การลงโทษสิ้นสุดลงพร้อมปล่อยตัวทันที 

ส่วนการลบประวัติอาชญากรรม เป็นอันสิ้นผล นำไปใช้ในทางที่เป็นโทษไม่ได้ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการลบข้อมูลประวัติความผิดทางอาญา

4. การดำเนินการเกี่ยวกับความเสียหายทางแพ่ง ตามกฎหมายกำหนดให้ การดำเนินคดีทางแพ่งโดยหน่วยงานรัฐเป็นอันยุติลง และห้ามฟ้องร้องเพิ่มเติม กรณีมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย ให้การชดใช้หรือบังคับคดีเป็นอันยุติลง ยกเว้นการบังคับคดีที่เสร็จสิ้นไปก่อนแล้ว 

ขณะที่ เอกชนบุคคลทั่วไป ไม่ตัดสิทธิของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐในการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง

5. มาตรการพิเศษสำหรับผู้เยาว์ อายุต่ำกว่า 18 ปี  สำหรับความผิดที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ยกเว้น มาตรา 112 หากผู้กระทำผิดขณะอายุต่ำกว่า 18 ปีร้องขอ คณะกรรมการฯ สามารถจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูส่งให้อัยการและศาลเพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาหรือสั่งยุติคดีได้